โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยาย ด.ญ.12 โดนแม่ขายที่ญี่ปุ่น อุ้มหลานวัย 11 เดือน ขอ ปวีณา ช่วย

Khaosod

อัพเดต 23 พ.ย. 2568 เวลา 05.18 น. • เผยแพร่ 23 พ.ย. 2568 เวลา 05.18 น.

ยายเด็กหญิงวัย 12 ปี อุ้มหลานอีกคน วัย 11 เดือน ขอมูลนิธิปวีณา ช่วย หลังลูกสาว ขายลูกแล้วโดนไต้หวันจับตัว ยังไม่สามารถติดต่อได้

เมื่อเวลา10.00 น. วันที่23 พ.ย.68 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี คลองเจ็ด ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ยายและป้าอุ้มหลานชายวัย11 เดือนที่เกิดในประเทศญี่ปุ่น เดินทางมาจาก จ.เพชรบูรณ์ ร้องทุกข์“ปวีณา” ทั้งน้ำตา

โดยขอให้ติดตามหลานสาววัย12 ปีที่ประเทศญี่ปุ่น ตามที่สื่อญี่ปุ่นลงข่าวโด่งดัง แม่คนไทยพาลูกสาววัย12 ปี ไปขายบริการที่ร้านนวดญี่ปุ่น ตอนนี้ไม่รู้ชะตากรรม2 แม่ลูก มีสื่อญี่ปุ่นมาสัมภาษณ์ ยายตกใจว่าหลานสาวถูกขายจึงขอให้สื่อญี่ปุ่นติดต่อ“ปวีณา” ช่วยเหลือติดตามเรื่อง ตอนนี้กินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงหลาน

นางปวีณา กล่าวว่า เรื่องนี้ได้รับทราบข่าวจากสื่อญี่ปุ่นที่มาสัมภาษณ์ที่มูลนิธิปวีณาฯ รู้สึกตกใจมาก จึงได้ประสานไปยังกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ทราบว่าตอนนี้ ด.ญ.วัย12 ปีปลอดภัยดีอยู่ในความดูแลของทางการญี่ปุ่น

และต่อมาได้ทราบว่าแม่ของเด็กหญิงถูกจับกุมที่ไต้หวัน ข้อหา อยู่เกินกำหนด และค้าประเวณี วันนี้ยายและป้าจึงเดินทางมาจาก จ.เพชรบูรณ์ มาขอความช่วยเหลือ

“ปวีณา” กล่าวว่า สื่อยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น5 สื่อเข้ามาสัมภาษณ์ที่มูลนิธิปวีณาฯ บอกว่าด.ญ.วัย12 ปี ตอนนี้ปลอดภัยดีอยู่ในความดูแลของทางการญี่ปุ่น และสื่อญี่ปุ่นยังได้ถามความเห็น“ปวีณา” ในฐานะได้ทำงานด้านค้ามนุษย์และเคยเป็น สส. เป็นรัฐมนตรีมาว่าคิดอย่างไรกับกฎหมายญี่ปุ่นที่มุ่งเน้นผู้ขายบริการผิดกฎหมายส่วนผู้ซื้อบริการไม่ผิดกฎหมาย

“ปวีณา” ตอบว่า ประเทศไทยได้มีการแก้ไข พ.ร.บ. โดย สว. คุณหญิงจันทนา ได้แก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณี เปลี่ยนเป็น พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี ร่วมกับ สส. สว. และปวีณา ซึ่งเป็น สส.ในสมัยนั้น ก็ได้ร่วมผลักดันด้วยคนหนึ่ง ตราเป็นพระราชบัญญัติปี2539

โดยให้ผู้หญิงที่ค้าประเวณีไปฟื้นฟูสภาพจิต ฝึกอาชีพ และดำเนินคดีกับผู้ชายที่ซื้อบริการ นางปวีณา หวังว่า ทางการญี่ปุ่นจะดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาเหยื่อที่ถูกหลอกไปค้าประเวณีและมีบทลงโทษผู้ซื้อบริการให้เข้มข้นขึ้น ซึ่งทราบว่าที่ประเทศญี่ปุ่นกฎหมายการค้าประเวณีกำลังเข้าสู่การพิจารณาในรัฐสภาญี่ปุ่น

ด้านยาย กล่าวว่า ยายไม่รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร วันที่สื่อญี่ปุ่นเดินทางไปสัมภาษณ์ที่บ้าน จ.เพชรบูรณ์ ยายรู้ข่าวถึงกับเป็นลม เพราะก่อนหน้านี้ลูกสาวพาหลานสาว12 ปีไปญี่ปุ่นบอกว่าจะพาไปเลี้ยงลูกอีกคนที่เกิดที่ญี่ปุ่น

และต่อมาลูกสาวได้กลับจากญี่ปุ่นมาไทยเอาลูกชายคนเล็กที่เพิ่ง11 เดือนที่คลอดที่ญี่ปุ่นมาให้เลี้ยง ส่วนลูกสาวอายุ12 ปียายถามว่าทำไมไม่มาด้วยลูกสาวบอกว่าเงินไม่พอจึงได้ฝากเพื่อนเอาไว้ที่ญี่ปุ่น

จู่ๆ ก็มีนักข่าวญี่ปุ่นมาสัมภาษณ์ว่าหลานถูกพาไปค้าประเวณี และยายได้บอกกับนักข่าวญี่ปุ่นให้ช่วยติดต่อ“ปวีณา” และขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเป็นตัวแทนในการติดตามเรื่องลูกสาวและหลานสาวให้ยายด้วย เพราะยายกินไม่ได้นอนไม่หลับอยากจะคุยกับหลานว่าเรื่องเป็นอย่างไรกันแน่ ยายใจจะขาดอยู่แล้ว จึงตัดสินใจเดินทางมามูลนิธิปวีณาฯ ขอความช่วยเหลือให้ช่วยติดตามข่าวหลานสาววัย12 ปี และลูกสาวให้ด้วย

ยายกับป้าอุ้มหลานชายวัย11 เดือน เดินทางมาจากจ.เพชรบูรณ์ เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็ก ขอความช่วยเหลือตรวจสอบกรณีที่สื่อญี่ปุ่นเสนอข่าวโด่งดัง แม่พาลูกสาววัย12 ปี ไปค้าประเวณีในร้านนวดที่ประเทศญี่ปุ่น โดยยายและป้าบอกว่า

หลังทราบข่าวกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะเป็นห่วงหลานสาววัย12 ปีที่มีข่าวว่าอยู่ในความดูแลของทางการญี่ปุ่น และลูกสาวที่ถูกจับอยู่ไต้หวัน ซึ่งยายและญาติๆ ไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร หลานสาววัย12 ปี ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง และลูกสาวที่อยู่ไต้หวันถูกดำเนินคดีข้อหาอะไรบ้าง

ยาย กล่าวว่า ลูกสาว น.ส.เอ(นามสมมุติ) อายุ29 ปี ที่เป็นข่าวพาลูกสาววัย12 ไปขายบริการที่ร้านนวดประเทศญี่ปุ่นนั้นที่ผ่านมาลูกเป็นเสาหลักของครอบครัวเลี้ยงพ่อและแม่ที่แก่ชรามีโรคประจำตัวทำงานไม่ไหว

น.ส.เอ(นามสมมุติ) ยังมีลูกสาวอีก2 คน คือ ด.ญ.บี อายุ12 ปี ที่ไปญี่ปุ่น และลูกสาวคนเล็กอายุ11 สามีเสียชีวิตไปประมาณ7 ปีแล้ว เมื่อก่อน น.ส.เอ ทำงานรับจ้างก่อสร้างแต่รายได้ไม่พอ จึงไปเรียนนวดแผนไทยก่อนจะมาทำงานนวดแผนไทยที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ต่อมาก็มีคนรู้จักชักชวนไปทำงานนวดแผนไทยที่ต่างประเทศเพราะคิดว่าจะมีรายได้ดีกว่า

“น.ส.เอ ไปทำงานที่ญี่ปุ่นประมาณปี2565 จะส่งเงินมาให้มาดูแลครอบครัวเลี้ยงลูกสาวเดือนละประมาณ2-3 พันบาท ลูกบอกว่ามีรายได้ไม่มาก กระทั่งช่วงเดือนพ.ค.68 ลูกสาวบอกว่าได้คลอดลูกที่ญี่ปุ่นอีกคนเป็นเด็กชาย แต่ไม่ได้บอกว่าแฟนเป็นคนไทยหรือญี่ปุ่น ปกติลูกจะเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดหรือบอกอะไรกับแม่เท่าไหร่ พอมีลูกเล็กลูกสาวก็ไม่ได้ทำงานจึงขาดรายได้

กระทั่งเดือน พ.ค.68 น.ส.เอ จึงกลับไทยมารับด.ญ.บี อายุ12 ปี ลูกสาวคนโต เดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อจะให้ไปช่วยเลี้ยงน้อง ซึ่งช่วงนั้นด.ญ.บีหลานสาวปิดเทอมอยู่

ลูกสาวยังบอกอีกว่าจะให้ลูกสาวคนโตกลับมาเรียนต่อพร้อมกับเอาลูกชายคนเล็กมาให้แม่เลี้ยงที่ไทย

แต่เมื่อถึงเวลาที่จะต้องส่งด.ญ.บี กลับมาเรียนหนังสือ ลูกสาวบอกว่าเงินซื้อตั๋วเครื่องบินไม่พอ กลางเดือน ส.ค. 68 จึงได้ฝากด.ญ.บีไว้กับเพื่อนของแม่ที่ร้านนวดที่ญี่ปุ่นยายไม่ทราบว่าคนไทยหรือคนญี่ปุ่น

จากนั้นลูกสาวก็ซื้อตั๋วพาลูกชายคนเล็กที่คลอดที่ญี่ปุ่นไม่นานบินกลับมาไทยก่อน พอเอาลูกชายมาส่งให้ยายไม่กี่วัน ลูกสาวก็เดินทางไปไต้หวันบอกว่าจะไปหาเงินก่อนเพื่อจะได้เอาไปซื้อตั๋วเครื่องบินพาด.ญ.บีกลับไทย

ยายจำได้ว่าก่อนเป็นข่าว2 วัน ด.ญ.บีหลานสาวได้โทรมาหายายบอกว่าอยากกลับบ้านให้แม่รีบมารับกลับไทยด้วยซึ่งระหว่างนั้นลูกสาวไปทำงานอยู่ไต้หวัน

จากนั้นก็มาได้ข่าวว่าลูกสาวถูกจับที่ไต้หวัน และมีข่าวว่าทิ้งลูกให้ขายบริการที่ร้านนวดญี่ปุ่น ซึ่งยายและป้าไม่ทราบข้อมูลอะไรเลย ไม่มีใครติดต่อแจ้งข่าวคราวลูกกับหลานสาวให้ทราบเลย ไม่รู้ว่าทั้งคู่จะเป็นอย่างไรบ้าง ยายกับป้าจึงมาร้องขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยประสานหาข้อมูลลูกและหลานสาวให้ด้วย

ทั้งนี้ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า จะได้ประสาน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ที่มอบหมาย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ผอ.ศตคม.ตร.) พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการ กองการต่างประเทศ(ตำรวจสากล) ดูแลเรื่องนี้ เพื่อให้ติดตามหน่วยงาน ประสานตำรวจสากล และทางการประเทศญี่ปุ่นและ ไต้หวันเพื่อทราบความคืบหน้าต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยาย ด.ญ.12 โดนแม่ขายที่ญี่ปุ่น อุ้มหลานวัย 11 เดือน ขอ ปวีณา ช่วย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...