โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ระบบจีบสาวทำเงิน

นิยาย Dek-D

อัพเดต 27 มี.ค. 2568 เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. 2568 เวลา 01.01 น. • นกน้อยสีไฟแดง
อะไรนะครับ…แค่เอ่ยปากชมผู้หญิง ผมจะได้เงินรางวัลครึ่งแสนเลยเหรอ?

ข้อมูลเบื้องต้น

****พื้นที่แจ้งข่าว - วันที่ 27/2/2025 วันนี้ไรท์ขออัพแค่ตอนเดียวนะครับ จะกลับมาอัพตอนใหม่อีกทีวันที่ 28 หรือวันพรุ่งนี้เวลา 7.25 น. ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงด้วยครับผม

ระบบจีบสาวทำเงิน

อะไรนะครับ…แค่เอ่ยปากชมผู้หญิง ผมจะได้เงินรางวัลครึ่งแสนเลยเหรอ?

ซีเจ

ตัวละครอื่น ๆ (อัพเดททุกครั้งที่ตัวละครสำคัญมีบท)

นินิว

แคท

เอวา

จีน่า

ป๊อบ

พีพี

บทที่ 1 แค่เอ่ยปากชมผู้สาว ก็ได้เงินแล้วเหรอ

บทที่ 1 แค่เอ่ยปากชมผู้สาว ก็ได้เงินแล้วเหรอ

[ยินดีด้วย! คุณคือผู้โชคดีได้รับรางวัลระบบจีบสาวทำเงิน]

[และนี่คือภารกิจแรกของคุณ]

ภารกิจ : ลองเป็นผู้ชายปากหวาน

ระดับ : ง่าย

รายละเอียด : เอ่ยปากชมผู้หญิงคนไหนก็ได้สักคนหนึ่ง

ขณะที่ซีเจกำลังนั่งเรียนหนังสือวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ อยู่ ๆ เบื้องหน้าของเด็กหนุ่มก็ได้ปรากฏหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าโปร่งใสพร้อมกับมีข้อความเขียนกำกับเอาไว้อยู่ ดวงตาเฉียบคมหลังแว่นกรอบกลมของซีเจพลันเบิกกว้างก่อนที่เจ้าตัวจะรีบไล่อ่านข้อความที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโฮโลแกรม

‘ระบบ?’

เนื่องจากซีเจผ่านการอ่านนิยายมาเยอะพอสมควร เจ้าตัวจึงรู้ดีว่า ‘ระบบ’ คือสิ่งที่มีอยู่แค่ในนิยายเท่านั้น แต่ไป ๆ มา ๆ ทำไมมันถึงได้…มาอยู่ตรงหน้า มาอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริงได้ล่ะ?

ซีเจรีบยกนิ้วชี้ทั้งสองข้างขึ้นมาขยี้ตาของตนเองสองสามครั้งและเมื่อขยี้เสร็จ หนุ่มแว่นก็ได้พบว่าหน้าจอโฮโลแกรมที่เคยลอยอยู่ตรงหน้าของเขาเมื่อตะกี้ได้หายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

‘อ่า ตาฝาดไปสินะ’ ซีเจถอนหายใจออกมาก่อนที่เด็กหนุ่มจะอ้าปากหาว ‘เป็นเพราะช่วงนี้เรานอนน้อยไปรึเปล่านะ’

หลายวันที่ผ่านมา ซีเจไม่ค่อยได้หลับได้นอนเท่าไร เพราะมัวแต่นั่งหางานพาร์ทไทม์ทั้งวันทั้งคืนนี่แหละ จะไม่ให้หาก็คงไม่ได้เพราะถ้าอยากช่วยที่บ้านแบ่งเบาภาระทางด้านการเงิน ก็มีแต่ต้องหางานพาร์ทไทม์ทำเท่านั้น

ซีเจ เด็กอายุ 18 ปี ที่มีชีวิตที่แสนอาภัพ ครั้งหนึ่งครอบครัวเคยประกอบไปด้วยพ่อและแม่ แต่เพราะพ่อดันทำเรื่องแย่ ๆ อย่างการไปแอบมีโลกสองใบ ทำให้แม่ของเขาต้องทำเรื่องหย่าและแยกทางออกมาพร้อมกับตัดสินใจที่จะเลี้ยงดูลูกชายเพียงคนเดียวอย่างซีเจด้วยตัวเอง

แม่ของซีเจไม่ได้มีญาติโกโหติหาเหมือนกับคนส่วนใหญ่ เธอจึงต้องเลี้ยงดูซีเจด้วยตัวเอง แน่นอนว่าการที่ผู้หญิงคนเดียวต้องเลี้ยงดูลูก เป็นอะไรที่ยากลำบาก ยิ่งฐานะทางการเงินก็ไม่ได้ดีอะไร ความยากก็มีแต่จะทวียิ่งขึ้น

แต่ด้วยความรักที่มีต่อลูกชายของตนเอง แม่ของซีเจจึงได้กัดฟันเลี้ยงลูกต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ สุดท้ายของความพยายามก็ได้ทำให้เธอสามารถเลี้ยงดูซีเจให้เติบใหญ่จนส่งเจ้าตัวเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้เลย

ช่างเป็นความพยายามที่ชวนให้รู้สึกประทับใจ และด้วยเหตุนี้เองซีเจจึงได้ตัดสินใจว่าจะช่วยแม่ของตนแบ่งเบาภาระทางการเงินด้วยการหางานพาร์ทไทม์ทำ

แต่การหางานพาร์ทไทม์ทำก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ตั้งแต่ย่างก้าวเข้าสู่การเป็นนักศึกษา ซีเจนั่งหางานพาร์ทไทม์มา 3 อาทิตย์แล้ว แต่ก็ไม่มีที่ไหนรับเลย

ไม่รู้เลยว่าทำไมถึงไม่รับ

เสียงถอนหายใจดังออกมาจากปากของซีเจอีกรอบ เขาถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดาย ส่วนเรื่องที่เสียดายก็คือเรื่องที่เขาตาฝาดเห็นสิ่งที่เรียกว่า ‘ระบบ’ นี่แหละ

อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ ซีเจเคยอ่านนิยายมาหลายเรื่อง เขาจึงรู้เป็นอย่างดีว่าระบบคืออะไร

นิยามของ ‘ระบบ’ ในนิยายแฟนตาซี มันคือเครื่องมือสุดวิเศษที่ช่วยทำให้ชีวิตของเหล่าตัวเอกในนวนิยายนั้นดียิ่งขึ้น จากตัวเอกที่มีฐานะยากจนสู่การเป็นมหาเศรษฐีพันล้าน จากตัวเอกสุดขี้เหร่สู่ตัวเอกหล่อสวยชนิดที่เหล่าดารายังต้องชิดซ้าย และจากตัวเอกที่ไร้ซึ่งอำนาจสู่ตัวเอกที่อำนาจมากล้นในระดับที่เขย่าโลกให้สั่นสะเทือนได้

เพราะแบบนี้ซีเจถึงได้รู้สึกเสียดายที่ตัวเองตาฝาดยังไงล่ะ ถ้าเกิดระบบมีตัวตนอยู่จริง ๆ ชีวิตของเขาคงดีขึ้นเหมือนตัวเอกในนิยายไปแล้ว

‘กลับมาอยู่กับความเป็นจริงดีกว่า’

การฝันเฟื่องกับเรื่องพรรค์นี้ดูจะไร้สาระเกินไป ซีเจจึงหันกลับมาตั้งหน้าตั้งตาเรียนหนังสืออีกครั้งหนึ่ง

เวลาแห่งการเล่าเรียนดำเนินไปอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง การเรียนการสอนก็ได้เสร็จสิ้น อาจารย์ประจำวิชามอบหมายงานให้นักศึกษาเป็นการทิ้งท้ายก่อนจะปล่อยนักศึกษากลับบ้านกลับช่อง

“ซีเจ”

ระหว่างที่ซีเคกำลังเก็บอุปกรณ์การเรียนใส่กระเป๋า คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ได้เอ่ยทักขึ้นมา ซีเจจึงละสายตาจากกระเป๋าเป้แล้วหันไปมองคนเรียกก่อนจะถามขึ้นมาว่า

“มีิอะไรเหรอนินิว”

นินิว ผู้เป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของซีเจ อีกฝ่ายเป็นผู้สาวที่มีหน้าตาสละสลวย ผมที่ยาวถึงกลางหลังได้ดัดเป็นลอนและถูกย้อมให้เป็นสีบลอนด์ทองสว่าง ทำให้ตัวของเจ้าหล่อนดูมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นในอีกระดับ

คนถูกถามทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ก่อนจะถามขึ้นมาว่า “แกว่า…เราน่ารักปะ?”

“…”

คำถามที่ไม่คาดคิดประกอบกับสีหน้าที่ดูจริงจังกว่าปกติของนินิว ชวนให้ซีเจรู้สึกสงสัยขึ้นมาว่าทำไมอยู่ ๆ อีกฝ่ายถึงได้ถามคำถามนี้กับเจ้าตัว

“มีอะไรรึเปล่า ทำไมอยู่ ๆ ถึงถาม?”

“ก็พอดีว่า…” นินิวถอนหายใจออกมาเบา ๆ รอบหนึ่งก่อนจะพูดต่อ “เดี๋ยวเย็นนี้เรามีนัดกินข้าวกับคนคุยเราอ่ะ”

“หืม?”

เป็นคำตอบที่อยู่เหนือความคาดหมายซีเจไปไกลโข เพราะตลอดระยะเวลาที่ได้รู้จักนินิวมาเป็นระยะเวลาเกือบ 1 เดือน เขาไม่เห็นว่านินิวจะไปมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชายคนไหนเลย มันก็เลยทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอีกฝ่ายมีคนคุยตั้งแต่ตอนไหน และคน ๆ นั้นคือใคร?

“ถามได้มั้ยว่าใคร?”

“เป็นเด็กคณะวิศวะอ่ะ ชื่อกาย รู้จักกันผ่านแอพ Tinder”

“อ๋อ…”

แอพ Tinder…แอพหาคู่ยอดฮิตที่เหล่าคนโสดใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง สำหรับซีเจแล้ว ในช่วงแรกแอพนี้ก็ดูเป็นแอพหาคู่อยู่หรอก แต่พอนานวันเข้า แอพนี้มันดันเป็นแอพนัด…อ่า ไม่พูดดีกว่า เอาเป็นว่าเขารู้สึกเซอร์ไพร์สมากที่เพื่อนสนิทของเขาเล่นแอพนี้ด้วย

“แกไม่ต้องห่วงนะเว้ย ถึงแอพนี้จะมีคนอันตรายหรือคนไว้ใจไม่ได้อยู่เยอะ แต่จากที่คุยกับกายมา เรามั่นใจว่ากายแม่งเป็นคนดี” ดูเหมือนว่านินิวจะเดาความคิดของซีเจได้ เธอเลยรีบพูดขึ้นมาเพื่อช่วยซีเจคลายความกังวล “อีกอย่างแกก็รู้ว่าเรามองคนเก่ง เราสามารถรับประกันเรื่องนี้ได้เลย”

“อ่า โอเค”

ในเมื่อนินิวยืนกรานขนาดนั้น เขาก็คงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรแล้วล่ะมั้ง

“กลับเข้าเรื่องกันก่อน คือเย็นนี้เรามีนัดกินข้าวกับกายอ่ะ ซึ่งมันเป็นครั้งแรกเลยเว้ยที่เราสองคนได้มาเจอกันแบบตัวเป็น ๆ เราก็เลยอยากรู้ว่าในมุมมองของแกเนี่ย เราดูสวยรึเปล่า ต้องแต่งหน้าอะไรเพิ่มเติมมั้ย บอกเราตรง ๆ เลยนะ เราอยากให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุดก่อนจะไปเจอกายอ่ะ”

“อืม…”

ซีเจไม่ได้ให้คำตอบทันที เด็กหนุ่มยกแขนขึ้นกอดอกพลางมองไปยังใบหน้าของนินิวไปด้วย มองไปได้สักพัก ซีเจก็เริ่มพูดขึ้นมาว่า

“ไม่ต้องแต่งเพิ่มหรอก แกน่ารักอยู่แล้ว”

“จริงเหรอ!” นินิวเริ่มยิ้มแฉ่งเมื่อได้รับคำตอบที่น่าพึงพอใจ

ซีเจผงกศีรษะให้แทนคำตอบ นินิวเองก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ก็ต้องมีแต่งหน้าแต่งตาเป็นธรรมดา สไตล์การแต่งหน้าของเพื่อนสาวนินิวไปในทางที่เบาบางไปเสียทุกอย่าง ลิปสติกใช้สีอ่อน ๆ แป้งที่ใช้ทาก็ไม่ได้ทาแบบหนา แล้วไหนจะการแต่งคิ้วที่บางเฉียบ

องค์ประกอบทุกอย่างที่นินิวแต่งลงบนใบหน้าของตนเองนั้น เรียกได้ว่าทุกอย่างลงตัวหมด หากให้ไปแต่งอะไรเพิ่มเติม จะเป็นการทำร้ายนินิวเสียเปล่า ๆ เพราะงั้นซีเจจึงลงความเห็นว่าเพื่อนของเขาไม่จำเป็นต้องแต่งอะไรเพิ่มแล้ว

“เยี่ยม! ค่อยมั่นใจหน่อย” นินิวยิ้มแฉ่งแล้วรีบลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ “งั้นเดี๋ยวเราไปหากายก่อนนะ ขอบคุณมากเลยซีเจ”

“อืม ระวังตัวด้วยนะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ทักมาได้ตลอดเลย”

ถึงนินิวจะยืนยันว่ากายไว้ใจได้ แต่ถึงกระนั้นซีเจก็ยังคงไม่ไว้วางใจอยู่ดี ยิ่งกายเป็นคนที่มาจากแอพ Tinder ยิ่งไว้ใจไม่ได้ใหญ่เลย เพราะงั้นเตือนนินิวไว้หน่อนก็น่าจะดี

“ก็บอกแล้วว่ากายไว้ใจได้ ซีเจนี่ทำตัวเหมือนพ่อเราเลยนะ” นินิวยิ้มขำแล้วยกมือขวาขึ้นโบกไปมา “แต่ยังไงก็ขอบใจเน้อ ไปล่ะ บาย”

พูดจบนินิวก็เดินออกจากห้องเรียนไป หลังจากที่โบกมือให้นินิว ซีเจก็ก้มหน้าเก็บอุปกรณ์การเรียนใส่กระเป๋าเป้ต่อและเมื่อเก็บเสร็จ เจ้าตัวก็สะพายกระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืนแล้วเตรียมเดินออกจากห้อง

[ยินดีด้วย! คุณซีเจทำภารกิจ ‘ลองเป็นผู้ชายปากหวาน’ สำเร็จ]

ทว่าในจังหวะที่กำลังเดินออกจากห้อง ซีเจเป็นอันต้องหยุดเดินไปกะทันหันเพราะอยู่ ๆ ก็มีเสียงโมโนโทนของผู้หญิงดังขึ้น เด็กหนุ่มรีบหันซ้ายแลขวาเพื่อดูว่าใครเป็นคนพูด แต่พอหันไปมองดู เจ้าตัวก็ตระหนักได้ว่าเพื่อนร่วมคณะของเขาที่นั่งเรียนหนังสือด้วยกันเมื่อตะกี้ได้ออกจากห้องเรียนไปหมดแล้วหรือพูดอีกนัยหนึ่ง…ไม่มีใครอยู่ในห้องสักคน

[ระบบเริ่มทำการสุ่มของรางวัล]

เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง และนั่นก็ทำให้ซีเจสังเกตเห็นว่าเสียงที่ได้ยินไม่ได้ดังมาจากรอบบริเวณนี้ แต่…มันดังในหัวของเขา

[การสุ่มของรางวัลเสร็จสิ้น!]

[ยินดีด้วย! คุณซีเจได้รับรางวัล 50,000 บาท]

[ระบบได้ทำการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของคุณแล้ว]

“…”

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ทำให้ซีเจนึกย้อนไปถึงตอนที่เขาเห็นหน้าจอโฮโลแกรมก่อนหน้านี้ เด็กหนุ่มนำเรื่องราวจากทั้งสองเหตุการณ์มาปะติดปะต่อก่อนเริ่มค้นพบความจริงว่า…

“ระบบมีอยู่จริง ๆ งั้นเหรอ?”

………………………..

บทที่ 2 ระบบจีบสาวได้เงิน

บทที่ 2 ระบบจีบสาวได้เงิน

ตั้งแต่ที่แม่ของซีเจได้รู้ว่าลูกของตนเองสอบติดคณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยดวงตะวัน คนเป็นแม่ก็ได้ตัดสินใจที่จะให้ลูกชายย้ายไปอยู่หอทันที เพราะระยะทางจากบ้านไปมหาวิทยาลัยนั้นค่อนข้างไกล ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงถึงสองชั่วโมงเลย ฉะนั้นไปอยู่หอใกล้มหาวิทยาลัยน่าจะดีกว่า

แน่นอนว่าทางด้านซีเจไม่ค่อยเต็มใจย้ายเท่าไร เนื่องจากไม่อยากให้แม่ต้องมาเสียเงินเพิ่มอีก แต่ในเมื่อมหาวิทยาลัยอยู่ไกลจากบ้านขนาดนี้ก็คงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริง ๆ

ถ้าตอนแอดมิชชั่นเขาได้มหาวิทยาลัยใกล้บ้านก็คงจะดี แต่ไป ๆ มา ๆ กลับได้มหาวิทยาลัยไกลบ้านเฉยเลย

หอพักที่ซีเจพักอาศัยอยู่ในปัจจุบันมีชื่อว่า ‘พระจันทร์’ เป็นหอพักที่อยู่หน้ามหาวิทยาลัย ซีเจเป็นคนเลือกที่จะมาอยู่หอนี้เองเพราะหอนี้ราคาค่อนข้างถูกหรือก็คือเป็นราคาที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้ผู้เป็นแม่ได้ระดับหนึ่งเลย แต่หอนี้ก็ดันมีข้อเสียตรงที่ไม่มีลิฟต์ แถมห้องที่ซีเจได้ก็อยู่ชั้น 8 ด้วย

ตอนไปเรียนไม่มีปัญหา แต่ตอนกลับจากที่เรียนคงได้มีเหนื่อยตายกันไปข้าง

หลังจากเลิกเรียนที่มหาวิทยาลัย ซีเจก็เดินกลับมาที่หอพักพระจันทร์แล้วเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้น 8 ทันที เจ้าตัวเดินไปตามระเบียงทางเดินจนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องหมายเลข 808 มือขวาล้วงหยิบกุญแจจากกระเป๋ากางเกงก่อนจะไขประตูแล้วเดินเข้าไปในห้องพักของตนเอง

สิ่งแรกที่ซีเจทำหลังจากเข้ามาในห้องก็คือการนำกระเป๋าเป้วางไว้ข้างเตียง แล้วจากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะอ่านหนังสือ เด็กหนุ่มนั่งนิ่งอยู่นานสองนานก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู

รายการเงินเข้า

บัญชี XXX-X-4205-7 จำนวนเงิน 50,000 บาท วันที่ 5 ก.ย. 66 16:33 น.

บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือได้แสดงการแจ้งเตือนถึงรายการเงินเข้าจำนวน 50,000 บาท โดยคนที่โอนเงินเข้ามานั้นไม่ใช่ทั้งคนในครอบครัวหรือคนรู้จักแต่อย่างใด และเดิมทีมันไม่ใช่คนด้วยซ้ำ แต่มันคือ…ระบบ

มันดูเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ แต่มันคือเรื่องจริง ก่อนหน้านี้ระบบได้มอบภารกิจ ‘ลองเป็นผู้ชายปากหวาน’ หรือภารกิจเอ่ยปากชมพูดผู้หญิงให้กับเขา ตอนแรกก็คิดว่าเขาคงหลอนไปเอง แต่ไป ๆ มา ๆ พอได้มีโอกาสเอ่ยชมเพื่อนสาวของตนเอง เสียงของระบบก็ได้ดังขึ้นเพื่อประกาศว่าเขาทำภารกิจสำเร็จ แล้วอีกฝ่ายก็มอบของรางวัลให้ซึ่งนั่นก็คือเงินจำนวน 50,000 บาท

เล่นแสดงตัวตนผ่านเสียงประกอบกับโอนเงินเข้ามาให้แบบนี้…ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะว่าระบบมีอยู่จริง ๆ

หลังจากนั่งนิ่งมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือได้สักพัก ซีเจก็เผลอยกยิ้มที่มุมปากขณะที่หัวใจของเด็กหนุ่มเริ่มเต้นแรงเขารู้สึกดีใจเหลือเกินที่ระบบมีตัวตนอยู่จริง ๆ และก็รู้สึกดีใจมากที่ตัวเขาเป็นผู้โชคดีที่ได้รับระบบ แบบนี้สามารถการันตีได้เลยว่าชีวิตของเขาจะดียิ่งขึ้นเหมือนกับเหล่าตัวละครในนิยายแนวระบบ

“ถ้าจำไม่ผิด จะชื่อว่าระบบ…” ซีเจหวนนึกถึงชื่อของระบบที่เขาได้รับ “ระบบ…จีบสาวทำเงินสินะ”

ดูจากภารกิจที่ได้รับมา ก็ดูสมกับเป็นระบบจีบสาวทำเงินอยู่ล่ะนะ เอ่ยปากชมผู้หญิงปุ๊บ ก็ได้รับเงินปั๊บ แต่มันก็แอบน่ากังวลตรงที่ว่าภารกิจต่อ ๆ ไปที่ระบบจะให้มานั้นมันจะลงลึกให้เขาจีบสาวคนอื่นจนถึงขั้นได้คบรึเปล่า

[ไม่ต้องกังวลนะคะคุณซีเจ ระบบอย่างฉันไม่มีวันมอบภารกิจแบบนั้นให้คุณอย่างแน่นอน]

เสียงของระบบได้ดังขึ้น อีกฝ่ายได้พูดในสิ่งที่ซีเจกำลังเป็นกังวลขึ้นมา เด็กหนุ่มได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นสูงก่อนจะถามขึ้นมาว่า

“นี่ระบบ…อ่านใจได้งั้นเหรอ?”

เขายังไม่ทันได้พูดอะไรออกมาเลย ระบบจีบสาวทำเงินกลับพูดในสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่ขึ้นมาเสียอย่างนั้น

[ใช่แล้วค่ะ ระบบจีบสาวทำเงินมีฟังก์ชั่นอ่านใจอยู่ โดยฟังก์ชั่นนี้มีไว้เพื่อที่ฉันกับคุณจะได้สื่อสารกันได้สะดวก ยกตัวอย่างเวลาคุณซีเจอยู่ในสถานที่ที่มีคนพลุ่งพล่าน ถ้าเกิดคุณเผลอพูดกับฉันด้วยปากเปล่า อาจทำให้คนรอบข้างเกิดสงสัยได้ว่าคุณคุยใคร เพราะงั้นฟังก์ชั่นอ่านใจจึงมีไว้เพื่อให้เราทั้งสองคุยกันได้โดยที่ไม่ทำให้คนรอบข้างสงสัยได้]

ซีเจผงกศีรษะเป็นเชิงบอกว่าเข้าใจ ฟังก์ชั่นอ่านใจก็ดูเป็นฟังก์ชั่นที่สะดวกต่อการสื่อสารกับระบบจริง ๆ นั่นแหละ

[ขออนุญาตกลับเข้าเรื่องภารกิจนะคะ] ระบบเริ่มพูดต่อ [ภารกิจส่วนใหญ่ที่คุณจะได้รับจากระบบจีบสาวทำเงิน จะเป็นภารกิจที่ต้องไปเกี่ยวโยงกับผู้หญิงมากหน้าหลากตา อาจต้องไปทำความรู้จัก สร้างความสนิทสนมหรือช่วยเหลือ จะไม่มีภารกิจที่เป็นการก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของคุณอย่างการบังคับให้ไปหาแฟนหรือขอใครแต่งงาน เพราะเรื่องจำพวกนี้เป็นอิสระของคุณ ระบบอย่างฉันไม่มีสิทธิไปก้าวก่าย]

พอได้ยินดังนั้น ซีเจเคก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ณ ตอนนี้เขาไม่ค่อยมีความสนใจในเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ เท่าไร ถ้าเกิดดันมีภารกิจที่ต้องไปหาแฟนจริงจังขึ้นมาจริง ๆ คงได้รู้สึกลำบากใจแน่ ๆ

สิ่งที่ซีเจสนใจในตอนนี้มีเพียงแค่ความมั่งคั่งเท่านั้น เขาอยากทำให้ชีวิตของตนเองดีขึ้น อยากจะหาเงินได้เยอะ ๆ จะได้ช่วยแม่แบ่งเบาภาระทางการเงินและช่วยให้แม่ได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย เพราะงั้นเรื่องความรักต้องพักเอาไว้ก่อน

“จะว่าไปแล้ว…” พอพูดถึงเรื่องภารกิจ ซีเจก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “ภารกิจที่ฉันได้ก่อนหน้านี้มันมีระดับด้วยนี่นา ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นระดับง่ายใช่มั้ยนะ”

[ใช่ค่ะ ภารกิจ ‘ลองเป็นผู้ชายปากหวาน’ ที่คุณซีเจทำสำเร็จไปก่อนหน้านี้เป็นภารกิจระดับง่ายค่ะ]

"แสดงว่านอกจากระดับง่ายแล้ว ยังมีระดับอื่นอีกใช่รึเปล่า?”

[ค่ะ ระดับของภารกิจมีทั้งหมด 3 ระดับ ได้แก่ ง่าย กลาง และยาก ยิ่งระดับของภารกิจสูงมากเท่าไร ของรางวัลที่ได้ก็จะยิ่งมีมากขึ้น อย่างภารกิจระดับง่าย จะได้รับของรางวัลอย่างเดียว ภารกิจระดับกลางจะได้ของรางวัล 2 อย่าง ส่วนภารกิจระดับยากจะได้รับของรางวัล 3 อย่าง]

พอได้ยินดังนั้นซีเจก็เป่าปาก แม้ภารกิจแรกที่เขาทำเสร็จจะเป็นภารกิจระดับง่ายที่ให้ของรางวัลแค่อย่างเดียว แต่ของรางวัลแค่อย่างเดียวก็ทำให้เขาได้รางวัลอย่างเงินจำนวน 50,000 บาท เลยแน่ะ ถ้าได้มีโอกาสทำภารกิจระดับอื่น ชีวิตของเขาคงได้ดียิ่งขึ้นแบบก้าวกระโดดเพราะของรางวัลที่ได้มากขึ้นแน่ ๆ

แต่ความยากก็แปรผันตามระดับของภารกิจ ยิ่งระดับภารกิจสูงมากเท่าไร ความยากของภารกิจก็ยิ่งสูงมากเท่านั้น ฉะนั้นถ้าได้ภารกิจระดับกลางหรือระดับยากจริง ๆ ก็คงต้องเตรียมตัวเตรียมใจกันหน่อย

[รายละเอียดเรื่องภารกิจก็มีประมาณนี้ค่ะ คุณซีเจมีคำถามอะไรเพิ่มเติมมั้ยคะ?]

ซีเจยกแขนขึ้นกอดอกแล้วครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะส่ายศีรษะไปมา “ตอนนี้ยังไม่มี”

[ถ้างั้นฉันขออนุญาตมอบภารกิจที่สองให้คุณเลยนะคะ]

“หืม?”

คิ้วของซีเจเลิกขึ้นสูงเพราะไม่คาดคิดว่าภารกิจที่สองจะมาเร็วขนาดนี้ ขณะที่กำลังจะปริปากถามระบบว่าภารกิจที่สองคือภารกิจอะไร อยู่ ๆ เบื้องหน้าก็มีหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้น ดวงตาของซีเจไล่มองหน้าจอโฮโลแกรมอย่างรวดเร็วก่อนจะพบว่ามีรายละเอียดของภารกิจที่สองเขียนกำกับเอาไว้อยู่บนหน้าจอโฮโลแกรม

ภารกิจ : พูดคุยกับผู้สาวเสียหน่อย

ระดับ : ง่าย

รายละเอียด : จงพูดคุยกับผู้หญิงเป็นระยะเวลา 5 นาที โดยคนที่คุยจะต้องเป็นคนที่ไม่เคยคุยมาก่อน

และนี่ก็คือภารกิจที่สองที่ซีเจได้รับ

………………………

บทที่ 3 แก๊งคอลเซ็นเตอร์นี่มีประโยชน์จริง ๆ

บทที่ 3 แก๊งคอลเซ็นเตอร์นี่มีประโยชน์จริง ๆ

“อ่า…”

รายละเอียดของภารกิจที่สองที่แสดงอยู่บนหน้าจอโฮโลแกรมนั้น ทำเอาซีเจที่ได้อ่านตั้งแต่ต้นจนจบถึงกับทำหน้าเหยเกทันทีพร้อมกับบังเกิดความรู้สึกที่ว่า…ไม่อยากทำภารกิจนี้เลยแฮะ

ภารกิจที่สองมีชื่อว่า ‘พูดคุยกับผู้สาวเสียหน่อย’ เป็นภารกิจระดับง่ายที่เขาจะไปพูดคุยกับผู้หญิงที่ไม่เคยคุยมาก่อนหรือก็คือต้องพูดคุยกับผู้หญิงแปลกหน้านั่นเอง มองผิวเผินมันก็ดูเป็นภารกิจระดับง่ายอยู่หรอก แต่สำหรับซีเจแล้ว…นี่มันภารกิจระดับยากชัด ๆ

โดยปกติแล้วซีเจไม่ใช่คนที่ชอบเข้าสังคมเท่าไร เพราะเขารู้สึกการอยู่กับตัวเองโดยไม่ต้องไปสุงสิงกับใครเป็นอะไรที่ชวนให้รู้สึกสบายใจมากกว่า ก็เลยเลือกที่จะไม่เข้าไปสุงสิงหรือผูกมิตรกับผู้คน อ๊ะ…แต่กรณีของนินิวเป็นข้อยกเว้นนะ รายนั้นเป็นฝ่ายเข้าหาเขาก่อน แถมเจ้าตัวตีสนิทเก่งอีกด้วย ไป ๆ มา ๆ เขากับนินิวก็เลยได้เป็นเพื่อนกัน

ขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่านินิวเป็นเพื่อนร่วมคณะเพียงคนเดียวที่เขาสนิทด้วย ส่วนนอกนั้น…ไม่สนิทเลยสักคน

โอเค กลับเข้าเรื่องกันดีกว่า สรุปก็คือเพราะเขาเป็นคนที่ไม่นิยมชมชอบในการเข้าสังคม ภารกิจ ‘พูดคุยกับผู้สาวเสียหน่อย’ จึงกลายเป็นภารกิจที่ยากเกินไปสำหรับเขา

“เฮ้อ…” ซีเจถอนหายใจออกมาเบา ๆ “เอาก็เอา”

ของรางวัลที่ได้รับจากระบบคือของรางวัลที่ช่วยทำให้ชีวิตดีขึ้น และถ้าอยากได้ของรางวัลก็มีแต่ต้องทำภารกิจให้สำเร็จ ฉะนั้นต่อให้ไม่อยากทำแค่ไหนก็มีแต่ต้องทำ คิดในแง่ดี ก็ดีกว่าได้ภารกิจที่ต้องไปจีบสาวหรือไม่ก็หาแฟนล่ะนะ ถ้าเกิดได้ภารกิจแบบนั้นขึ้นมา เขาคงได้หนักใจกว่าเดิมแน่ ๆ

“ระบบ” ซีเจเอ่ยเรียกระบบจีบสาวทำเงินขึ้นมา “เห็นในรายละเอียดไม่มีกำหนดเวลา แสดงว่าจะทำภารกิจตอนไหนก็ได้ใช่รึเปล่า?”

[ใช่ค่ะ]

“โอเค”

เมื่อได้รับคำตอบเช่นนั้น ซีเจก็ได้ตัดสินใจว่าวันนี้จะพักเรื่องภารกิจเอาไว้เป็นการชั่วคราว เนื่องจากพรุ่งนี้มีการบ้านที่ต้องส่ง ณ เวลานี้เขาจึงจำเป็นต้องทำการบ้านที่ว่าให้เสร็จเสียก่อน ด้วยเหตุนี้เองซีเจจึงได้เดินไปหยิบการบ้านออกมาจากกระเป๋าเป้แล้วนำมานั่งทำที่โต๊ะอ่านหนังสือ

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง

เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนหัวเตียงได้ส่งเสียงร้องดังขึ้นในเวลา 7 โมงเช้า ซีเจที่นอนอยู่ในสภาพคว่ำนั้นได้รีบยื่นมือขวาไปหยิบโทรศัพท์แล้วกดปิดเสียงก่อนจะค่อย ๆ ชันตัวลุกขึ้นนั่ง แม้ตอนนี้จะตื่นขึ้นจากนิทราแล้ว แต่ดวงตาของซีเจยังลืมไม่เต็มตา มิหนำซ้ำเจ้าตัวยังเผลออ้าปากหาวจนต้องรีบยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาป้องปากเลย

เมื่อคืนซีเจใช้เวลาไปกับการทำการบ้านนานไปหน่อย กว่าจะทำเสร็จก็เกือบตีหนึ่งเลย เพราะงั้นการที่ต้องตื่น 7 โมงเช้าแบบนี้ มันจึงทำให้ซีเจยังรู้สึกง่วงหรือรู้สึกว่ายังนอนไม่ค่อยพอเท่าไร ถ้าเป็นไปได้ก็อยากนอนต่ออีกสักหน่อย แต่เกรงว่าถ้านอนต่อ เขาคงได้เผลอนอนยาวจนไม่ได้ไปเรียนคาบเช้าแหง ๆ

ว่าแล้วซีเจก็ลุกขึ้นออกจากเตียงแล้วไปอาบน้ำอาบท่าเพื่อเตรียมตัวไปเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัย

ระยะทางจากหอพักพระจันทร์และตึกคณะศิลปศาสตร์ของมหาวิทยาลัยดวงตะวันนั้นไม่ค่อยไกลเท่าไร เพราะงั้นหลังจากเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อย ซีเจจึงใช้เวลาไปกับการเดินเพียงแค่ 10 นาทีก็มาถึงหน้าทางเข้าตึกคณะแล้ว

‘อ๊ะ จะว่าไปแล้ว…’ จังหวะที่ย่างเท้าเข้าไปในตึกคณะศิลปศาสตร์ ซีเจก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ‘เรามีภารกิจที่ต้องทำนี่นา’

เพราะเมื่อวานให้ความสนใจกับเรื่องของการบ้านมากไปหน่อย ซีเจจึงลืมเรื่องภารกิจ ‘พูดคุยกับผู้สาวเสียหน่อย’ เสียสนิท และพอนึกขึ้นได้ เจ้าตัวก็เริ่มเครียดขึ้นมานิดหน่อย

ภารกิจบอกว่าเขาต้องพูดคุยกับผู้หญิงที่ไม่เคยคุยมาก่อนเป็นระยะเวลา 5 นาที ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เหมือนจะสั้น แต่สำหรับคนที่เข้าสังคมไม่เก่งอย่างซีเจแล้ว มันช่างเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเหลือเกิน

‘อืม จะคุยกับผู้หญิงคนไหนดีนะ’

ซีเจกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณซึ่งมีเด็กคณะเดียวกันเดินผ่านไปผ่านมาไม่หยุด หากไม่นับนินิว ผู้หญิงที่เรียนคณะเดียวกันล้วนเป็นคนแปลกหน้าสำหรับซีเจทั้งนั้น หรือก็คือเพื่อบรรลุภารกิจที่สอง เขาสามารถคุยกับผู้หญิงคนไหนก็ได้ แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าเขาควรเลือกคุยกับคนไหนนี่แหละ

“หืม?”

ระหว่างที่กำลังเครียดกับภารกิจที่สอง โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้นอย่างต่อเรื่อง ซีเจจึงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบขึ้นมาก่อนจะพบว่ามีคนโทรเข้ามาหาเขา ซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะเป็นเบอร์ที่ไม่ได้เมมเอาไว้

“ฮัลโหลครับ”

เสียงที่ดังมาจากปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงที่ไม่คุ้นรูหูเลยแม้แต่น้อย แต่เขารู้จักไปรษณีย์ติดปีกอยู่ เพราะเมื่อก่อนเคยใช้บริการอยู่

“อ่า ใช่ครับ มีอะไรรึเปล่าครับ” ซีเจคุยโทรศัพท์ไปพลางและเดินตามโถงทางเดินในตึกคณะศิลปศาสตร์ไปพลาง

“…”

ซีเจถึงกับหยุดเดินกะทันหันแล้วใบ้ไปรับประทานพร้อมกับทำหน้าเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัด พอได้ฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูดทุกคำทุกประโยค ซีเจก็ได้ค้นพบความจริงว่าคนที่โทรมานั้น…คือแก๊งคอลเซ็นเตอร์

อาจดูด่วนสรุปไปหน่อย แต่มันคือความจริงและความจริงมันกระจ่างไปตั้งแต่ที่อีกฝ่ายบอกว่า ‘มีพัสดุตกค้าง’ แล้วด้วย จริงอยู่ที่ก่อนหน้านั้นเขาเคยใช้บริการไปรษณีย์ติดปีก แต่ในช่วงนี้เขาไม่มีใช้บริการส่งพัสดุเลย เพราะงั้นเขาถึงได้สรุปได้อย่างรวดเร็วไงว่าคนที่อยู่ในสายคือแก๊งคอลเซ็นเตอร์

น่าเหนื่อยใจจริง ๆ ทำไมคนพวกนี้ถึงไม่รู้จักทำงานที่มันสุจริตบ้างนะ

ซีเจผละโทรศัพท์ออกจากใบหูแล้วเตรียมเลื่อนนิ้วโป้งไปกดวางสาย ทว่ายังไม่ทันที่นิ้วโป้งจะสัมผัสบนหน้าจอโทรศัพท์ ซีเจก็รีบหยุดการกระทำของตนเองพร้อมกับที่ดวงตาพลันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเพราะฉุดคิดอะไรบางอย่างได้

‘ใช้วิธีนี้ก็ได้นี่นา’

หนุ่มแว่นยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูอีกครั้ง

เพราะซีเจปิดปากเงียบไม่ยอมพูดอะไรโต้ตอบ ทางด้านคอลเซ็นเตอร์จึงเอ่ยถามเพื่อตรวจสอบถึงความเป็นอยู่ของซีเจ

“อยู่ครับ เชิญพูดต่อได้เลย” ซีเจตอบกลับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ

แล้วหลังจากนั้นมิจฉาชาชีพก็เริ่มร่ายยาวชนิดที่ไม่มีจังหวะหยุดพักหายใจแม้แต่น้อย บ้างก็บอกว่าพัสดุของเขาไม่ผ่านการคัดแยกที่ต้นทาง บ้างก็บอกว่าพัสดุที่เขาจัดส่งเป็นพัสดุผิดกฏหมาย และบ้างก็บอกว่าให้มาแจ้งความเพื่อความบริสุทธิ์

ทางด้านซีเจก็ไม่ได้พูดโต้ตอบอะไรออกไปสักประโยค เพราะไม่ได้ตั้งใจฟังเลยแม้แต่นิดเดียว ระหว่างที่ปล่อยให้คนในสายพูดไปเรื่อย เจ้าตัวก็ก้าวเดินไปยังห้องเรียนอย่างช้า ๆ ไปด้วย จนกระทั่ง…

[ยินดีด้วย! คุณซีเจทำภารกิจ ‘พูดคุยกับผู้สาวเสียหน่อย’ สำเร็จ]

เสียงจากระบบจีบสาวทำเงินได้ดังขึ้นเพื่อแจ้งเตือนถึงการทำภารกิจที่สองสำเร็จ พอได้ยินดังนั้น ซีเจก็ยกยิ้มที่มุมปากอย่างพึงพอใจ

ภารกิจที่สองคือภารกิจที่เขาต้องพูดคุยกับผู้หญิงแปลกหน้าหรือผู้หญิงที่ไม่เคยคุยด้วยเป็นระยะเวลา 5 นาที ซึ่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่โทรมาพูดคุยกับเขาเป็นผู้หญิงที่เขาเคยไม่เคยคุยมาก่อน ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เขาจะทำภารกิจที่สองสำเร็จแบบนี้

ตอนแรกก็คิดว่าจะต้องลำบากเข้าไปคุยกับผู้หญิงแปลกหน้าเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จเสียอีก ไป ๆ มา ๆ ดันมีมิจฉาชีพยื่นมือเข้ามาช่วยเฉย ช่างโชคดีจริง ๆ

[ระบบเริ่มทำการสุ่มของรางวัล]

เนื่องจากเห็นซีเจเงียบอีกแล้ว คนที่อยู่ในสายจึงเอ่ยทักอีกครั้ง

เมื่อภารกิจสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องใช้งานแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีกต่อไป อีกอย่างซีเจไม่อยากให้มีอะไรมารบกวนตอนที่ฟังเสียงแจ้งเตือนจากระบบด้วย เขาจึงกดตัดสายไปอย่างไม่ใยดีแล้วตั้งใจฟังเสียงแจ้งเตือนจากระบบต่อ

[การสุ่มของรางวัลเสร็จสิ้น!]

[ยินดีด้วย! คุณซีเจได้รับรางวัลทักษะนักเปียโน ระดับ A]

……………………….

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...