ท่องเที่ยวเชิงเกษตร และท่องเที่ยวชนบทในเวียดนาม กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก
The Structure
อัพเดต 16 มี.ค. 2568 เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2568 เวลา 04.09 น. • The Structureการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและชนบทในเวียดนาม ซึ่งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเกษตร กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก ช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์เกษตรเวียดนาม
Varun Grover จาก Booking.com ให้สัมภาษณ์กับ Vietnam News ว่านักท่องเที่ยวในปัจจุบันเริ่มมองหาประสบการณ์การเดินทางที่แท้จริง และยั่งยืน ซึ่งเชื่อมโยงพวกเขากับชุมชนท้องถิ่นและมรดกทางวัฒนธรรม โดยเทรนด์ดังกล่าวกำลังได้รับความนิยมในหมู่นักเดินทางทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบมากขึ้น
รายงาน Sustainable Travel Report ประจำปี 2024 ของ Booking.com พบว่า 96% ของนักท่องเที่ยวที่ตอบแบบสอบถามมองว่าการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งสำคัญ และ 94% แสดงความตั้งใจที่จะเลือกการเดินทางท่องเที่ยงอย่างยั่งยืนมากขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
รายงาน 2024 Holiday Homes Outlook เผยว่าที่พักในฟาร์ม (28%) และบ้านพักในชนบท (21%) กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักเดินทางชาวเวียดนาม สอดคล้องกับกระแสการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และรับผิดชอบ
Grover กล่าวว่า มรดกทางการเกษตรอันอุดมสมบูรณ์ของเวียดนาม ทัศนียภาพที่หลากหลาย ความงดงามของพื้นที่ชนบท และการต้อนรับอันอบอุ่น เป็นรากฐานที่ยอดเยี่ยมสำหรับการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตร นอกจากนี้ การเน้นการท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน (community-based tourism) ความต้องการสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น และความต้องการตัวเลือกการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น ยิ่งเพิ่มศักยภาพของเวียดนามในด้านนี้
การท่องเที่ยวเชิงเกษตรของเวียดนาม ซึ่งเคยจำกัดอยู่ในพื้นที่ชนบท กำลังขยายตัวไปสู่พื้นที่ใกล้ศูนย์กลางเมืองและเมืองใหญ่ โดยสถานที่ท่องเที่ยวเน้นไปที่การทำเกษตรอินทรีย์ที่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับหมู่บ้านหัตถกรรมและภูมิทัศน์ธรรมชาติ
นักท่องเที่ยวไม่เพียงแค่ได้ชมความงดงามของธรรมชาติและสัมผัสวิถีชีวิตชนบท แต่ยังได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ เช่น การเรียนรู้เทคนิคการเกษตรสมัยใหม่ การเข้าร่วมกระบวนการผลิตทางการเกษตร และการเรียนทำอาหารด้วยวัตถุดิบทางการเกษตรที่มีกระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
แม้รายได้จากผลผลิตทางการเกษตรจะคิดเป็นเพียง 27% ของรายได้รวมในพื้นที่ชนบท แต่กิจกรรมการผลิตนอกภาคเกษตรและบริการต่างๆ กลับสร้างรายได้มากถึง 73%
รูปแบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สนับสนุนให้คนในท้องถิ่นมีส่วนร่วม ได้ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว รวมถึงสร้างรายได้ที่สูงขึ้นให้กับชุมชนชนบท แนวทางดังกล่าวยังมีบทบาทสำคัญในการบรรเทาความยากจนและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภูมิภาคที่มีความท้าทายและพื้นที่ชนบททั่วประเทศ
ทั้งนี้ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและชนบท เป็นเป้าหมายสำคัญของโครงการพัฒนาเขตชนบทใหม่แห่งชาติระหว่างปี 2021-2025 ของเวียดนาม
ที่มา: Vietnam News