โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

หลายคนชอบกิน! แต่ ขิง ไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะกระทบสุขภาพ โดยเฉพาะคน 5 กลุ่มที่ไม่ควรกิน

News In Thailand

เผยแพร่ 27 ก.พ. 2568 เวลา 04.52 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
หลายคนชอบกิน! แต่ ขิง ไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะกระทบสุขภาพ โดยเฉพาะคน 5 กลุ่มที่ไม่ควรกิน

ขิง เป็นส่วนประกอบในอาหารไทยหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะนำมาผัดเป็นหมู/ไก่ผัดขิง ซุปขิง ใช้โรยหน้าปลานึ่ง โรยหน้าโจ๊ก ผสมในน้ำจิ้มข้าวมันไก่ ถ้าแปรรูปเป็นขิงดองอาจนำไปกินเคียงกับข้าวหน้าเป็ดหรืออาหารญี่ปุ่นได้อย่างเอร็ดอร่อย หรือทำเป็นขนมหวาน ไม่ว่าจะเป็นเต้าฮวยน้ำขิง บัวลอยงาดำน้ำขิง มันต้มขิง หรือแม้กระทั่งนำไปแต่งกลิ่นในคุกกี้ เค้ก หรืออาหารอื่นๆล้วนชวนให้ละมุนเลิศรสมากขึ้นทั้งนั้น นอกจากความอร่อยแล้ว ขิงยังมีอีกหลากหลายสรรพคุณทางยาให้ได้ศึกษามากมาย

มีงานวิจัย การศึกษาทางคลินิกว่าขิงมีฤทธิ์แก้คลื่นไส้ อาเจียน จากการเมารถ เมาเรือ , ฤทธิ์แก้คลื่นไส้ อาเจียนในผู้ป่วยหลังการผ่าตัด , ฤทธิ์แก้คลื่นไส้อาเจียน ในผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบําบัด , ฤทธิ์แก้คลื่นไส้ อาเจียน ในหญิงมีครรภ์ , บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้ออันเนื่องมาจากการออกกำลังกาย , ฤทธิ์ลดการอักเสบในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม , ฤทธิ์ลดการสูญเสียเลือดประจำเดือน , ฤทธิ์ในการรักษาไมเกรนและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

สรรพคุณและวิธีใช้

- บรรเทาอาการท้องอืด ขับลม แน่น จุกเสียด รับประทานวันละ 2 – 4 กรัม

- ป้องกันและบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนจากการเมารถ เมาเรือ รับประทานวันละ 1 – 2 กรัม ก่อนเดินทาง 30 นาที – 1 ชั่วโมง หรือเมื่อมีอาการ

- ป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียน หลังการผ่าตัด รับประทานครั้งละ 1 กรัมก่อนการผ่าตัด 1 ชั่วโมง

เมื่อใดที่ขิงอาจส่งผลเสียต่อคุณ

แม้ว่าโดยทั่วไปขิงจะถือว่าปลอดภัยต่อการบริโภค และแม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีบางกรณีที่บางคนอาจต้องการจำกัดปริมาณการบริโภค หรือหลีกเลี่ยงการบริโภคไปเลยทั้งหมด ไคล์ สเตลเลอร์ แพทย์ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการแพทย์แห่งโรงเรียนแพทย์ฮาร์วาร์ด และโฆษกของสมาคมระบบทางเดินอาหารแห่งอเมริกา กล่าว

(ไม่ว่าคุณจะเพียงแค่จับตาดูปริมาณการบริโภคประจำวันของคุณ หรือตัดสินใจที่จะตัดออกจากอาหารของคุณไปเลยทั้งหมด เป็นเรื่องที่คุณควรปรึกษากับผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ เนื่องจากความเสี่ยงส่วนบุคคลและปริมาณที่เหมาะสมแตกต่างกันไปอย่างมาก ตามที่ ดร.สเตลเลอร์กล่าว)

ข้อกังวลที่สำคัญที่สุดคือสำหรับผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด เช่น ฮีโมฟีเลีย ซึ่งเลือดไม่แข็งตัวอย่างเหมาะสม ดร.สเตลเลอร์กล่าว "ขิงมีคุณสมบัติในการต้านการแข็งตัวของเลือด หรือทำให้เลือดบางลงเล็กน้อย ซึ่งหมายความว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีเลือดออกได้" เขากล่าว

โดยใน ชัวร์ก่อนแชร์ เคยออกมาบอกไว้ว่า คน 5 กลุ่มที่ไม่ควรกินขิง จริงหรือ?

สรุป : จริงบางส่วน แต่ขิงเป็นอาหารที่มีประโยชน์เช่นกัน แชร์ว่า 5 กลุ่มคนที่ไม่ควรกินขิง

1.ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกผิดปกติ เพราะกินขิงเพิ่มโอกาสทำให้เลือดออก (ใช่)

2.ผู้ป่วยเบาหวานควรระวัง (ไม่ใช่)

3.ผู้ป่วยโรคหัวใจ และได้รับยาละลายลิ่มเลือด การทานขิฃทำให้ลดการแข็งตัวของเลือด (ใช่)

4.ผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี เพราะขิงอาจเพิ่มการไหลของน้ำดี (ใช่)

5.ผู้ที่ใช้ยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน (ใช่)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...