โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สู้รบวันที่ 4 กัมพูชาโจมตีเนินภูมะเขือ-ทบ.แจงยิงฐานพระวิหาร

INN News

อัพเดต 11 ธ.ค. 2568 เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2568 เวลา 03.12 น. • INN News

การสู้รบวันที่ 4 เช้านี้กัมพูชาเปิดฉากยิง 2 จุด เนิน 500 ช่องบก และ บ้านโกมุย ภูมะเขือ ขณะ ทบ.ยันเขมรใช้ ปราสาทตาควาย-พระวิการ เป็นฐานทหาร ขัดหลักสากล ไทยโจมตไม่ผิด

สถานการณ์สู้รบไทยกัมพูชา ดำเนินมาถึงวันที่ 4 โดยเมื่อเวลา 05.30 น. มีรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ทหารกัมพูชาได้เปิดฉากยิงทหารไทยแล้ว 2 จุด คือ เนิน 500 ช่องบก ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี และชายแดนฝั่งบ้านโกมุย ทิศใต้ภูมะเขือ จังหวัดศรีสะเกษ ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

สำหรับการรบช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา มีรายงานว่า F-16 ของกองทัพอากาศ ปฏิบัติการโจมตี ทิ้งระเบิดแรงสูงใส่เป้าหมายคาสิโน และคลังนํ้ามัน ย่านจุ๊บโกกี อ.บันเตียอำปึล จ.อุดรมีชัย ของกัมพูชา ตรงข้ามกับจุดผ่อนปรนช่องสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ จนเกิดเพลิงลุกไหม้ขนาดใหญ่ หลังพบว่าตึกคาสิโน และคลังนํ้ามันแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ปล่อยโดรนพลีชีพ คลังเก็บอาวุธหนัก และเติมเชื้อเพลิงให้แก่รถยิง BM-21 ซึ่งเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางทหาร ของฝ่ายกัมพูชา ส่วนที่ประสาทตาควาย ทหารไทยกำลังระดมยิงกระสุนปืนใหญ่ 155 mm. ไปยังฐานที่มั่นทหารกัมพูชาอย่างหนัก

ส่วนพื้นที่กองทัพภาค 1 จ.สระแก้ว หลังเปิดปฏิบัติการเชิงรุก ส่งกำลังทหารราบพร้อมยานเกราะล้อยาง Stryker 8x8 เข้าควบคุมพื้นที่บริเวณด่านบึงตะกวน ตรงข้ามจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านตาพระยา พร้อมกับได้ปักธงชาติไทย วางรั้วลวดหนามหีบเพลงกำหนดเขตป้องกัน มีรายงานว่า ฝ่ายกัมพูชาได้ยิงปืน ค.ลงข้างยานเกราะสไตรเกอร์ของทหารไทย เบื้องต้นมีทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย และได้รับบาดเจ็บ 10 นาย นำตัวส่ง รพ.ตาพระยาเรียบร้อยแล้ว

สำหรับทหารไทยที่เสียชีวิตคือ พลทหาร ธนรัตน์ จันทร์ประทัด กองกำลังรบกองทัพภาคที่ 1 กำลังพลสังกัดกองพลทหารราบที่ 11 ตำแหน่ง พลปืนเล็ก สังกัดกรมทหารราบที่ 112 กองพันทหารราบที่ 3 (ร.112 พัน.3)

ขณะที่ พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุถึงกรณี กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์กัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ประณามกองทัพไทย โจมตีในพื้นที่ปราสาทตาควาย และอ้างถึงการโจมตีของฝ่ายไทย สร้างความเสียหายแก่ปราสาทพระวิหารว่า ประเทศไทยยึดมั่นใน อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ.1954 ว่ากรณีความขัดแย้งทางอาวุธ ซึ่งกำหนดให้โบราณสถาน ต้องได้รับการคุ้มครอง และห้ามการโจมตีหรือการกระทำใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย

ทั้งนี้อนุสัญญาฯ มีข้อยกเว้นที่ระบุไว้ชัดเจนหากมีการนำโบราณสถานไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร เช่น การตั้งฐานที่มั่น การควบคุมการปฏิบัติการ การเป็นจุดซุ่มยิง หรือใช้เป็นพื้นที่เตรียมการโจมตี พื้นที่ดังกล่าวอาจ สูญเสียความคุ้มครองในทางกฎหมายเป็นการชั่วคราว ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางทหาร

ดังนั้น เมื่อฝ่ายกัมพูชาตั้งใจใช้อาณาบริเวณโบราณสถานเป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร รวมถึงใช้เป็นที่ตั้งระบบตรวจการณ์ และที่ตั้งระบบอาวุธยิงเพื่อใช้โจมตีต่อฝ่ายไทย ทำให้พื้นที่ดังกล่าวจึงเข้าข่าย เป็นพื้นที่ที่ "สูญเสียความคุ้มครองชั่วคราว" ตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ.1954

ซึ่งกรณีพื้นที่ปราสาทตาควาย และพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ถูกฝ่ายกัมพูชานำมาใช้ เพื่อการปฏิบัติการทางทหาร โดยใช้เป็นที่ตั้งระบบอาวุธยิง เป็นคลังเก็บกระสุนวัตถุระเบิด และทุ่นระเบิด สำหรับใช้โจมตีทำร้ายฝ่ายไทย ซึ่งมีหลักฐานเป็นภาพปรากฏให้เห็นอยู่ตามสื่อโซเชี่ยลได้ทั่วไป จึงควรเป็นฝ่ายกัมพูชาเองที่เป็นฝ่ายที่ทำผิดกฎหมายมนุษยธรรม และทำผิดกติกาสากลเอง รวมถึงเป็นฝ่ายที่ไม่เห็นคุณค่าในมรดกทางวัฒนธรรม

ฝ่ายไทยจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะปกป้องภัยคุกคามเหล่านั้นได้ตามความเหมาะสมและได้สัดส่วน ตามหลักกติกาสากล เป็นไปตามความจำเป็นเนื่องจากจากฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้บีบบังคับ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...