เศรษฐกิจไม่ฟื้นแต่ความสวยรอไม่ได้ คนไทยหันซื้อ “ครีมซอง”
เปิด เทรนด์ความสวย 2025 เวชสำอางค์มาแรงขณะที่ผู้บริโภคเลือกจ่ายเพื่อความงามตามสภาพเศรษฐกิจหันซื้อครีมซองมากขึ้น คอสเมด อินโนเวชั่นรุกตลาดเครื่องสำอางเต็มกำลัง ทุ่มดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง เจาะกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ พร้อมโรดโชว์ Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2025 ดันรายได้สิ้นปีโตอีก 30% ทะลุ 2,000 ล้านบาท
เภสัชกร วาที รัตนวิสาลนนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอสเมด อินโนเวชั่น จำกัด ผู้รับผลิตเครื่องสำอาง เวชสำอาง สกินแคร์ และอาหารเสริมแบบครบวงจร เปิดเผยว่า ในปี 2567 บริษัทมีอัตราการเติบโตสูงถึง 30%
สำหรับปี 2568 บริษัทวางแผนเดินหน้าการตลาดเชิงรุกเป็นครั้งแรก ผ่าน Digital Marketing โดยจัดตั้ง ทีมการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing Team) เพื่อเจาะกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างแบรนด์ของตนเอง เน้นการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย เช่น TikTok, Facebook, Instagram ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ทรงพลังในการเข้าถึงกลุ่ม คนรุ่นใหม่ และ เจ้าของแบรนด์หน้าใหม่ เพื่อขยายฐานลูกค้า จากเดิมที่เป็นเจ้าของแบรนด์เดิมหรือกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป ไปสู่กลุ่มที่ต้องการสร้างแบรนด์ใหม่และอายุหลากหลายมากขึ้น
และอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในปี 2568 คือการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2025 เพื่อโชว์ศักยภาพด้าน งานวิจัยและนวัตกรรมที่ใช้งบประมาณกว่า 10% ของยอดขายสนับสนุนการวิจัยอย่างต่อเนื่อง
เภสัชกร วาที ยังกล่าวถึงเทรนด์ความงามที่มาแรงในปี 2568 ว่า เวชสำอาง (Cosmeceutical) ยังมาแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูผิวหลังการทำเลเซอร์และทรีตเมนต์ เนื่องจากผู้บริโภคมีความรู้เรื่องสกินแคร์มากขึ้น
และให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลผิวและการเติมความชุ่มชื้น จากเดิมที่ตลาดเน้นกลุ่ม Whitening เป็นหลัก ปัจจุบันกลุ่ม เวชสำอาง กำลังเติบโตสูง เนื่องจากสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ การดูแลสุขภาพผิวแบบองค์รวมมากขึ้น
ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามเศรษฐกิจโดยหันมาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ขนาดเล็กลง (Mini-size) เช่น ครีมซอง (Sachet Cream) ซึ่งยังคงเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจาก ราคาย่อมเยาและเข้าถึงง่าย
ทั้งนี้บริษัทฯ เป็นผู้บุกเบิกการผลิต ครีมซอง ให้กับหลายแบรนด์ชั้นนำ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด และครีมซองกลายเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของ เครื่องสำอางไทย ที่ต่างชาติให้ความสนใจ
“ปัจจุบัน โซเชียลมีเดีย (Social Media) ช่วยให้แบรนด์ไทยสามารถแข่งขันกับ อินเตอร์แบรนด์ (International Brands) ได้มากขึ้น แตกต่างจากอดีตที่การลงโฆษณาต้องพึ่งพาสื่อแบบดั้งเดิมที่มีค่าใช้จ่ายสูง ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ช่องทางออนไลน์ที่หลากหลาย โปรโมตแบรนด์ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าแต่มีประสิทธิภาพสูงกว่า ทำให้แบรนด์ไทยมีโอกาสเติบโตและสร้างชื่อเสียงในระดับสากลได้มากขึ้นตั้งเป้ารายได้ปี 2568 โตทะลุ 2,000 ล้านบาท
หลังจากการตลาดเชิงรุกตลอดปี 2568 บริษัทฯ คาดการณ์รายได้จะเติบโต 30% หรือมีรายได้รวมประมาณ 2,000 ล้านบาท จากการขยายฐานลูกค้าในตลาดใหม่ ๆ และสนับสนุนผู้ที่ต้องการสร้างแบรนด์ของตนเอง”