โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อลหม่านต่อรองภาษีทรัมป์ ชาวไร่ค้านนำเข้าข้าวโพด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 เม.ย. 2568 เวลา 08.58 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2568 เวลา 00.15 น.

เกษตร-ปศุสัตว์เสียงแตก เจรจาสหรัฐลดภาษีตอบโต้ 4 สมาคมพืชไร่ออกโรงค้านการนำเข้า “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” ขณะที่สมาคมผู้เลี้ยงหมูก็ไม่เอานำเข้าหมูเนื้อแดง-เครื่องในสหรัฐ อลหม่านปัดพ้นตัวโยนให้นำเข้าถั่วเหลือง-กากถั่วเหลืองแทน แนะมีเวลา 90 วัน “ทบทวน” ข้อเสนอเชิงนโยบายที่จะเจรจาสหรัฐให้รอบคอบ เหตุธุรกิจมีได้มีเสีย เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดหวั่นถูกทิ้ง เสี่ยงยกเลิกมาตรการปกป้อง 3 : 1

แม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะเลื่อนการจัดเก็บภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับประเทศคู่ค้ารวมทั้งประเทศไทย (ถูกเรียกเก็บภาษี 36%) ออกไปอีก 90 วัน “ยกเว้น” จีน ที่จะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 145% มีผลทันที หรือเท่ากับเป็นการเปิดสงครามการค้าเต็มรูปแบบกับจีน

โดยอ้างว่า “จีนไม่เคารพตลาดโลก” แต่กลับขึ้นภาษีแบบตาต่อตาฟันต่อฟันกับสหรัฐนั้น ด้านหนึ่งเท่ากับประเทศไทยยังมีโอกาสที่จะ “ทบทวน” ข้อเสนอเชิงนโยบายที่จะนำไปเจรจากับสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเข้าสินค้าเกษตรและปศุสัตว์จากสหรัฐเพิ่มขึ้น

แต่อีกด้านหนึ่งข้อเสนอเชิงนโยบายดังกล่าวกลับกลายเป็นข้อเสนอด้านเดียวจากภาคผู้ผลิตส่งออก ขณะที่ภาคเกษตรกรซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อ “คัดค้าน” การนำเข้าสินค้าเกษตรและปศุสัตว์จากสหรัฐแล้ว

4 ส.เกษตรค้านนำเข้าข้าวโพด

ล่าสุด 4 สมาคมพืชเกษตรไทย ได้แก่ สมาคมโรงสีข้าวไทย, สมาคมการค้าพืชไร่, สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ได้ทำหนังสือลงวันที่ 9 เมษายน 2568 ถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ถึงความเสี่ยงในนโยบายของรัฐบาลที่จะเปิดให้มีการนำเข้าข้าวโพดและวัตถุดิบอาหารสัตว์จากสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลกระทบและสร้างความอ่อนแอให้กับภาคการเกษตรไทยอย่างใหญ่หลวง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยให้เหตุผลของการคัดค้านที่รัฐบาลจะอนุญาตให้มีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ตัดต่อพันธุกรรม (GMO) และพืชวัตถุดิบทดแทนทุกชนิด ดังต่อไปนี้

1) ข้าวโพดกับวัตถุดิบในหมวดคาร์โบไฮเดรต ประเทศไทยมีเพียงพอต่อการผลิตอาหารสัตว์อยู่แล้ว “ไม่จำเป็นที่จะต้องมีการนำเข้ามาอีก” รัฐบาลควรใช้นโยบายให้โรงงานผู้ผลิตอาหารสัตว์ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ

2) ประเทศไทยมีกฎหมายและนโยบายห้ามปลูกพืชตัดต่อพันธุกรรม (GMO) และห้ามเกษตรกรเผาแปลง แต่สหรัฐมีการปลูกพืช GMO และเผาแปลงเกษตรกรรมได้ ดังนั้น การเปิดให้นำเข้าข้าวโพด GMO ที่ปลูกด้วยการเผาแปลงอาจจะขัดกับกฎหมายไทย และการนำเข้ายังมีผลทำให้ข้าวเปลือกและมันสำปะหลังซึ่งเป็นพืชทดแทนวัตถุดิบอาหารสัตว์มีราคาตกต่ำลง

3) มาตรการอนุญาตให้มีการนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วนต่อการรับซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วน ที่คุ้มครองเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่ให้ถูกวัตถุดิบทดแทน (ข้าวสาลี) ที่มีราคาถูกกว่า ที่ผ่านมาทางกลุ่มโรงงานผู้ผลิตอาหารสัตว์ได้เรียกร้องขอให้มีการ “ผ่อนผัน” สัดส่วน 3:1 มาโดยตลอด ดังนั้น การเพิ่มการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐจะส่งผลกระทบต่อมาตรการนี้ทันที

4) นโยบายการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะกลายเป็นนโยบายที่ “เอื้อประโยชน์” ต่อการเปิดให้นำเข้าพืชเกษตรที่ใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนได้

นอกจากนี้ 4 สมาคมพืชเกษตรไทยยังมีความเห็นถึง “ข้อเสนอ” ให้มีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอีกด้วยว่า จะมีผลกระทบต่อ “รายได้” ของเกษตรกรและอาชีพเกี่ยวเนื่อง เมื่อราคาพืชผลทางการเกษตรลดลงจากการเพิ่มปริมาณการนำเข้าข้าวโพดสหรัฐ กำลังซื้อของเกษตรกรก็จะลดลงตามไปด้วย และยังก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ให้กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

โดยบริษัทที่แข่งขันกับบริษัทใหญ่ไม่ได้ก็จะต้องเลิกกิจการไป ดังนั้น มาตรการปกป้องเกษตรกรจากการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์เพื่อทดแทนวัตถุดิบในประเทศยังมีความจำเป็นที่จะต้องมีอยู่

ดังนั้น หากรัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐ ก็ขอให้ย้ายไปนำเข้าข้าวสาลี อาหารสัตว์ กากถั่วเหลือง เมล็ดถั่วเหลือง ตลอดจนธัญพืชทดแทนอื่น ๆ จากสหรัฐแทน

ยกพืช GMO ไม่ควรนำเข้า

รายงานข่าวจากสมาคมการค้าและผลิตพืชไร่เพชรบูรณ์กล่าวว่า เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในประเทศ “ไม่เห็นด้วย” ที่จะนำเข้าข้าวโพดสหรัฐมาใช้ต่อรองการลดภาษีตอบโต้ที่ไทยถูกเรียกเก็บอยู่ 36% เนื่องจากข้าวโพดสหรัฐเป็นพืช GMO ยังมีการเผาแปลงปลูกข้าวโพดด้วย ในขณะที่ประเทศไทยห้ามปลูกพืช GMO และห้ามเผาแปลงปลูก ซึ่งการจะนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐถือว่า “ไม่ยุติธรรมกับเกษตรกรในประเทศ”

ดังนั้น หากจะพิจารณานำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐควรพิจารณานำเข้า “ถั่วเหลือง” มากกว่า โดยเป็นการลดนำเข้าถั่วเหลืองจากบราซิลหรือยูเครน และนำเข้าจากสหรัฐมากขึ้นแทน เพราะถั่วเหลืองในไทยยังมีปริมาณผลผลิตน้อย เกษตรกรผู้ปลูกก็น้อยมาก

สำหรับผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในปี 2568/69 ประเมินล่าสุดจะเพิ่มขึ้น 1 ล้านตัน จากเฉลี่ยผลผลิตต่อปีอยู่ที่ 5 ล้านตัน ดังนั้น ปีนี้อาจจะมีผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากกว่า 6 ล้านตัน ขณะที่ราคาข้าวโพดเฉลี่ยอยู่ที่ 10 บาท/กก. ปลายข้าว 8 บาท/กก. และมันสำปะหลังเฉลี่ย 5 บาท/กก.

ถอยไม่นำเข้าเนื้อหมู/วัว

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล เลขาธิการสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกล่าวว่า หลังจากที่สมาพันธ์มี “ข้อแนะนำ” ในการเปิดตลาดสินค้าเกษตรรายการสำคัญของสหรัฐ เช่น เนื้อวัวและเครื่องใน, เนื้อหมูและเครื่องใน, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, ถั่วเหลืองและกากถั่วเหลือง ให้รัฐบาลนำไปพิจารณาอย่างรอบคอบนั้น

ล่าสุดสมาพันธ์เห็นว่าเนื้อวัวและเครื่องใน กับเนื้อหมูและเครื่องใน “ยังไม่ควรพิจารณาเปิดตลาดให้สหรัฐ” เนื่องจากประเทศไทยยังมีการใช้กฎหมายภายในประเทศที่ปกป้องผู้บริโภค เช่น การห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดง อีกทั้งยังมีในเรื่องของต้นทุนสินค้าในประเทศที่ยังไม่สามารถแข่งขันได้

แต่รายการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นั้น “สามารถเปิดตลาดให้สหรัฐได้” โดยอาจจะต้อง “ยกเลิก” ภาษีนำเข้าภายใต้กรอบ WTO กำหนดโควตาภาษีไว้ที่ 20% นอกโควตา 73% สามารถกำหนดปริมาณการนำเข้าให้เท่ากับปริมาณการขาดแคลนภายใน เช่น กำหนดช่วงเวลาของการนำเข้าเพื่อไม่ให้กระทบฤดูเก็บเกี่ยวของเกษตรกรผู้ปลูก การเปิดตลาดอาจจะสร้างสมดุลการค้าระหว่างไทย-สหรัฐได้เพิ่มขึ้น

“ปัจจุบันความต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อยู่ที่ 9.2 ล้านตัน ผลิตในประเทศได้ 5 ล้านตัน ยังขาดอีก 4.2 ล้านตัน/ปี ที่ผ่านมามีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน 2 ล้านตัน และนำเข้าข้าวสาลีอีกประมาณ 1.7 ล้านตัน

ส่วนประเด็นปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งจะมีผลต่อการนำเข้าจากเพื่อนบ้าน ดังนั้น อาจนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐเข้ามาทดแทนได้ 4.2 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 36,000 ล้านบาท หากเพื่อนบ้านเร่งแก้ปัญหาการเผาก็อาจจะเปิดกลับมานำเข้าได้” นายพรศิลป์กล่าว

ส่วนถั่วเหลืองและกากถั่วเหลือง ปัจจุบันมีการเปิดตลาดนำเข้าอยู่แล้ว เพียงแต่ประเทศนำเข้าหลักของไทย ได้แก่ ประเทศบราซิล ด้วยเหตุผลด้านต้นทุน เนื่องจากโปรตีนจากถั่วเหลืองของประเทศบราซิลสูงกว่าสหรัฐ ซึ่งในอนาคตมีโอกาสที่จะนำเข้าถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองจากสหรัฐมากขึ้นได้

หากสหรัฐสามารถจำหน่ายถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองในราคาที่แข่งขันได้ การลดอัตราภาษีกากถั่วเหลือง 2% จะช่วยจูงใจมากขึ้น หรือรัฐบาลอาจจะต้องพิจารณาลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองลง 2% ด้วย

ที่ผ่านมาสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติได้ออกมาคัดค้านการนำเข้าเนื้อหมูและเครื่องในจากสหรัฐ เพื่อเจรจาต่อรองแลกกับการลดภาษีตอบโต้ไทย โดยสมาคมเห็นว่าปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังการผลิตเนื้อหมูเพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ

การอนุญาตให้นำเข้าจะส่งผลให้เกิดภาวะอุปทานล้นตลาด กระทบต่อห่วงโซ่การผลิตทั้งระบบ และแนะนำให้มีการนำเข้าพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์ อาทิ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง ที่ไทยขาดแคลนจากสหรัฐแทน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อลหม่านต่อรองภาษีทรัมป์ ชาวไร่ค้านนำเข้าข้าวโพด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...