โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

บทความคิดเห็น : วิกฤตยูเครนกลายเป็น ‘ธุรกิจใหญ่’ ไว้ตักตวงผลประโยชน์

Xinhua

อัพเดต 10 เม.ย. 2568 เวลา 15.57 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. 2568 เวลา 08.57 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : กลุ่มควันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าในกรุงเคียฟของยูเครน วันที่ 27 ก.พ. 2022)

ปักกิ่ง, 10 เม.ย. (ซินหัว) — เมื่อไม่นานนี้ มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้พบปะหารือกับอันดรี ซีบีฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของยูเครน ณ สำนักงานใหญ่องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ในกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม พร้อมแสดงความกระตือรือร้นจะเดินหน้าข้อตกลงแร่ธาตุระหว่างสหรัฐฯ กับยูเครนจนดูเหมือนแทบอดรนทนไม่ไหวที่จะกิน “อาหารจากด่วน” จานนี้ให้หมดเกลี้ยง สะท้อนว่าวิกฤตยูเครนที่เรื้อรังมาจนถึงปัจจุบันกลายเป็น “ธุรกิจใหญ่” เสียแล้ว

ต้นตอของวิกฤตยูเครนเกี่ยวโยงใกล้ชิดกับสหรัฐฯ และความขัดแย้งในปัจจุบันนั้นยากจะแก้ไข ซึ่งเหตุผลสำคัญประการหนึ่งคือกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ จากสหรัฐฯ ได้สร้างกลไกยืดเยื้อความขัดแย้ง ได้แก่ กลุ่มผู้ค้าอาวุธยุทโธปกรณ์ต้องการคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง ทุนทางการเงินต้องพึ่งพาความผันผวนของตลาดเพื่อเก็งกำไร และยักษ์ใหญ่ด้านทรัพยากรต้องการควบคุมยูเครนในระยะยาว โดยผลประโยชน์เหล่านี้เสริมส่งกันและกันผ่านระบบการเมืองสหรัฐฯ จนกลายเป็น “สามเหลี่ยมเหล็ก” (Iron Triangle)

ความช่วยเหลือทางการทหารจากสหรัฐฯ สู่ยูเครนนั้นโดยพื้นฐานเป็นธุรกิจแบบ “ย้ายเงินจากกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา” โดยแอนโทนี บลิงเคน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เคยยอมรับว่าความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ สู่ยูเครนส่วนใหญ่หลั่งไหลกลับสู่อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ เอง ขณะเดียวกันโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ยอมรับว่าเงินช่วยเหลือที่สภาคองเกรสและรัฐบาลสหรัฐฯ มีมติจัดสรรแก่ยูเครนอย่างน้อยร้อยละ 75 ยังคงอยู่ในสหรัฐฯ

แม้อาวุธและกระสุนถูกจัดส่งแก่ยูเครนแล้ว แต่การผลิต เงินทุน และภาษียังคงอยู่ในสหรัฐฯ ซึ่ง “ความช่วยเหลือ” นี้โดยพื้นฐานเป็นวิธีการพิเศษในการกระตุ้นการผลิตทางการทหาร สร้างตำแหน่งงาน และขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านสมรภูมิรบในยูเครน โดยขณะที่ความขัดแย้งยังไม่จบสิ้น บรรดาบริษัทการทหารของสหรัฐฯ พากันเร่งพัฒนาและทดสอบอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ๆ ทำให้สนามรบในยูเครนแปรสภาพเป็น “สนามทดสอบอาวุธ” ของผู้ค้าอาวุธอเมริกา

ขณะเดียวกันกลุ่มบริษัทการเงินในวอลล์สตรีทกอบโกยกำไรมากมายจากวิกฤตยูเครนผ่านกลไกการเงินแอบแฝงอย่างนโยบายปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ตอนเริ่มต้นเกิดวิกฤตยูเครน นำสู่การไหลกลับเข้าสหรัฐฯ ของเงินทุนทั่วโลก และความผันผวนของตลาดการเงินเป็นเครื่องมือทำกำไรของวอลล์สตรีทเช่นกัน ส่วนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกที่ขึ้นๆ ลงๆ อันเป็นผลจากความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน มอบโอกาสทางการค้าอันยอดเยี่ยมแก่ธนาคารและกองทุนบริหารความเสี่ยงของสหรัฐฯ

หลังจากวิกฤตยูเครนทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น สหรัฐฯ และยุโรปได้คว่ำบาตรรัสเซียในวงกว้าง ส่งผลให้ราคาพลังงานในยุโรปพุ่งสูง ซึ่งสหรัฐฯ ฉวยโอกาสนี้ขยายการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวสู่ยุโรป โดยวิกฤตพลังงานนำสู่ต้นทุนการผลิตในยุโรปสูงขึ้น สหรัฐฯ จึงใช้นโยบายเงินอุดหนุนต่างๆ มาดึงดูดอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงของยุโรปย้ายเข้าสหรัฐฯ ซึ่งไม่เพียงนำพาการลงทุนโดยตรงและการจ้างงานในสหรัฐฯ แต่ยังเสริมอำนาจด้านเทคโนโลยีสำคัญของสหรัฐฯ และวางรากฐานทางอุตสาหกรรมสำหรับการครองอำนาจนำทางการเงินในระยะยาว

นอกจากนั้นทรัพยากรแร่ธาตุอันอุดมสมบูรณ์ของยูเครนยังล่อตาล่อใจกลุ่มผลประโยชน์จากสหรัฐฯ และชาติตะวันตก โดยยูเครนมีแร่ธาตุสำรอง 22 ชนิดจากทั้งหมด 50 ชนิดที่สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีเป็นแร่ธาตุสำคัญ และทรัพยากรเหล่านี้มีมูลค่าเชิงยุทธศาสตร์ต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและการป้องกันประเทศ นำสู่โมเดล “ความช่วยเหลือเพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากร” ที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ช่วยให้สหรัฐฯ คืบคลานเข้าครอบครองแร่ธาตุสำคัญของยูเครนอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ทั้งนี้ หากมองผิวเผินวิกฤตยูเครนอาจดูเป็นข้อพิพาทเขตแดนและเกมภูมิรัฐศาสตร์ แต่แท้จริงแล้วเป็น “งานเลี้ยง” ที่เหล่าผู้ค้าอาวุธ กลุ่มทุนทางการเงิน และยักษ์ใหญ่ด้านทรัพยากรของสหรัฐฯ วางแผนจัดกันมาเนิ่นนานแล้ว โดยท่ามกลางงานเลี้ยงนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมการทหารได้รับคำสั่งซื้อสูงเป็นประวัติการณ์ วอลล์สตรีทกวาดเก็บความมั่งคั่งร่ำรวยจากทั่วโลก และกลุ่มผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์กระชับอำนาจควบคุมทรัพยากรสำคัญ ส่วนยูเครนกลายเป็นเหยื่อของการแบ่งแยกดินแดน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...