ถอดรหัส ‘เปลี่ยนลุค’ แล้ว ‘ปัง’ ของนักร้องสาว Sabrina Carpenter กับการค้นหาตัวตน จับทางที่ใช่ ในเส้นทางอาชีพ 10 ปี
ตอนนี้เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ซาบรีน่า คาร์เพนเตอร์ (Sabrina Carpenter) นักร้องวัย 25 ปีกับเพลงฮิตติดหูที่ทำให้คนไทยต้อง ‘หน๊าวฮีส์’ อย่าง Espresso หรือวลี have you ever try this one? ของเพลง Juno ซึ่งรู้หรือไม่ว่า กว่าจะดังเป็นพลุแตกกับอัลบั้ม Short ‘n’ Sweet ได้นั้น เธอใช้เวลาและความพยายามไม่น้อยกว่า 10 ปีเลย ในการค้นพบตัวตนทั้งในด้านแนวเพลง รวมถึงภาพลักษณ์ใหม่กับลุคสาวบอมเชลล์ ที่ใครเห็นเธอก็ต้องนึกถึงในบอดี้สูทระยิบระยับ กับรอยจูบสีแดง ที่เราจะมาวิเคราะห์สูตรผสมของซิกเนเจอร์ที่นำไปสู่ความ ‘ดัง’ และ ‘ปัง’ ของเธอกันเลย
กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของเธอนั่นชัดเจน ด้วยการหยิบเอาลุคโอลด์ฮอลีวูดมาเป็นธีมหลักไม่ว่าจะผ่านการแต่งตัว แต่งหน้า ทรงผม ไปตลอดจนถึงคอนเซ็ปต์ของเอ็มวีที่นำเรื่องคลาสสิกมาเล่าใหม่เช่น เพลง Taste ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่อง Death Becomes Her หรือการแสดงในงาน Grammys Awards ครั้งที่ 67 ก็นำโชว์เพลง Nobody Does it Like Me ของ Goldie Hawn มาเล่าใหม่ในเนื้อเพลงที่เปิดเผยถึงเรื่องบนเตียง ขี้อ้อน เซ็กซี่ ชวนฝันในแบบฉบับของเธอ
ผมลอนสุดโรแมนติก อันเป็นซิกเนเจอร์นี้ได้ถูกคิดออกมาอย่างชาญฉลาด เพราะตอบโจทย์โครงหน้ารูปหัวใจของสาวซาบีน่า หน้าม้าเลเยอร์แสกกลางช่วยบาลานซ์ความกว้างของหน้าผากกับคางให้สมดุล บังคิ้วที่หนาเข้มบางส่วน และผมม้าเส้นโค้งยังนำสายตาไปที่ดวงตาสีฟ้าอันกลมโตที่สวยอยู่แล้วให้โดดเด่นที่สุด เพราะถ้าไว้ผมตรงยาวจะทำให้สาวร่างเล็กยิ่งดูตัวสั้นเข้าไปอีก
สีที่เลือกใช้ก็ยังเป็นเครื่องมือที่มีบทบาทมากสำหรับสาวซาบีน่า ในการเลือกใช้สี Baby Blue มาเป็นคัลเลอร์แบรนด์ดิ้ง สร้างลุคภาพจำที่ใครเห็นสีฟ้าก็ต้องนึกถึงซาบีน่า เพราะสีฟ้าให้ความรู้สึกละมุนชวนฝัน และยังเป็นสีใน personal color ของเธอท่ีเป็นสาวฤดู Summer ที่เข้ากับเสื้อผ้าสีพาสเทลโทนเย็น
ก็เห็นได้จากชุดทัวร์คอนเสิร์ตในสีชมพูอ่อน ม่วงลาเวนเดอร์ สีเหลือง หรือสีเงินก็ยิ่งขับให้ผิวขาวอมชมพูดูมีออร่า หรือถ้าอยากใส่สีฤดูอื่น ก็ใช้ทริคการทาผิวแทนช่วยเพิ่มความอบอุ่นที่ให้ลุคดูนัวเข้ากัน
ถ้าอิงตามหลัก personal color ศัตรูที่สาวซัมเมอร์ต้องพึงระวังนั่นคือ สีดำ เมื่อย้อนกลับไปดูผลงานเก่าๆ ก็เห็นได้ว่าซาบีน่าชอบใส่เสื้อสีดำ เมื่อแสงสะท้อนจากเสื้อทำให้ใบหน้าดูหมอง ซึ่งไม่ได้บอกว่ามัน ‘ผิด’ หรือ ‘ห้ามใส่’ ในทุกวันนี้เราก็ยังเห็นซาบีน่าใส่สีดำ เพราะสีดำก็ยังสื่อถึงความเซ็กซี่ ซึ่งเทคนิคที่เธอทำที่ต่างจากเมื่อก่อนคือ เปิดพื้นที่ช่วงอก หรือใช้สีอื่นคั่นสีดำ เพื่อไม่ให้เงาสะท้อนเสื้อผ้าเข้าใบหน้าแค่นั้นเอง หรือการปล่อยผมยาวให้เฟรมใบหน้า ที่นำไปประยุกต์ใส่กับสีอื่นๆ นอกฤดูได้
ด้วยความสูง 152 ซม. สัดส่วนของเสื้อผ้าที่เธอเลือกคือ ไม่สั้น ก็ยาวไปเลย การแต่งตัวสั้นโชว์ขาให้ยาว หรือการสร้างเส้นต่อเนื่องด้วยเดรสยาวจรดพื้น จะช่วยพลางตาว่าดูสูงขึ้นได้ ซึ่งก็เป็นเทคนิคเดียวกันกับสาวอารีอาน่ากราเด้ อีกด้วย สังเกตได้ว่าเธอจะเลือกชิ้นเซ็ต หรือเป็นเดรสชิ้นเดียว ต่างกับแต่ก่อนกับลุคที่มิกซ์แอนด์แมตช์ท่อนบนท่อนล่างไว้ด้วยกัน
เสื้อผ้าหน้าผมก็คือ ‘ส่วนหนึ่ง’ แต่ไม่ใช่ความสำเร็จทั้งหมดของเธอ เราเรียกได้ว่า ‘วัย’ และ ‘จังหวะเวลา’ ที่เหมาะสม ก็ยังส่งเสริมให้เธอร้องเพลงถึงเรื่องบนเตียงอย่างเปิดเผยให้ดูน่ารัก และลุคของเธอกลับทำให้เรื่องวาบหวิวดูไม่ฮาร์ดคอร์จนเกินไป และเฟรนด์ลี่ที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับแฟนเพลงได้ express ตัวเอง ให้มีอารมณ์ขันเหมือนกับเธอที่ดูไม่น่าเกลียดเลย
“ผมส่งหน้า หน้าส่งชุด ชุดส่งคน คนส่งเพลง เพลงส่งท่าเต้น ท่าเต้นส่งเสว’’ เป็นคำพูดที่ไม่เกินจริงสำหรับ ซาบรีน่า คาร์เพนเตอร์
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ถอดรหัส ‘เปลี่ยนลุค’ แล้ว ‘ปัง’ ของนักร้องสาว Sabrina Carpenter กับการค้นหาตัวตน จับทางที่ใช่ ในเส้นทางอาชีพ 10 ปี
- ‘Rare Beauty’ แบรนด์ที่ Selena Gomez พาโปรดักต์ ‘เนื้อลิควิดหัวกลม’ สูตรวีแกน ทั้ง บลัช ไฮไลต์ คอนทัวร์ ยืนหนึ่งเรื่องความแรร์ จนคนเห็นปุ๊บรู้เลยแบรนด์อะไร!
- หลุดเข้าไปในโลกของ หว่อง กา ไว และหนัง In the Mood for Love ใน ‘Mi Shang Prada Rong Zhai’ ร้านอาหารสแตนด์อโลนแห่งแรกในเอเชียของ Prada ณ กรุงเซียงไฮ้
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com