โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

'ไดร์วูล์ฟ’ กลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังจากสูญพันธ์ุไปนานนับ 12,000 ปี ด้วยเทคโนโลยี CRISPR !

BT Beartai

อัพเดต 09 เม.ย. 2568 เวลา 00.37 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. 2568 เวลา 09.34 น.
'ไดร์วูล์ฟ’ กลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังจากสูญพันธ์ุไปนานนับ 12,000 ปี ด้วยเทคโนโลยี CRISPR !

หมาป่าไดร์วูล์ฟ (Direwolf) เจ้าหมาป่าโลกันตร์ ถ้าใครที่เคยดูซีรีส์ Game of Thrones ก็อาจจะเคยเห็นมาบ้าง ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงของตระกูลสตาร์ก (Stark) โดยเจ้าไดร์วูล์ฟมีอยู่จริง ๆ นะ เดิมทีแล้วเป็นหมาป่าที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่กว้างใหญ่ของอเมริกา ตั้งแต่ทางใต้สุดจนถึงเวเนซุเอลา และทางเหนือสุดถึงแคนาดา และเป็นเวลามากกว่า 12,000 ปีแล้วที่สัตว์ชนิดนี้ได้สูญพันธุ์ไป อย่างไรก็ตาม มีการค้นพบซากของไดร์วูล์ฟมากมายทั่วทั้งทวีปอเมริกา Colossal Biosciences จึงเห็นโอกาสนี้และได้ริเริ่มโครงการที่ไม่มีใครคิดว่าจะเป็นไปได้

หมาป่าโลกันตร์ จาก Game of Thrones

เพราะพวกเขาสามารถสร้างไดร์วูล์ฟ หรือหมาป่าดึกดำบรรพ์ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งได้สำเร็จ หมาป่าที่เกิดใหม่มีชื่อว่า โรมูลัส (Romulus) และ รีมัส (Remus) ซึ่งเกิดเมื่อ 1 ตุลาคม 2567 อายุ 6 เดือน และในวันที่ 30 มกราคม 2025 ที่ผ่านมา พวกเขาก็ได้ให้กำเนิดลูกหมาป่าตัวที่สามชื่อ คาลีซี (Khaleesi) รวมทั้งหมดเป็น 3 ตัว กำลังเติบโตในสถานที่ปลอดภัยที่ไม่เปิดเผยในสหรัฐฯ

โรมูลัส (Romulus) และ รีมัส (Remus) ขณะที่อายุได้ 1 เดือน
น้องเล็กคนสุดท้อง คาลีซี (Khaleesi)

พฤติกรรมดั้งเดิมฉบับหมาป่าที่แตกต่างจากหมาบ้าน !

ทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่า หมาป่าที่สร้างขึ้นมาไม่เหมือนกับลูกหมาทั่วไป เพราะถึงแม้จะอายุแค่ 6 เดือน แต่พวกมันหนักกว่า 36 กิโลกรัม มีความยาวเกิน 1.2 เมตรเลยทีเดียว โดยมีแนวโน้มที่จะมีน้ำหนักถึง 63 กิโลกรัม เมื่อโตเต็มวัย อีกหนึ่งลักษณะที่ทำให้หมาป่าแตกต่างจากหมาบ้านคือพฤติกรรมของพวกมัน เพราะพวกมันมักจะรักษาระยะห่างจากมนุษย์เสมอ แม้แต่ผู้ดูแลก็ไม่สามารถเข้าใกล้มันได้มากนัก ซึ่งจริง ๆ นี่แหละ คือพฤติกรรมที่แท้จริงของหมาป่า และยังคล้ายกับพฤติกรรมของไดร์วูล์ฟในยุคโบราณอีกด้วย

ใช้เทคโนโลยีหรือวิธีอะไรให้คืนชีพมาได้อีกครั้ง ?

หลัก ๆ แล้ว นักวิทยาศาสตร์ใช้เทคโนโลยี CRISPR (Clustered Regularly Interspaced Short Palindromic Repeats) หรือเทคโนโลยีการตัดต่อพันธุกรรมที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งใช้ในการเปลี่ยนแปลงหรือปรับแต่ง DNA ของสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะในการศึกษาหรือการรักษาโรคทางพันธุกรรม ด้วยวิธีที่ทำให้สามารถเพิ่มหรือลบยีนบางตัวใน DNA ได้ ในการตัดต่อพันธุกรรมของหมาป่าสีเทา (Gray wolf)

วิธีการนี้เริ่มจากการถอดรหัสจีโนมของหมาป่าไดร์วูล์ฟ โดยนักวิทยาศาสตร์จาก Colossal ได้ศึกษาจีโนมของไดร์วูล์ฟจากกะโหลกอายุ 72,000 ปี และฟันอายุ 13,000 ปี หลังจากนั้นพวกเขาก็ทดลองเขียนรหัสพันธุกรรมของหมาป่าสีเทาธรรมดาให้ตรงกับรหัสพันธุกรรมของไดร์วูล์ฟและใช้สุนัขบ้านเป็นแม่อุ้มบุญ

ซึ่งการสร้างไดร์วูล์ฟนั้น เขาได้ทำการปรับแต่ง 14 ยีนเพื่อให้ได้คุณลักษณะของไดร์วูล์ฟ 20 อย่าง ซึ่งการปรับแต่งเพียงเล็กน้อยเหล่านี้ก็ทำให้เกิดความแตกต่างที่ชัดเจนหลายอย่าง เช่น ขนสีขาวของโรมูลัสและรีมัส ขนาดที่ใหญ่ขึ้น ไหล่ที่แข็งแรงขึ้น หัวที่กว้างขึ้น ฟันและกรามที่ใหญ่ขึ้น ขาที่มีกล้ามเนื้อมากขึ้น และเสียงร้องที่มีเอกลักษณ์อย่างเช่น เสียงหอน หรือเสียงร้อง

กะโหลกไดร์วูล์ฟอายุ 72,000 ปี และฟันอายุ 13,000 ปี

แม้จะไม่ใช่ไดร์วูล์ฟจริง ๆ แต่นี่ก็ถือว่าใกล้เคียงที่สุดแล้ว ?

ต้องบอกว่าถึงจะไม่ใช่ไดร์วูล์ฟจริง ๆ แต่ก็ใกล้เคียง เพราะการที่เปลี่ยนแปลงยีนแค่ 14 ยีน จากทั้งหมด 19,000 ยีนในหมาป่าสีเทานั้น มันคงเป็นข้อสรุปได้ยากว่ามันคือการคืนชีพให้ไดร์วูล์ฟอย่างแท้จริง อาจจะต้องใช้คำว่า ตัดแต่งพันธุกรรมให้ใกล้เคียงและโคลนนิงออกมาให้เหมือนไดร์วูล์ฟซะมากกว่า

ง่าย ๆ ก็คือ สิ่งที่ Colossal Biosciences ทำคือการนำ DNA ของหมาป่าสีเทา (Gray wolf) ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันมาทำการ ‘ตัดแต่งยีน’ ให้บางลักษณะคล้ายกับหมาป่าไดร์วูล์ฟ (ลองนึกภาพหมาป่าใส่สกินไดร์วูล์ฟ) เพราะในพันธุกรรมของหมาป่าสีเทาเหล่านี้ไม่ได้มีส่วนของไดร์วูล์ฟที่แท้จริงอยู่เลย แต่ทาง Colossal Biosciences ก็กำลังมีงานวิจัยเพิ่มเติมที่คาดว่าจะออกมาให้ได้อ่านเร็ว ๆ นี้

โรมูลัส และ รีมัส อายุ 6 เดือน

ความเป็นไปได้ของการคืนชีพเหล่าไดโนเสาร์ล่ะ ?

ยังคงเป็นเรื่องยากในตอนนี้ เพราะยังไม่มีใครสามารถสกัด DNA จากกระดูกของไดโนเสาร์ได้เลย แม้กระทั่งกระดูกที่เราพบในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ก็แทบจะไม่เหลือสสารเดิมไว้แล้ว เพราะมันถูกแทนที่ด้วยตะกอนหินในช่วงเวลานานหลายล้านปี

กระดูกที่พบของไดโนเสาร์ในปัจจุบันจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาที่ผ่านไปนานมาก ตะกอนหินจะเข้ามาแทนที่เซลล์ที่เป็นเนื้อเยื่อดั้งเดิม จนทำให้โครงสร้างกระดูกเหล่านั้นไม่สามารถใช้ในการสกัด DNA ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากนัก

แม้จะมีความหวังจากการค้นคว้าเกี่ยวกับการสกัด DNA จากฟอสซิลบางชนิด อย่างเช่นจากการศึกษาแมมมอท หรือหมาป่าไดร์วูล์ฟ แต่วิธีเหล่านั้นก็ยังไม่สามารถนำไปใช้กับไดโนเสาร์ได้ เพราะฟอสซิลของไดโนเสาร์มีอายุหลายสิบล้านปี ซึ่งทำให้โอกาสในการหาหลักฐานทางพันธุกรรมที่สมบูรณ์มีน้อยมาก

ถือเป็นก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีที่ไม่ธรรมดา

การนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ในความพยายามทางพันธุวิศวกรรมนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในด้านวิทยาศาสตร์และการอนุรักษ์ รวมถึงการรักษาชีวิตของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นฟูสายพันธุ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว มันแสดงให้เห็นถึงพลังของเทคโนโลยีชีวภาพในการปกป้องและรักษาสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบันหรือสายพันธุ์ที่เคยสูญพันธุ์ไปแล้ว

การพัฒนาเหล่านี้ไม่ได้แค่ช่วยฟื้นฟูสิ่งมีชีวิตในอดีตเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสใหม่ ๆ ในการอนุรักษ์และดูแลโลกธรรมชาติให้คงอยู่ต่อไปได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...