โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พามารู้จัก! สุนัข K9 นักรบสี่ขา เพื่อนคู่ใจแห่งวงการสุนัขตำรวจ

Dek-D.com

เผยแพร่ 24 เม.ย. 2568 เวลา 08.44 น. • DEK-D.com
สุนัข K9 สุนัขที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษเพื่อปฏิบัติภารกิจร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หน่วยทหาร และหน่วยกู้ภัยทั่วโลก

สวัสดีค่ะน้อง ๆ เด็กดี ทุกคน เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2568 ประเทศไทยได้เกิดแผ่นดินไหวที่มีผลกระทบมาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาในประเทศไทยภาคเหนือมักจะเคยเจอแผ่นดินไหวได้บ่อย ๆ แต่ครั้งนี้ถือว่าเกิดขึ้นหลายจังหวัดในประเทศไทยรวมถึงกรุงเทพ ที่ที่ทุกคนไม่เคยคิดว่าจะเกิดได้

จากเหตุการณ์ดังกล่าวก็มีความเสียหายเกิดขึ้นมากมาย อย่างเช่น ตึกถล่มที่ย่านจตุจักร ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากมาย ถือเป็นเรื่องที่น่าสลดใจอีกครั้งของคนไทย เพราะเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว และการค้นหาผู้สูญหายในตึกถล่มก็มีสุนัข K9เข้ามาร่วมค้นหาด้วย วันนี้พี่นิ้งขอพามาทำความรู้จักกับน้องสุนัข K9 ให้มากขึ้นกันค่ะ

K9 เป็นคำพ้องเสียงมาจากคำว่า Canine ที่แปลว่า สัตว์ตระกูลสุนัข

สุนัข K9 คือ?

สุนัขตำรวจ เป็นสุนัขที่ได้รับการฝึกมาโดยเฉพาะเพื่อช่วยเหลือตำรวจและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ หน้าที่ของน้องสุนัข K9 ได้แก่ ค้นหายาเสพติดและวัตถุระเบิด, ค้นหาผู้สูญหาย, ค้นหาหลักฐานที่เกิดเหตุ และโจมตีผู้คนที่ตกเป็นเป้าหมายของตำรวจ โดยสุนัขตำรวจต้องจำคำพูดและท่าทางมือหลาย ๆ อย่างอีกด้วย

สุนัข K9 มีสองส่วนคือ เอกชน (มีเจ้าของ) และ ราชการ (ตำรวจ,ทหาร)

อายุ: มักเริ่มฝึกเมื่อสุนัขมีอายุระหว่าง 3 เดือนถึง 3 ปี

สุขภาพแข็งแรง: ไม่มีโรคประจำตัวหรือปัญหาสุขภาพที่อาจส่งผลต่อการฝึก

ลักษณะนิสัย: กระตือรือร้น ฉลาด เรียนรู้เร็ว และมีความมั่นใจ

ความสำคัญของสุนัข K9

สุนัข K9 มีบทบาทสำคัญในงานบังคับใช้กฎหมาย ทหาร และกู้ภัย โดยใช้ความสามารถพิเศษในการดมกลิ่นเพื่อตรวจจับยาเสพติด วัตถุระเบิด และค้นหาผู้สูญหายนอกจากนี้ยังช่วยในการติดตามและจับกุมผู้ต้องสงสัย รวมถึงลาดตระเวนเพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง สุนัข K9 ที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีสามารถช่วยเหลือภารกิจค้นหาและกู้ภัยในเหตุการณ์ภัยพิบัติต่าง ๆ นอกจากนี้ยังถูกนำมาใช้ในงานช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาและด้านจิตเวช ทำให้เป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อสังคมอย่างยิ่งเลยค่ะ

พันธุ์ที่นิยมนำมาฝึกเป็นสุนัขตำรวจ

1. บีเกิล

บีเกิลเป็นหนึ่งในสายพันธุ์สุนัขที่ใครเห็นเป็นต้องหลงรัก ด้วยขนาดตัวที่กะทัดรัด ดวงตากลมโต และนิสัยขี้เล่นเป็นมิตร แต่รู้หรือไม่ว่าเจ้าสุนัขตัวน้อยนี้เป็นนักสืบจมูกไวที่ยอดเยี่ยม เดิมทีบีเกิลมีต้นกำเนิดจากประเทศอังกฤษ ถูกเพาะพันธุ์มาเพื่อช่วยล่าสัตว์เล็ก เช่น กระต่ายและหมูป่า ด้วยความสามารถด้านการดมกลิ่นที่เป็นเลิศ ทำให้ปัจจุบันถูกนำมาใช้เป็นสุนัขตำรวจ โดยเฉพาะในสนามบินเพื่อตรวจหาสิ่งของผิดกฎหมาย ข้อดีของบีเกิลคือมีความเป็นมิตร ไม่สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับภารกิจตรวจค้นยาเสพติดและวัตถุต้องห้าม

2. ร็อตไวเลอร์

ร็อตไวเลอร์ เป็นสุนัขที่มีประวัติยาวนานและเคยถูกใช้ในงานหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ลากเกวียน เฝ้าไร่ ต้อนฝูงสัตว์ ไปจนถึงการทำหน้าที่เป็นสุนัขอารักขาและรักษาความปลอดภัย ด้วยรูปร่างแข็งแรง บึกบึน และพละกำลังมหาศาล ร็อตไวเลอร์จึงถูกฝึกให้เป็นสุนัขตำรวจสำหรับภารกิจที่ต้องใช้ความแข็งแกร่ง เช่น การจับกุมคนร้ายหรือปกป้องเจ้าหน้าที่ แม้ว่าจะมีภาพลักษณ์ที่ดูดุ แต่หากได้รับการฝึกฝนที่ถูกต้อง ร็อตไวเลอร์จะกลายเป็นสุนัขที่จงรักภักดีและเชื่อฟังเจ้าของเป็นอย่างมาก

3. เบลเจียน มาลินอยส์

หากมองเผิน ๆ หลายคนอาจสับสนระหว่าง เบลเจียน มาลินอยส์ กับ เยอรมัน เชพเพิร์ด เนื่องจากมีรูปร่างใกล้เคียงกัน แต่เบลเจียน มาลินอยส์จะมีขนาดเล็กกว่าและว่องไวกว่า

มีต้นกำเนิดจากประเทศเบลเยียม และเคยถูกใช้เป็นสุนัขต้อนแกะมาก่อน ด้วยความเฉลียวฉลาด ว่องไว และมีพลังงานสูง ทำให้ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมากในการฝึกเป็นสุนัขตำรวจ โดยเฉพาะในภารกิจค้นหาวัตถุระเบิด อารักขาบุคคลสำคัญ และปฏิบัติการจับกุมคนร้าย เบลเจียน มาลินอยส์สามารถตอบสนองคำสั่งได้อย่างรวดเร็วและทำงานได้ดีในภารกิจภาคสนาม

4. ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ เป็นสุนัขที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความร่าเริงและความฉลาด มีต้นกำเนิดจากแคนาดา โดยในอดีตถูกใช้ช่วยนายพรานล่าเป็ดน้ำและลากอวนขึ้นฝั่ง มีขนสองชั้นที่ช่วยกันน้ำและป้องกันความหนาวเย็นได้ดี ทำให้เป็นนักว่ายน้ำชั้นเยี่ยม

นอกจากความสามารถด้านการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมแล้ว ลาบราดอร์ยังมีนิสัยเป็นมิตร เข้ากับผู้คนได้ง่าย ทำให้ถูกนำมาใช้เป็นสุนัขตำรวจในการตรวจค้นวัตถุระเบิดและยาเสพติด รวมถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในภารกิจกู้ภัยอีกด้วย

5. เยอรมัน เชพเพิร์ด

หากพูดถึงสุนัขตำรวจ สายพันธุ์แรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น เยอรมัน เชพเพิร์ด เพราะเป็นสุนัขที่มีความสามารถรอบด้าน ทั้งฉลาด แข็งแกร่ง ฝึกง่าย และมีความจงรักภักดีต่อเจ้าของ

เยอรมัน เชพเพิร์ดมีต้นกำเนิดจากประเทศเยอรมนี และในอดีตถูกใช้เป็นสุนัขต้อนแกะ ได้รับการฝึกให้ทำงานในหลายบทบาท เช่น ค้นหาวัตถุระเบิด อารักขาบุคคลสำคัญ และจับกุมคนร้าย ด้วยความสามารถที่หลากหลาย เยอรมัน เชพเพิร์ดจึงกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ใช้ในหน่วยงานตำรวจและทหารทั่วโลก

บทบาทหน้าที่ของสุนัข K9

สุนัข K9 เป็นสุนัขที่ได้รับการฝึกฝนเฉพาะทางเพื่อช่วยเหลือมนุษย์ในภารกิจต่าง ๆ โดยมีบทบาทหน้าที่สำคัญ ดังนี้

  • งานบังคับใช้กฎหมาย ตรวจจับสารเสพติด วัตถุระเบิด และสิ่งผิดกฎหมายด้วยประสาทการดมกลิ่นที่แม่นยำ ติดตามร่องรอยของผู้ต้องสงสัย หรือบุคคลที่หลบหนี ช่วยจับกุมคนร้ายและรักษาความปลอดภัยในภารกิจตำรวจ
  • งานด้านความมั่นคงและทหาร ลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยงภัยเพื่อป้องกันการโจมตีค้นหาและตรวจหากับระเบิดหรือวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง(IEDs) สนับสนุนหน่วยรบพิเศษในการปฏิบัติภารกิจทางยุทธวิธี
  • งานกู้ภัยและค้นหา ค้นหาผู้สูญหายในเหตุการณ์ภัยพิบัติเช่น แผ่นดินไหว ดินถล่ม หรืออุบัติเหตุทางน้ำ ค้นหาร่างผู้เสียชีวิตในกรณีอุบัติเหตุหรือคดีอาชญากรรม
  • งานบริการสังคมและการแพทย์ เป็นสุนัขช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา และผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกาย ทำหน้าที่เป็นสุนัขบำบัด เพื่อช่วยบรรเทาความเครียดและส่งเสริมสุขภาพจิตให้แก่ผู้ป่วย

การฝึกฝนสุนัข K9

1. การฝึกพื้นฐาน

  • ฝึกให้เชื่อฟังคำสั่งพื้นฐาน เช่น นั่ง หมอบ ยืน มา อยู่
  • ฝึกให้เดินเคียงข้างผู้ควบคุม
  • สร้างความคุ้นเคยกับเสียงปืน เสียงไซเรน และสถานการณ์ต่าง ๆ
  • ฝึกความอดทนและการควบคุมอารมณ์

2. การฝึกเฉพาะด้าน

ขึ้นอยู่กับภารกิจที่สุนัข K9 จะต้องปฏิบัติ เช่น

  • สุนัขตรวจจับยาเสพติด / วัตถุระเบิด

  • ฝึกให้ดมกลิ่นสารเป้าหมายและส่งสัญญาณเมื่อพบ

    • ใช้ของเล่นหรือรางวัลเป็นแรงจูงใจ
    • ฝึกในสถานที่จำลอง เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ
  • สุนัขลาดตระเวน / จับกุมผู้ร้าย

  • ฝึกให้โจมตีเฉพาะคำสั่ง

    • ฝึกกระโจนเข้าจับเป้าหมายโดยไม่ทำอันตรายถึงชีวิต
    • ฝึกการติดตามร่องรอยกลิ่น
  • สุนัขกู้ภัย

  • ฝึกดมกลิ่นค้นหาผู้สูญหาย

    • ฝึกทำงานในพื้นที่ซับซ้อน เช่น ป่า ภูเขา ซากอาคารถล่ม

3. การฝึกภาคสนาม

  • ฝึกจำลองสถานการณ์จริง เช่น การบุกจับผู้ร้ายในอาคาร
  • ฝึกการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหาร
  • ทดสอบการตอบสนองต่อคำสั่งในสถานการณ์กดดัน

4. การฝึกอย่างต่อเนื่อง

  • ฝึกภารกิจจำลองทุกสัปดาห์
  • ทบทวนคำสั่งต่าง ๆ เป็นประจำ
  • ตรวจสุขภาพและสภาพจิตใจของสุนัขอย่างสม่ำเสมอ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ จากบทความแล้วน้องสุนัข K9 ถือเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยมนุษย์ในงานด้านความปลอดภัยและกู้ภัย มีความจงรักภักดีและทุ่มเทต่อหน้าที่สุด ๆ ไปเลยใช่ไหมคะ และใครที่เป็นทาสหมาแล้วล่ะก็บอกได้เลยว่าจะยิ่งเป็นกว่าเดิมแน่นอนค่ะ ยังไงพี่นิ้งขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้น้องสุนัข K9 ทุกตัวบนโลกในภารกิจต่าง ๆ ด้วยนะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...