แรงกดดันในสังคมเกาหลี ชะตาชีวิตเหล่าคนดัง
บทความต่างประเทศ
แรงกดดันในสังคมเกาหลี
ชะตาชีวิตเหล่าคนดัง
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า การเสียชีวิตของ คิม แซ-รน นักแสดงสาวชาวเกาหลีใต้ วัย 24 ปี เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกิดจากการตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง หลังถูกพบเสียชีวิตอยู่ในบ้านพักย่านซองดงกู กรุงโซล เกาหลีใต้ ซึ่งตำรวจได้แถลงสรุปสาเหตุการเสียชีวิตของคิม ว่าเกิดจากการตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง โดยไม่พบจดหมายลา และไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ในการสืบสวน
ทั้งนี้ สำนักข่าวเอพีรายงานว่า นับตั้งแต่คิม แซ-รน ก่อเหตุเมาแล้วขับ และยังขับไปเฉี่ยวชนต้นไม้และสิ่งของข้างทางเสียหาย เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2022 จนถึงวันที่เธอเสียชีวิต ที่คิดเป็นเวลาราว 1,000 วัน สื่อหลักของเกาหลีได้ตีพิมพ์เรื่องราวเกี่ยวกับเธอมากถึงราว 2,000 เรื่อง จากการค้นหาอย่างรวดเร็วในฐานข้อมูลสื่อของเกาหลี ก็จะพบพาดหัวข่าวที่น่าตื่นเต้นมากมาย ที่แสดงให้เห็นว่า สื่อท้องถิ่นมักจะรายงานข่าวเกี่ยวกับความตกต่ำของคนดัง
คิมซึ่งเคยเป็นหนึ่งในดาราสาวที่โด่งดังที่สุดในแวดวงบันเทิงของเกาหลีใต้ ถูกสื่อรายงานเกี่ยวกับเรื่องการเมาแล้วขับ ทั้งตำหนิและขุดคุ้ยเรื่องปัญหาทางการเงินที่เกิดขึ้น และถูกมองว่าไม่มีความสำนึกผิดต่อความผิดที่ได้กระทำไป เพราะยังออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ได้
แถมยังยิ้มแย้มในขณะถ่ายทำหนังอินดี้อีก
คิมกลายเป็นหนึ่งในคนดังของเกาหลีที่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่าเป็นผลมาจากแรงกดดันมหาศาลที่คนดังเหล่านี้ต้องเผชิญภายใต้การจับจ้องของสื่อ ที่ไม่ให้อภัย และคอยจับผิดทุกย่างก้าวที่พวกเขาพลาดพลั้งไป
ทั้งนี้ หลังจากคิมเมาแล้วขับรถไปชนต้นไม้และเสาไฟฟ้า เธอได้มีการโพสต์ขอโทษบนอินสตาแกรม และจ่ายเงินชดเชยให้แก่ร้านค้าราว 60 ร้านที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ชั่วคราวเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว
แต่การกระทำเหล่านั้น ไม่ได้ช่วยบรรเทากระแสเชิงลบที่เกิดขึ้นกับคิมเลย และเธอยังคงดิ้นรนที่จะหางานแสดงต่อไป
เมื่อครั้งที่ศาลโซลได้สั่งปรับคิมเป็นเงิน 200 ล้านวอน ตอนเดือนเมษายน 2023 คิมได้แสดงกังวลต่อการรายงานข่าวของสื่อ โดยบอกว่า รายงานหลายชิ้นที่เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเธอนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
บรรดาช่องซุบซิบคนดังบนยูทูบ ก็เริ่มโพสต์วิดีโอเชิงลบเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเธอ โดยบอกเป็นนัยแบบไม่มีหลักฐานว่า คิมพูดเกินจริงเกี่ยวกับปัญหาทางการเงินของเธอ ด้วยการทำงานที่ร้านกาแฟ และยังว่า การที่คิมไปเข้าสังคมกับเพื่อนๆ หมายความว่า เธอไม่มีความสำนึกเพียงพอ
เอพีรายงานว่า ดาราคนอื่นๆ ในเกาหลี โดยเฉพาะผู้หญิง มักจะต้องดิ้นรนหางานทำ หลังจากเผชิญกับเรื่องคดีต่างๆ อย่างเช่น เรื่องเมาแล้วขับ หรือการใช้สารเสพติด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หลายๆ คนไม่เต็มใจที่จะเข้ารับการบำบัดปัญหาสุขภาพจิต อย่างเช่น โรคซึมเศร้า เนื่องจากกลัวว่าจะถูกนำเสนอข่าวในเชิงลบมากขึ้น
ควอน ยอง-ชาน นักแสดงตลก ที่ผันตัวมาเป็นนักวิชาการและผู้นำกลุ่มช่วยเหลือคนดังที่มีปัญหาสุขภาพจิต บอกว่า เหล่าคนดังมักจะรู้สึกไร้หนทางเมื่อตกเป็นข่าวเชิงลบ หลังจากที่ต้องใช้เวลาหลายปีในการสร้างภาพลักษณ์ต่อสาธารณชนอย่างระมัดระวัง
ควอนซึ่งเดินทางไปร่วมงานศพของคิมด้วย บอกว่า ครอบครัวของคิมกำลังพิจารณาที่จะดำเนินคดีกับเจ้าของช่องยูทูบช่องหนึ่งที่มีผู้ติดตามหลายแสนคน ที่โจมตีชีวิตส่วนตัวของคิมอย่างไร้เหตุผล
ขณะที่ ปีเตอร์ จองโฮ นา ศาสตราจารย์ด้านจิตเวชศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยแพทย์เยล ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า สังคมเกาหลีใต้เป็นเหมือนกับซีรีส์ชื่อดังของเน็ตฟลิกซ์ เรื่อง “สควิดเกม” แต่เป็นเวอร์ชั่นขนาดใหญ่ ที่ผู้เล่นจะต้องเอาชีวิตรอดให้ได้ โดยทอดทิ้งคนที่ผิดพลาดหรือล้มไป แล้วทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
การเสียชีวิตของคนดังจำนวนมากในเกาหลี ทำให้เกิดการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับการที่สื่อมวลชนรายงานเรื่องชีวิตส่วนตัวของคนดัง จนทำให้มีการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์จำนวนมาก และส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของคนดังเหล่านั้น จนนำไปสู่การสูญเสีย
ไม่ว่าจะเป็นการเสียชีวิตของดาราดังอย่าง ชเว จิน ซิล ในปี 2008
การเสียชีวิตของโช ซอง มิน นักเบสบอลที่เป็นอดีตสามีของดาราสาว ในปี 2013
การเสียชีวิตของนักร้องเคป๊อป อย่าง ซอลลี่ และ คู ฮา-รา ในปี 2019
และการเสียชีวิตของ อี ซอน คยุน นักแสดงดังจาก Parasite เมื่อปี 2023
ฮยอน เจ ยู ศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารจากมหาวิทยาลัยโซกัง ในกรุงโซล บอกว่า ข้อกล่าวอ้างที่เร้าอารมณ์ แต่ไม่มีหลักฐาน เช่น จากโซเชียลมีเดีย ถูกนำมาใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และถูกนำไปขยายความโดยสื่อกระแสหลักอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสื่อกระแสหลักเหล่านี้ ต้องแข่งขันกันหาคอนเทนต์ที่ดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน โดยสื่อต่างๆ หันมาทำข่าวดราม่าบนยูทูบแทน เนื่องจากประสบปัญหาการลดลงอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้อ่านสื่อแบบดั้งเดิม จึงมองข้ามการรายงานและการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนนำเสนอ
หลังการเสียชีวิตของซอลลี่ และ คู ฮารา ในปี 2019 อันเป็นผลมาจากการถูกบูลลี่บนโลกออนไลน์และการล่วงละเมิดทางเพศทั้งในพื้นที่สาธารณะและสื่อ ทำให้สมาชิกรัฐสภามีการเสนอมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแสดงความคิดเห็นที่รุนแรงบนอินเตอร์เน็ต รวมถึงการขยายข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ชื่อจริงและการเข้มงวดของข้อกำหนดของเว็บไซต์ เพื่อกำจัดคำพูดที่แสดงความเกลียดชังและข้อมูลเท็จ แต่กฎหมายที่เสนอเหล่านี้กลับไม่ผ่านความเห็นชอบแต่อย่างใด
ฮยอน เจ ยู บอกว่า สิ่งสำคัญสำหรับสื่อกระแสหลัก คือการเสริมสร้างการควบคุมตัวเอง และจำกัดการนำเนื้อหาจากยูทูบมาใช้เป็นแหล่งข่าว
ขณะที่ทางการก็ควรจะมีวิธีในการจัดการกับยูทูบรวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลอื่นๆ มีความรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้นมาให้มากขึ้นด้วย
เครดิตภาพ “เอพี”
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แรงกดดันในสังคมเกาหลี ชะตาชีวิตเหล่าคนดัง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com