โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บ้านหนองจาน–คลองแผงเดือด ทหารไทยเจ็บเพิ่ม รถถังถล่มบ่อนกาสิโนฐานยิงของเขมร อพยพกว่า 180,000 คน

Khaosod

อัพเดต 09 ธ.ค. 2568 เวลา 12.57 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2568 เวลา 12.57 น.

ปฏิบัติการบ้านหนองจาน–คลองแผงเดือด ทหารไทยเจ็บเพิ่ม รถถังถล่มบ่อนกาสิโนฐานยิงของเขมร อพยพกว่า 180,000 คน กระสุนปืนใหญ่ตกบ้านเรือนเสียหาย

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 9 ธ.ค.68 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ จ.สระแก้ว กกล.บูรพา เข้าดำเนินกลยุทธ์ต่อที่หมายเป็นวันที่ 2

โดยในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง หน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ได้ยึดและควบคุมพื้นที่อธิปไตยของไทยบ้านหนองหญ้าแก้วเป็นที่เรียบร้อย ตั้งแต่เมื่อ 8 ธ.ค.68 ซึ่งในห้วงเช้าวันนี้ได้เข้าเคลียร์ พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ตรวจพบว่าฝ่ายกัมพูชามีการเตรียมการจะใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในพื้นที่ โดยตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 จำนวน 2 ทุ่น สภาพพร้อมใช้งาน

นอกจากนี้ ยังตรวจพบระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 2 ชุด โดยชุดที่ 1 ประกอบด้วยกระสุน RPG2 3 นัด และ ค.60 1 นัด (สภาพพร้อมใช้งาน) ชุดที่ 2 ประกอบด้วยกระสุน ปรส.82 และ Dynamite (สภาพพร้อมใช้งาน) ได้ดำเนินการเก็บกู้เป็นที่เรียบร้อย

ส่วนพื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเข้าปฏิบัติการต่อที่หมาย โดยฝ่ายกัมพูชามีการต้านทานอย่างหนักด้วยการยิงจากอาวุธชนิดต่างๆ โดยเฉพาะจรวดหลายลำกล้อง BM–21 เข้ามายังหมู่บ้านที่ชาวกัมพูชาเคยอยู่อาศัยก่อนเกิดสถานการณ์ความขัดแย้ง

สำหรับพื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา หน่วยเฉพาะกิจที่ 11 เข้าปฏิบัติต่อที่หมาย โดยมีการปฏิบัติที่สำคัญ ได้แก่ การใช้รถถังยิงทำลายบ่อนกาสิโนในฝั่งกัมพูชา ที่อยู่ติดแนวชายแดนในพื้นที่ตรงข้ามจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านตาพระยา อ.ตาพระยา ซึ่งใช้เป็นที่ตั้งยิงปืนกล และอาวุธยิงสนับสนุนต่างๆ รวมถึงเป็นแหล่งรวบรวมยุทโธปกรณ์ ที่จะใช้ปฏิบัติต่อฝ่ายไทย ซึ่งเมื่อเวลา 16.00 น. หน่วยเฉพาะกิจที่ 11 สามารถควบคุมพื้นที่บริเวณบ้านคลองแผง อ.ตาพระยา ได้บางส่วน พร้อมกับได้ทำการวางลวดหนามตลอดแนวที่ควบคุมได้ไว้ในเบื้องต้น

สำหรับกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ 8 ธ.ค.68 จำนวน 5 นาย โดยมีกำลังพลมีอาการสาหัส 1 นาย เข้ารับการรักษา รพ.วัฒนานคร และ รพ.โคกสูง ปัจจุบันทุกนายมีอาการปลอดภัย และในวันนี้ได้รับรายงานกำลังพลได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมอีก 1 นาย คือ ส.ต.ต.กำพล แสงจันทร์สี สังกัด ร้อย.ตชด.125 ได้รับบาดเจ็บในพื้นที่จุดตรวจที่ 14 อ.โคกสูง จากการถูกสะเก็ดระเบิดข้างท้องด้านซ้าย เข้ารับการรักษาที่ รพ.โคกสูง ปัจจุบันอาการปลอดภัย

นอกจากนี้ ได้รับรายงานพบลูกกระสุนปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิดของฝ่ายกัมพูชา ตกใส่บ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ อ.ตาพระยา และพื้นที่ อ.โคกสูง ให้บ้านเรือนประชาชน เสาไฟฟ้า และถนนได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด โดยในวันนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

สำหรับประชาชนในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว ใน 4 อำเภอ ได้มีการอพยพแล้ว 180,683 คน คิดเป็นร้อยละ 83 ซึ่งทางจังหวัดสระแก้วร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 5 พื้นที่ ได้แก่ อ.เมือง, อ.โคกสูง, อ.วังน้ำเย็น, อ.เขาฉกรรจ์ และ อ.วัฒนานคร มีประชาชนเข้าพักอาศัย รวม 15,560 คน

นอกจากนี้ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 1 โดยศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มทบ.19, ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน จ.สระแก้ว ร่วมกับส่วนราชการและประชาชนจิตอาสา ร่วมกันดูแลประชาชนภายในศูนย์พักพิงชั่วคราว ณ จังหวัดสระแก้ว ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ จัดตั้งโรงครัวพระราชทานปรุงอาหารแจกจ่ายประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว อ.เมือง จ.สระแก้ว

กองทัพภาคที่ 1 โดย กกล.บูรพา, ตำรวจตระเวนชายแดน, ทหารพราน, เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตลอดจนฝ่ายปกครองและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง มีความพร้อมและมีกำลังใจที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยของไทย และขอยืนยันว่าจะยืนหยัดปฏิบัติงานตามภารกิจ อย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งนี้ การปฏิบัติการทางทหารจะดำเนินการภายใต้กฎการปะทะและสิทธิในการป้องกันตนเอง จนกว่าภัยคุกคามในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว จะยุติเพื่ออธิปไตยของไทย และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บ้านหนองจาน–คลองแผงเดือด ทหารไทยเจ็บเพิ่ม รถถังถล่มบ่อนกาสิโนฐานยิงของเขมร อพยพกว่า 180,000 คน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...