โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อ่านมุมมอง “วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ แก้ปัญหา "ทุนเทา" - เทรดทองที่กระทบเงินบาท

Thairath Money

อัพเดต 23 พ.ย. 2568 เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 23 พ.ย. 2568 เวลา 04.57 น.
ภาพไฮไลต์

เมื่อประเทศไทยเสี่ยงเป็นศูนย์กลางการฟอกเงินของโลก ปัญหาเรื่อง “ทุนเทา” จึงถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอยู่เสมอว่าจะแก้อย่างไรให้เด็ดขาด ทำได้จริง ล่าสุด "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ ออกมาเน้นย้ำถึงความสำคัญของเรื่องนี้ในงานแถลงข่าวประจำปีของแบงก์ชาติ

แบงก์ชาติ “มีอำนาจ” แต่ยังไม่ได้ใช้

เปิด 2 แนวทางจัดการทุนเทา

ในระดับประเทศเมื่อพูดเรื่องธุรกรรมเงินบาท หลายคนเข้าใจว่าเป็นแบงก์ชาติต้องมีข้อมูลเหล่านี้ทั้งหมด แต่ “วิทัย” ตอบข้อสงสัยนี้ว่า ภายใต้ระบบปัจจุบัน ธปท. ไม่มีข้อมูลการไหลเข้า-ออก หรือ Flow เงินบาทในประเทศทั้งหมด เพราะเมื่อเกิดธุรกรรมที่ต้องสงสัย ไม่ว่าจะในรูปแบบเงินสดหรืออื่นๆ สถาบันการเงินจะนำส่งข้อมูลตรงไปที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

ตัวอย่างเช่น ธุรกรรมเงินสดที่เกิน 2 ล้านบาท สถาบันการเงิน หรือ ธนาคารต่างๆ ต้องรายงานธุรกรรมเหล่านี้ต่อ ปปง. ไม่ได้ส่งเข้ามาที่แบงก์ชาติ

แต่หลังจากนี้ ธปท. อยากเห็นเส้นทางการเงินต้องสงสัย ลดการทำทุจริตผ่านภาคการเงิน ดังนั้นด้วยขอบเขตอำนาจของ แบงก์ชาติที่มีอยู่ผ่าน พ.ร.บ.สถาบันการเงิน และ พ.ร.บ.ระบบการชำระเงิน สามารถ “ปรับ” ให้ธนาคารหรือแบงก์ทั้งหลายต้องส่งรายงานธุรกรรมต้องสงสัยต่างๆ มาที่ ธปท.ได้

ทั้งนี้ ภายใต้การส่งข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัย เสี่ยงจะเป็นทุนเทา จะมีการกำหนดเกณฑ์ว่าพฤติกรรมแบบไหนที่ต้องส่งรายงานมาที่ ธปท. เช่น นาย A มีบัญชีเงินฝากที่เปิดเพื่อขายของ แต่ละวันมีเงินหลักพันบาท อยู่ดีๆ มีเงินหลักล้านบาทโอนเข้ามา และโอนออกไปทันที หรือ มีบัญชีที่เสี่ยงอยู่ในวงโคจรของพนันออนไลน์ หรือมีพฤติกรรมผิดปกติ เป็นต้น ธุรกรรมเหล่านี้ธนาคารมักเห็นก่อน และต่อไปนี้จะให้ธนาคารพาณิชย์ และ SFIs (สถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือ แบงก์รัฐ) ต้องรายงานให้ ธปท. รู้

นอกจากนี้ เพื่อแก้ปัญหาทุนเทาจะขยายสู่การกำกับดูแลในผู้ให้บริการ money Transfer ที่มีอยู่กว่า 2,000 แห่ง รวมถึง e-Wallet เพราะสามารถเป็นช่องทางเงินเทาได้เช่นกัน จึงต้องกำกับดูแลแบบให้มีมาตรฐานแบบเดียวกับธนาคารพาณิชย์ เช่น การตรวจสอบการทำ KYC ลูกค้า (ยืนยันตัวตน) การตรวจจับธุรกรรมต้องสงสัย และต้องจัดการให้ทันเมื่อมีคนทำผิดกฎ

รวมทั้ง money Changer หรือ ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ด้วยการเพิ่มคุณภาพและความสามารถตรวจสอบธุรกรรมผิดปกติด้วย

เร่งเครื่องจัดการ “ธุรกรรมทองคำ”

ทองคำมีมูลค่าสูงในตัวเอง จึงกลายเป็นอีกเครื่องมือที่ใช้ฟอกเงินสูงมาก ดังนั้นถ้าจะแก้เงินเทา ก็ต้องเริ่มที่การจัดการธุรกรรมทองคำกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเรื่องนี้ยังไปเชื่อมกับกรณีที่เงินบาทผันผวน และบางช่วงแข็งค่าแรงอย่างเห็นได้ชัด

ผู้ว่าฯ วิทัยเล่าว่า วงการทองคำยังไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลอย่างชัดเจน ฝั่ง ธปท. เองมีข้อมูลของร้านทองแค่บางส่วน เช่น กรณีที่ร้านทองทำธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (FX) กับธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ส่วนถ้ามีการนำเข้า-ส่งออกทองคำ ข้อมูลจะอยู่ที่กรมศุลกากร

ดังนั้น สิ่งที่ ธปท.ยังไม่มีคือ ข้อมูลร้านทองซื้อขายทองคำกับตลาดต่างประเทศ การทำธุรกรรม FX ผ่านบริษัทในเครือในต่างประเทศ รวมทั้งกรณีทำธุรกรรมด้วย Cryptocurrency

ดังนั้น เพื่อจัดการเรื่องนี้ ธปท. จึงอยู่ระหว่างการขอปรับประกาศกระทรวงการคลัง เพื่อให้ได้ข้อมูลมากขึ้นเพื่อติดตามผลกระทบต่อค่าเงิน และกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องให้ตรงจุดต่อไป

อย่างไรก็ตาม วิทัย ยังคงเน้นย้ำถึงปัญหาของประเทศไทยไม่ใช่แค่เรื่องทำยังไงให้นโยบายการเงินเหมาะสม แต่ไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ควรต้องรีบแก้ ซึ่งจะทำได้จริงแค่ไหน ยังต้องรอดูกันต่อไป

อ่านข่าวด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อ่านมุมมอง “วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ แก้ปัญหา "ทุนเทา" - เทรดทองที่กระทบเงินบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...