กต. ดันเอกชนรุกละติน เปิดกลยุทธ์คว้าโอกาส
#ส่งออก #ทันหุ้น – กระทรวงต่างประเทศสบช่องหนุนไทยบุกลาตินอเมริกา ชี้เป็นตลาดศักยภาพสูงที่ยังเวอร์จิ้น ชูชิลีโดดเด่นมี FTA ครอบคลุม 100% กับไทย กำลังซื้อสูง และเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของภูมิภาค แย้มมีสตาร์ทอัพฝีมือดีพร้อมกระจายสินค้า แนะวางกลยุทธ์ซีรีส์พ่วงสินค้าไทย ยาดม ชาไทยนิยม ชูมวยไทยเป็นที่นิยมแนะกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังจับตลาด ด้านโรงแรมมีโอกาสจับกลุ่มเงินถังเรือสำราญ
นายจักรพันธ์ ยุวรี ผู้อำนวยการ กองลาตินอเมริกา กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ถึงโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายการลงทุนและค้าขายไปยังภูมิภาคละตินอเมริกา โดยชี้ว่าตลาดดังกล่าวยังเป็น “ตลาดบริสุทธิ์” (Virgin Market) ที่ยังไม่มีนักลงทุนไทยรายย่อยเข้าไปสำรวจมากนัก และผู้ที่เข้าไปก่อนย่อมได้เปรียบ
@ ใหญ่ มั่นคง กำลังซื้อสูง
นายจักรพันธ์ ระบุว่า การแสวงหาตลาดใหม่ๆ นอกเหนือจากตลาดดั้งเดิมมีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงที่ประเทศไทยอยู่ท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน โดยลาตินอเมริกามีคุณสมบัติที่น่าสนใจ ประกอบด้วย ขนาดเศรษฐกิจและประชากร: ประกอบด้วย 33 ประเทศ ตั้งแต่เม็กซิโกถึงอาร์เจนตินา มีประชากรรวม 660 ล้านคน และมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ต่อปีสูงถึงประมาณ 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลาดมีการเติบโตสูงพอสมควรราว 3-4% ต่อปี
ด้านโครงสร้างประชากรมีกลุ่มวัยหนุ่มสาวจำนวนมาก ซึ่งเป็นข้อดีที่ทำให้ตลาดเติบโตได้ดี ต่างจากตลาดเอเชียที่มีแนวโน้มประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น ขณะที่เสถียรภาพค่อนข้างดี เพราะภูมิภาคนี้มีความมั่นคงทางการเมืองสูงและไม่มีสงครามเกิดขึ้น
@ โอกาสธุรกิจใหม่
ปัจจุบันสินค้าส่งออกหลักของไทยไปลาตินอเมริกากว่า 50% เป็นชิ้นส่วนยานยนต์ แต่รัฐบาลกำลังมองหาโอกาสใหม่ ๆ ให้นักธุรกิจ ประกอบด้วย เทคโนโลยีและดิจิทัล : ธุรกิจที่เกี่ยวกับ AI, ICT และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ เป็นตลาดที่น่าขยายตัว โดยเฉพาะ E-commerce ซึ่งมีความสำคัญเนื่องจากภูมิภาคมีความห่างไกล
ลาตินอเมริกายังมีศักยภาพสูงด้านทรัพยากรใต้ดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลิเธียม ซึ่ง 3 ประเทศผู้ผลิตหลักของโลก ได้แก่ โบลิเวีย อาร์เจนตินา และชิลี ล้วนอยู่ในลาตินอเมริกา นอกจากนี้ ยังมีแหล่งพลังงานอื่นๆ เช่น เชลออยล์และเชลแก๊สในอาร์เจนตินา การเข้าสู่ตลาดนี้จะช่วยสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความสมดุลและลดการพึ่งพาพลังงานจากประเทศใดประเทศหนึ่ง
@ ซีรีส์ไทยนำสินค้า
นายจักรพันธ์ เน้นย้ำว่า ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Soft Power ของไทยกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในลาตินอเมริกา โดยเฉพาะ ซีรีส์Boy Love และ Girl Love (BL/GL) ของไทยได้รับความนิยมอย่างสูง มีการใช้โมเดลเดียวกับเกาหลี คือการนำความชื่นชอบในซีรีส์มาผนวกเข้ากับสินค้าไทย เช่น อาหารและผลิตภัณฑ์ต่างๆ
แฟนคลับชาวลาตินอเมริกาที่เดินทางมาไทยมักจะไปถ่ายรูปที่หน้าตึก GMM Grammy ซึ่งถือเป็นจุด Check-in ที่สำคัญ สินค้าที่ได้รับความนิยมคือ ยาดมไทย สามารถติดรูปดารานักแสดงลงไปด้วย นอกจากนี้ ชาไทย เช่น ชาตรามือ ก็กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก เนื่องจากไม่มีจำหน่ายที่อื่นในโลกนอกจากประเทศไทย โดยล่าสุดได้มีการเปิดร้านสาขาที่ 1 ในเม็กซิโกแล้ว
ด้านกีฬามวยไทยมีฐานผู้เล่นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในบราซิลและเม็กซิโก ซึ่งมีผู้ฝึกซ้อมนับหลายหมื่นคนจนเกือบแสนคน ทำให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับมวยไทย เช่น กางเกงมวยไทย น้ำมันมวยไทย และเครื่องดื่มชูกำลัง ซึ่งสามารถเชื่อมโยงภาพลักษณ์กับกีฬาได้ มีโอกาสทางการตลาดสูง
ส่วนกลุ่มบริษัทโรงแรมและการบริการขนาดใหญ่ของไทยซึ่งมีมีการลงทุนในลาตินอเมริกา และควรพิจารณาขยายการลงทุนไปยังหมู่เกาะแคริบเบียน ซึ่งเป็นจุดหมายของเรือสำราญ (Cruise) ที่มีนักท่องเที่ยวเงินหนาเข้ามาเป็นจำนวนมาก
โดยตลาดสำคัญที่ไทยควรให้ความสำคัญคือ ประเทศชิลี เนื่องจากเป็นประเทศที่มีข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับประเทศไทยครอบคลุมสินค้า 100% ทำให้การทำธุรกิจและบุกตลาดทำได้ง่าย และมีศักยภาพทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อสูง โดยเป็นประเทศที่มี GDP ต่อหัวสูงที่สุดในลาตินอเมริกา ด้วยมูลค่ากว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อหัว และมีความสามารถสูงด้านไอทีและเก่งในเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ เชี่ยวชาญในธุรกิจ E-commerce เนื่องจากมีความห่างไกลในภูมิภาคต่างๆ ทำให้การค้าขายออนไลน์มีความสำคัญ
ที่ผ่านมา ได้มีการนำ Startup ด้านเทคโนโลยีที่น่าสนใจมายังประเทศไทย เช่น บริษัทที่ทำเกี่ยวกับ 3D Mapping โดยใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียมหรือโดรน ซึ่งมีประโยชน์ต่อการพัฒนาเมือง การทำเหมือง เขื่อน หรือถนน ตลอดจนการขุดแร่ นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่ทำด้าน E-commerce ชื่อ Emong ซึ่งมีศักยภาพในการขยายตลาดรอง และครอบคลุม 12 ประเทศในลาตินอเมริกา ทำให้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับบริษัทไทยที่สนใจส่งสินค้าไปขายบนแพลตฟอร์มของพวกเขา
นอกจากนี้ชิลีก็ยังรับผลประโยชน์จากโครงข่ายโลจิสติกส์ที่เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา คือ โครงข่าย Bi-Oceanic Corridor ซึ่งเป็นเส้นทางบกที่เชื่อมมหาสมุทรแปซิฟิก (ผ่านเปรู) และมหาสมุทรแอตแลนติก (ผ่านบราซิล) ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคและเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างประเทศในภูมิภาคทั้งหมดเข้าด้วยกัน
“ปัจจุบัน ชิลีเป็นประเทศเดียวในลาตินอเมริกาที่มี FTA ครอบคลุม 100% กับไทย และ เปรู จะเป็นประเทศที่ 2 ที่จะมีการลงนาม FTA ครอบคลุม 100% ภายในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งจะช่วยให้นักธุรกิจไทยบุกตลาดได้ง่ายขึ้น”
นายจักรพันธ์ กล่าวด้วยว่า หากนักลงทุนไทยมีความกล้าที่จะมองข้ามตลาดดั้งเดิมไปสู่ตลาดที่มีโอกาสสูงอย่างลาตินอเมริกา โดยใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ที่ดีในปัจจุบัน และจุดแข็งด้านวัฒนธรรมที่เปิดกว้างของไทย จะสามารถเป็นผู้สร้างตลาดและได้เปรียบในการแข่งขันได้