โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากน้ำพระทัย สู่ความปลอดภัย ในชายแดน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ม.ค. เวลา 06.21 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. เวลา 06.45 น.

หากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่ได้ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของกำลังพลและพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ตลอดแนวชายแดน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพระราชทานความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม ดังพระประสงค์ในการจัดตั้ง “กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์

โดยทรงดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริหารกองทุนและทรงเป็นประธานเปิดโครงการกองทุนหทัยทิพย์ ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์อย่างเป็นทางการ พร้อมพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 1,000,000 บาท ให้แก่กองทุนเพื่อเป็นทุนตั้งต้นในการดำเนินกิจกรรม หรือโครงการสาธารณประโยชน์ด้านต่าง ๆ เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2568 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และได้พระราชทานเพิ่มเติมอีก 20,000,000 บาท ในโอกาสต่อมา

ด้วยทรงห่วงใยในความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของกำลังพลและประชาชนที่อาศัยอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในชายแดนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทรงมีพระกรุณาธิคุณสนับสนุนด้านงบประมาณจากการระดมทุนผ่าน “กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ รวมเป็นจำนวนเงิน 121,089,300 บาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการก่อสร้างสิ่งป้องกันภัยต่าง ๆ ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

โดยโครงการก่อสร้างฯ จากการสนับสนุนของกองทุนหทัยทิพย์ ภายใต้การกำกับดูแลของ 2 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) และกองทัพบก (ทบ.) ซึ่งมีภารกิจที่ต้องดำเนินการก่อสร้างอย่างเร่งด่วน อาทิ การสร้างถนนตรวจการณ์ การสร้างรั้วชายแดน และการก่อสร้างที่มั่นกำบัง (บังเกอร์) และหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน โดยมีรายละเอียดผลการดำเนินงาน ดังนี้

1.การสร้างถนนตรวจการณ์และรั้วชายแดน ระยะทางรวม 8 กิโลเมตร

2.การก่อสร้างที่มั่นกำบัง (บังเกอร์) ในพื้นที่เสี่ยงภัยทุกจังหวัด รวมทั้งสิ้น 428 แห่ง

3.การก่อสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชาชนขนาดความจุ 40 คน และ 60 คน ในพื้นที่เสี่ยงภัยทุกจังหวัด รวมทั้งสิ้น 41 แห่ง

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่บริเวณชายแดนที่ผ่านมา หลุมหลบภัยและที่มั่นกำบัง (บังเกอร์) จากกองทุนหทัยทิพย์ ที่สร้างในจังหวัดชายแดนทั้ง 7 จังหวัด ทำให้เกิดความปลอดภัยแก่กำลังพลแนวหน้าเป็นอย่างมาก และยังเป็นประโยชน์แก่ชุมชนในพื้นที่ แม้ประชาชนส่วนหนึ่งจะอพยพไปยังศูนย์พักพิงแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ยังต้องอยู่ดูแลทรัพย์สินและความปลอดภัยของพื้นที่

หลุมหลบภัยจากกองทุนหทัยทิพย์ จึงมีบทบาทสำคัญในการยกระดับความปลอดภัย และเป็นที่พึ่งสำคัญของประชาชน เมื่อเกิดเหตุภัยคุกคามตามแนวชายแดน นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงเล็งเห็นถึงความเดือดร้อน และความจำเป็นของประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างแท้จริง การก่อสร้างหลุมหลบภัยดังกล่าวจึงไม่เพียงเป็นโครงสร้างด้านความมั่นคง หากแต่เป็นที่พึ่งและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

กองทุนหทัยทิพย์ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานเพื่อการบรรเทาทุกข์ และสร้างประโยชน์สุขสู่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง ผู้ประสงค์ร่วมบริจาคสามารถสมทบทุนผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาหลักสี่พลาซ่า ชื่อบัญชี เงินกองทุนหทัยทิพย์ ประเภทบัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 229-3-03266-6 และประเภทบัญชีสะสมทรัพย์ เลขที่บัญชี 229-4-29977-7 หรือสแกน QR Code ผ่านระบบ e-Donation

ทั้งนี้ เงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : กองทุนหทัยทิพย์ LINE Official @hataitipfund หรือ สำนักงานกองทุนหทัยทิพย์ ชั้น 1 อาคารวิจัยเคมี สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โทร. 0-2553-8616-19 ในวันและเวลาทำการ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จากน้ำพระทัย สู่ความปลอดภัย ในชายแดน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...