โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ยังไม่จบ ล่าสุดลุงสมนิจ เปิดใจแล้ว เล่าเป็นฉากๆ หลังโดนเปิดโปง ว่ากุเรื่องเมียท้อง 4 เดือนติดใต้ซากตึก

สยามนิวส์

เผยแพร่ 31 มี.ค. 2568 เวลา 05.45 น. • สยามนิวส์
ยังไม่จบ ล่าสุดลุงสมนิจ เปิดใจแล้ว เล่าเป็นฉากๆ หลังโดนเปิดโปง ว่ากุเรื่องเมียท้อง 4 เดือนติดใต้ซากตึก

จากกรณีที่เมื่อวานนี้สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวว่า มีลุงคนหนึ่งชื่อสมนิจ อายุ 51 ปี อ้างว่าภรรยาของเขาที่ตั้งครรภ์ 4 เดือน ซึ่งเป็นเสมียนทำงานด้านเอกสารอยู่ที่ชั้น 4 ของตึกก่อสร้างที่พังถล่มลงมายังติดอยู่ในตึก ก่อนที่จะมีการเปิดโปงผ่านโลกออนไลน์ในภายหลังว่าเรื่องราวของลุงคนดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง

ล่าสุดวันนี้ทีมข่าว ได้เจอกับลุงสมนิจอีกครั้ง ซึ่งตัวลุงเองยังคงเดินวนไปวนมาอยู่ในบริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุ ทางทีมข่าวจึงได้เข้าไปสอบถามข้อเท็จจริงอีกครั้งว่า สิ่งที่ลุงให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนหน้านี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่

ลุงสมนิจยังยืนยันว่าเป็นความจริง ไม่ได้กุเรื่อง โดยภรรยาของตนนั้นยังคงติดอยู่ภายใต้ซากอาคารดังกล่าวจริง ซึ่งภรรยาของตนทำงานอยู่ที่ชั้น 4 เป็นเสมียนเกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของหน่วยงานราชการที่เป็นเจ้าของพื้นที่

อีกทั้งยังยืนยันว่า ภรรยาของตนอายุ 25 ปี ตั้งท้องได้ประมาณ 4 เดือน โดยคบหากันได้ประมาณ 2-3 ปีจากการพบกันที่สถานบันเทิงแถวพระราม 9 ก่อนหน้านี้ภรรยาของตนทำงานที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งแถวพระราม 9 แล้วตนเองก็เคยทำงานเป็นคนขับเครนในห้างที่เดียวกัน

โดยในวันเกิดเหตุ ตนได้ที่ติดต่อภรรยาของตนครั้งสุดท้ายก็เมื่อช่วงขณะที่เกิดเหตุ อ้างว่าตอนแรกภรรยาบอกตนว่าให้มากินข้าวด้วยกันแถวจตุจักร แต่ระหว่างนั้นก็เกิดแผ่นดินไหว ภรรยาบอกว่าตึกสั่นแรงมาก จากนั้นประมาณ 20 นาที ก็ได้ยินเสียงดังโครมทางโทรศัพท์และโทรศัพท์ภรรยาก็ตัดหายไป ตั้งแต่วันนั้น ตนก็เลยมาเกาะติดสถานการณ์ เพื่อหวังว่าเจ้าหน้าที่จะพบเจอภรรยาของตน ทำให้ตนยังไม่ได้กลับไปที่ห้องย่านลาดพร้าวเลย โทรศัพท์ก็ลืมเอาไว้ที่ห้อง เพื่อหวังว่าจะได้พบเจอภรรยาของตน

ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่าตนเรี่ยไรขอรับบริจาคเงินนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยตนเองได้รับเงินจากนักข่าวสำนักข่าวแห่งหนึ่งจริงประมาณหนึ่งหมื่นบาท แต่ตนได้ปฏิเสธคืนเงินดังกล่าวไป เพราะเนื่องจากมีคนกล่าวหาว่าตนขโมยเงิน โดยได้คืนเงินต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่เรียบร้อย ยืนยันว่าไม่มีการขอรับบริจาคเงินแต่อย่างใด

ส่วนประเด็นที่กล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ไม่พบชื่อบุคคลที่อ้างว่าเป็นภรรยาของลุง ลุงสมนิจกล่าวว่า เป็นเพราะเรื่องการพิสูจน์ทราบชื่อบุคคลนั้นยังคาดเคลื่อน เลยไม่พบชื่อของภรรยาตนเอง ส่วนที่มีการกล่าวหาว่าจริง ๆ แล้วลุงเดินไปเดินมาอยู่แถวลาดพร้าวนั้น ลุงกล่าวว่าก็เนื่องจากแถวนั้นเป็นห้องพักของลุง เพราะทำงานเป็นพนักงานก่อสร้างแถวนั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ตัวลุงเองได้มีการดื่มสุราหรือไม่ ตอนแรกลุงปฏิเสธว่าไม่ได้ดื่ม แต่ภายหลังก็ยอมรับว่าเมื่อคืนนี้ลุงได้ดื่มสุราจริง ๆ โดยจากการสังเกตของทีมข่าวพบว่า ที่ตัวของลุงนั้นได้กลิ่นสุราออกมาอย่างเห็นได้ชัดและลักษณะการตอบคำถามพูดคุยกับผู้สื่อข่าวนั้นเป็นการพูดแบบวกไปวนมา อีกทั้งทีมข่าวได้สอบถามและขอดูประวัติการโทรพูดคุยกับภรรยาในช่วงวันเกิดเหตุ แต่ลุงบอกว่าลืมโทรศัพท์ไว้ที่ห้องพัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...