โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดจดหมายตัดพ้อ คราว “พระนางสุภยาลัต” ทวงคืน “กษัตริย์ธีบอ” จากพี่สาวของตน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 27 พ.ย. 2568 เวลา 11.17 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2568 เวลา 02.26 น.
(จากซ้าย) พระนางสุภยาจี พระนางสุภยาลัต และพระเจ้าธีบอ ของพม่า

เปิดจดหมายตัดพ้อ คราวพระนางสุภยาลัตทวงคืนกษัตริย์ธีบอจากพระนางสุภยาจี “พี่สาว” ของตน

“พระนางสุภยาลัต”ราชินีองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์คองบอง เป็นที่รับรู้ในประวัติศาสตร์พม่าด้วยสถานะ “จำเลยหมายเลขหนึ่ง” ผู้พาราชอาณาจักรอังวะไปสู่กาลอวสาน หลังจากพระนางขึ้นสู่อำนาจสูงสุดขณะพระชนมายุ 19 พรรษา และสูญเสียอำนาจไปตอนพระชนมายุ 27 พรรษา เมื่อกองทัพเรืออังกฤษเข้ายึดกรุงมัณฑะเลย์ใน พ.ศ. 2428

เรื่องราวของพระนางสุภยาลัตที่บันทึกและถ่ายทอดต่อ ๆ กันมา มักเต็มไปด้วยความโหดร้ายตลอด 7 ปีที่พระนางอยู่เคียงคู่ราชบัลลังก์พระเจ้าธีบอ ผู้เป็นทั้งพระเชษฐาและพระสวามี โดยเฉพาะเสียงเล่าลือเรื่องความร้ายกาจ จากกรณีที่พระนาง “แย่ง” พระเจ้าธีบอจาก “พี่สาว” แท้ ๆ ผู้มีตำแหน่งเป็นอัครมเหสี

แต่ สุภัตรา ภูมิประภาสได้เผยอีกตัวตนของพระนางสุภยาลัต ในบทความ “วันเวลาก่อนสิ้นสลาย : ราชินีสุภยาลัต นางพญากษัตริย์สุดท้ายของพม่า”นิตยสารศิลปวัฒนธรรมฉบับตุลาคม พ.ศ. 2558 เป็นเรื่องราวความรักระหว่าง “เจ้าหญิงสุภยาลัต”กับ“เจ้าชายธีบอ” ที่ไม่ค่อยแพร่หลายนัก ทั้งที่หากใครได้ทราบก็อาจนึกเห็นใจพระนางขึ้นมาได้

สุภัตราอ้างอิงข้อมูลหนังสือ “Thibaw’s Queen”ของ แฮโรลด์ ฟีลดิ้ง-ฮอลล์ (Harold Fielding-Hall) เป็นหลัก เพราะมีคำบอกเล่าจาก “นางกำนัล”ที่มีโอกาสถวายงานรับใช้ข้างกายราชินีองค์นี้เป็นเวลา 4 ปี ก่อนพม่าเสียเมืองให้อังกฤษ หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2442 ขณะที่พระนางและพระราชสวามีสูญสิ้นอำนาจไปแล้ว และต้องถูกเนรเทศไปใช้ชีวิตอยู่ในอินเดียตามคำสั่งของอังกฤษ

จากคำบอกเล่าของนางกำนัล ฟีลดิ้ง-ฮอลล์ ให้ความเห็นถึงความร้ายกาจของพระนางสุภยาลัตว่า จริง ๆ แล้วพระนางแทบไม่ต่างจากสตรีคนอื่น ๆ เลย “พระเจ้าธีบอรักพระนางมาก และพระนางก็รักพระองค์มากเช่นกัน หากพระนางร้ายกาจจริงอย่างที่คนกล่าวหาจะได้รับความรักเยี่ยงนี้หรือ”

ประจักษ์พยานความรักอันลึกซึ้งของทั้งคู่ ปรากฏอยู่ในจดหมายที่เจ้าหญิงสุภยาลัตทรงเขียนถึงเจ้าชายธีบอ ในวันที่ราชสำนักพม่าเลือกเจ้าชายเป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่ หลังจากพระเจ้ามินดง พระราชบิดาสวรรคต เนื้อความในจดหมายดังกล่าวมีลักษณะการ “ตัดพ้อ” พระเจ้าธีบออย่างโจ่งแจ้ง แปลเป็นภาษาไทย ดังนี้ [ปรับย่อหน้าใหม่และเน้นคำเพิ่มเติมโดยกอง บก. ศิลปวัฒนธรรม]

“บัดนี้ฝ่าบาทได้ขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินแล้ว และหม่อมฉัน เจ้าหญิงกลาง ผู้เป็นน้องสาวของฝ่าบาทขอแสดงความยินดีกับพระองค์ด้วย ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าพระองค์ขึ้นเป็นกษัตริย์ได้อย่างไร และตอนนี้เป็นที่เลื่องลือกันว่าพระองค์จะต้องทรงอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงใหญ่ซึ่งเป็นพี่สาวของหม่อมฉัน แต่หากพระองค์จะทรงหยุดคิดสักนิดสิ่งนั้นก็คงไม่เกิดขึ้น

พี่สาวของหม่อมฉันเคยใส่ใจฝ่าบาทบ้างหรือไม่ เคยทำสิ่งใดเพื่อฝ่าบาทบ้าง ตอนที่ฝ่าบาทถูกส่งตัวออกจากวังไปบวชเรียนที่วัด นางเคยเขียนจดหมายถึงฝ่าบาทบ้างหรือไม่เพคะ เคยส่งปัจจัยและสิ่งของไปให้ฝ่าบาทบ้างหรือไม่เพคะ

จดหมายและข้าวของพวกนั้นอยู่ที่ไหนกันเล่า จะค้นเจอได้จากที่แห่งใดบ้าง ฝ่าบาทย่อมทรงทราบดีว่ามิได้เป็นเช่นนั้น ไม่มีผู้ใดเขียนจดหมายถึงฝ่าบาทเลยนอกจากหม่อมฉัน เจ้าหญิงกลาง ไม่เคยมีใครรำลึกถึงฝ่าบาท หรือแม้แต่ส่งของขวัญให้ฝ่าบาทนอกจากหม่อมฉัน ผู้ใดสามารถนับได้ว่าหม่อมฉันเขียนจดหมายถึงฝ่าบาทกี่ฉบับหรือวัดความรักที่หม่อมฉันมีต่อพระองค์ได้บ้างเพคะ สิ่งเหล่านั้นมากมายเกินหยั่งถึง ขอให้ฝ่าบาททรงตรึกตรองดูเถิด

ขอให้พระองค์ย้อนรำลึกถึงความหลัง แล้วพระองค์จะทรงมั่นใจว่าพระองค์ไม่อาจจะมีผู้ใดสมควรเป็นราชินีของพระองค์ได้นอกจากหม่อมฉัน”

สุภัตราเผยว่า ราชสำนักพม่าไม่ได้ใส่ใจความรักระหว่างเจ้าชายธีบอกับเจ้าหญิงสุภยาลัตนัก แม้แต่ตอนที่ส่งจดหมายไปถึงพระเจ้าธีบอ ทุกคนยังคงวุ่นวายกับการเตรียมพระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างกษัตริย์กับ “เจ้าหญิงสุภยาจี” (เจ้าหญิงใหญ่) ภคินีร่วมพระชนก-ชนนี ของเจ้าหญิงสุภยาลัต เพราะตามจารีตประเพณีราชสำนักพม่า “พี่สาวคนโต” จะมีสิทธิ์เป็นพระอัครมเหสีก่อน จากนั้นกษัตริย์จะไปมีมเหสีรองหรือนางสนมอีกกี่คนก็เป็นสิทธิ์ของพระองค์

ความเจ็บช้ำน้ำใจที่จารีตโบราณพรากชายคนรักไป ประกอบกับการที่พระนางซินผิ่วมะฉิ่น พระชนนี ก็ไม่มีทีท่าให้การสนับสนุน เจ้าหญิงสุภยาลัตจึงต้องทรงดิ้นรนเพื่อทวงคืนพระเจ้าธีบอด้วยองค์เอง

นางกำนัลเล่าให้ฟีลดิ้ง-ฮอลล์ ฟังว่า “พระนางทรงรักเจ้าชายธีบอเสมอมาตั้งแต่สมัยที่ไม่มีใครคาดคิดว่าพระองค์จะได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ ฉันเชื่อเหลือเกินว่าแม้เจ้าชายจะไม่ได้ขึ้นครองราชย์ พระนางก็คงอภิเษกสมรสกับพระองค์อยู่ดี บุรุษผู้นี้(เจ้าชาย) ต่างหากที่พระนางต้องการ หาใช่พระเจ้าแผ่นดิน แต่แน่ละว่าหากบุรุษผู้นั้นได้ขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินก็ยิ่งดีขึ้นไปอีก”

ยังมีอีกเรื่องเล่าใน “คำให้การของนายจาด”ชาวสยามที่สอนภาษาไทยให้ลูก ๆ ของขุนนางในราชสำนักที่กรุงมัณฑะเลย์ ระหว่าง พ.ศ. 2417-2422 ซึ่งเป็นช่วงปลายแผ่นดินพระเจ้ามินดง ต่อเนื่องต้นแผ่นดินพระเจ้าธีบอ นายจาดบอกว่า “เจ้าสุพยาลัด (สุภยาลัต) ธิดาของพระนางอะเลนันดอ (ซินผิ่วมะฉิ่น) รักใคร่อยู่กับเจ้าสิมโป (ธีบอ) พระนางอะเลนันดอไม่มีโอรส มีแต่ธิดา จึงเป็นเหตุให้นางนี้คิดอ่านชิงราชสมบัติให้แก่เจ้าสิมโป”

หลังจากเจ้าหญิงสุภยาลัตทรงส่งจดหมายตัดพ้อต่อว่าชายคนรัก ผู้ออกจากวัดไปเป็นกษัตริย์อย่างเหนือความคาดหมาย จากนั้นพระนางก็ทรงย้ายเข้าไปอยู่ในพระตำหนักพระเจ้าแผ่นดินทันทีก่อนมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อทรงยอมให้พระเจ้าธีบอเข้าพิธีอภิเษกกับ “เจ้าหญิงใหญ่” ตามโบราณราชประเพณีเป็นที่เรียบร้อย ปรากฏว่าพระนางสุภยาจีทรงเป็นราชินีอยู่เพียงวันเดียว (วันอภิเษก) เท่านั้น…

เพราะหลังจากนั้น “หากมีใครเอ่ยถึงพระราชินี เป็นที่รู้กันว่าย่อมหมายถึงเจ้าหญิงสุภยาลัต ไม่มีพระราชินีองค์อื่นอีกนอกจากพระนาง”

เรื่องราวชิงรักหักสวาทที่ลือลั่นราชสำนักพม่า เมื่อคราวพระเจ้าธีบอขึ้นเสวยราชย์ จึงจบลงด้วยชัยชนะของเจ้าหญิงวัย 19 ชันษาอย่าง “พระนางสุภยาลัต”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สุภัตรา ภูมิประภาส. “วันเวลาก่อนสิ้นสลาย : ราชินีสุภยาลัต นางพญากษัตริย์สุดท้ายของพม่า”. นิตยสารศิลปวัฒนธรรมฉบับเดือนตุลาคม พ.ศ. 2558.

ฟีลดิ้ง-ฮอลล์, แฮโรลด์. สุภัตรา ภูมิประภาส และสุภิดา แก้วสุขสมบัติ แปล. (2560). ราชินีศุภยาลัต จากนางกษัตริย์สู่สามัญชน. กรุงเทพ: มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 พฤศจิกายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดจดหมายตัดพ้อ คราว “พระนางสุภยาลัต” ทวงคืน “กษัตริย์ธีบอ” จากพี่สาวของตน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...