โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โตเกียวมารีนประกันชีวิต เพิ่มทุน 3,300 ล้านบาท ตั้งเป้าเบี้ยปี 69 เบี้ยรับรวมแตะหมื่นล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 ม.ค. เวลา 13.44 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. เวลา 05.43 น.

โตเกียวมารีนประกันชีวิต เพิ่มทุนเงินทุน 3,300 ล้านบาท เสริมฐานเงินกองทุนรองรับการแข่งขันระยะยาว สะท้อนมุมมองเชิงกลยุทธ์ที่มองประเทศไทยเป็นตลาดหลักของกลุ่มในอนาคต ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมปี 2569 ที่ 10,900 ล้านบาท เติบโต 4%

นายทาคาชิ ไซโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โตเกียวมารีน กรุ๊ป ได้เพิ่มทุนจำนวน 3,300 ล้านบาทให้กับบริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นจำนวนเงินทุนสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้ง ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนรวมหลังเพิ่มทุนอยู่ที่ 5,582.6 ล้านบาท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินกองทุนและความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมธุรกิจประกันชีวิตที่เผชิญแรงกดดันจากดอกเบี้ยต่ำและต้นทุนค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น

พร้อมเปิดผลประกอบการปี 2568 ยังเติบโตโดดเด่นภายใต้มาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS 17 โดยการเพิ่มทุนครั้งนี้แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 มีเป้าหมายหลัก 3 ประการ ได้แก่

  • ประการที่1 สร้างความพร้อมในการขยายธุรกิจ และรองรับความเสี่ยงใหม่ เนื่องจากบริษัทพร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่อย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องมีเงินทุนเพียงพอในการรองรับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง แม้จะเผชิญความท้าทายในตลาด แต่บริษัทยังคงมุ่งมั่นส่งมอบคุณค่าใหม่ๆ ที่ดีให้แก่ลูกค้า โดยมีโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งเป็นรากฐาน
  • ประการที่2 เสริมสร้างฐานะทางการเงิน ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติการณ์ การเพิ่มทุนเชิงรุกในครั้งนี้มิได้เกิดจากความจำเป็นระยะสั้น แต่เป็นมาตรการเชิงกลยุทธ์ระยะยาว เพื่อจะรักษาเสถียรภาพและความยืดหยุ่นทางการเงินในอนาคต
  • ประการที่3 แสดงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาวในประเทศไทย เพราะการเพิ่มทุนไม่ใช่เพียงมาตรการทางการเงิน แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า โตเกียวมารีนโฮลดิ้งส์ มองประเทศไทยเป็นพันธมิตรการเติบโตที่ยั่งยืนระยะยาว และจะส่งมอบคุณค่าที่ดีให้อย่างต่อเนื่อง

นายทาคาชิ กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดประกันชีวิตไทยยังคงเผชิญสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ทั้งอัตราดอกเบี้ยต่ำ และค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ลูกค้าต้องการแบบประกันที่ให้ผลตอบแทนที่มั่นคง การเก็บออมเงินเพื่อการเกษียณอายุ และการประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลที่มีราคาเหมาะสมจับต้องได้

ดังนั้น การเพิ่มทุนครั้งนี้ ช่วยเสริมสร้างรากฐานแห่งความไว้วางใจดังกล่าว และช่วยให้สามารถรับความเสี่ยงที่ผ่านการประเมินแล้ว เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมากขึ้น เพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน และพัฒนาเครื่องมือรวมถึงโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดย นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1879 กลุ่มโตเกียวมารีนได้ใช้เวลากว่า 150 ปี ในการสนับสนุนลูกค้าและสังคมทั่วโลก ผ่านบริการประกันภัยและบริการที่เกี่ยวข้อง

“แม้สังคมจะเปลี่ยนแปลงไป ความมุ่งมั่นของเรายังคงเดิม คือการเป็นบริษัทที่สนับสนุนลูกค้าและสังคมในทุกช่วงเวลาสำคัญ ประกันชีวิตเป็นคำมั่นสัญญาระยะยาวที่สนับสนุนลูกค้าไปอีก 10 - 20 ปี หรือมากกว่านั้น การรักษาสุขภาพทางการเงินระยะยาว และความสามารถในการปกป้องเบี้ยประกันภัยที่ได้รับฝากไว้ จึงเป็นความรับผิดชอบพื้นฐานของเรา”

โดยไทยจะเป็นตลาดยุทธศาสตร์ระยะยาวของกลุ่มโตเกียวมารีน โดยลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องทั้งธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัย สะท้อนความมุ่งมั่นระยะยาว โดยยกตัวอย่างการจ่ายค่าสินไหมเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ปี 2554 กว่า 80,000 ล้านบาท และการเข้าซื้อกิจการ บริษัท ประกันคุ้มภัย จำกัด (มหาชน) ในปี 2561 ซึ่งช่วยขยายขีดความสามารถในการให้บริการลูกค้าไทยในวงกว้าง

ผลประกอบการปี 2568 ยังแกร่งภายใต้ IFRS 17

ด้านนางสาวยุวดี เฉลิมศรีภิญโญรัช รองกรรมการผู้จัดการ-บริหารการเงิน บริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2568 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 10,473 ล้านบาท แบ่งเป็น เบี้ยรับปีแรก 1,294 ล้านบาท เติบโต 14% เบี้ยชำระครั้งเดียว 700 ล้านบาท เติบโต 33% เบี้ยรับปีต่อ 8,479 ล้านบาท เติบโต 4%

ขณะที่กำไรก่อนหักภาษีอยู่ที่ประมาณ 440 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% จากปีก่อน ประกอบด้วยกำไรจากการประกันภัยหลังหักค่าใช้จ่าย 300 ล้านบาท กำไรจากการลงทุน 100 ล้านบาท และรายได้อื่น 40 ล้านบาท

สำหรับปี 2569 บริษัทปรับกลยุทธ์การลงทุน เพิ่มสัดส่วนหุ้นจาก 2% เป็น 7% เพิ่มหุ้นกู้เอกชนจาก 5% เป็น 15% และลดพันธบัตรรัฐบาลจาก 85% เหลือ 70% คาดช่วยดันผลตอบแทนพอร์ตจาก 3.0–3.3% เป็น 3.8–4.0%

พร้อมตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมปี 2569 ที่ 10,900 ล้านบาท เติบโต 4% แบ่งเป็นเบี้ยรับปีแรก 1,380 ล้านบาท เบี้ยชำระครั้งเดียว 420 ล้านบาท และเบี้ยรับปีต่อ 9,100 ล้านบาท

ช่องทางตัวแทนยังเป็นหัวใจหลัก

ขณะที่ดร.สมโพชน์ เกียรติไกรวัล ประธานที่ปรึกษาสำนักกรรมการผู้จัดการและสายงานตัวแทน บริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2568 ช่องทางตัวแทนสร้างเบี้ยรับรวม 7,314 ล้านบาท มีตัวแทนมากกว่า 6,500 คน และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 8,000 คนในปี 2569

โดยคาดเบี้ยผ่านตัวแทนรวม 7,603 ล้านบาท โดยในปี 2569 บริษัทเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ ประกันสุขภาพแบบ No-Claim Bonus ให้ส่วนลดสูงสุด 30% และประกันสุขภาพเด็กแผนใหม่ พร้อมยกระดับศักยภาพตัวแทนด้วยเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขายและการบริการ

เพราะการเพิ่มทุนครั้งนี้จึงไม่เพียงเสริมฐานะทางการเงิน แต่ยังเป็นสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ว่ากลุ่มโตเกียวมารีนเดินหน้าลงทุนระยะยาวในประเทศไทย เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดประกันชีวิตไทยต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...