โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พาณิชย์ เปิดตัวเลข 7,000 นิติบุคคล ในสุราษฎร์ฯ เข้าข่ายนอมินี ส่วนใหญ่ทำอสังหา

Khaosod

อัพเดต 15 ต.ค. 2568 เวลา 07.48 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2568 เวลา 07.24 น.
พาณิชย์ พบ 7,000 นิติบุคคล ในสุราษฎร์ฯ เข้าข่ายนอมินี ส่วนใหญ่ทำธุรกิจอสังหา

พาณิชย์ พบ 7,000 นิติบุคคล ในสุราษฎร์ฯ เข้าข่ายนอมินี ส่วนใหญ่ทำธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ สั่งปรับแผนสอบพุ่งเป้า พร้อมชงนายก ตั้งกรรมการระดับรองนายก แก้ปัญหา

วันที่ 15 ต.ค.2568นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกระแสข่าวกรณีชาวต่างชาติเข้ามาถือครองที่ดิน และประกอบธุรกิจบนแหล่งท่องเที่ยวเกาะสมุย เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานีว่า กรมได้ให้ความสำคัญกับการเข้าไปตรวจสอบและเอาผิดนิติบุคคลบางรายที่หลีกเลี่ยงหรือประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมาย รวมถึงกรณีที่บุคคลต่างด้าวจดทะเบียนนิติบุคคลโดยอาศัยคนไทยเป็นตัวแทนอำพรางหรือนอมินี (Nominee)อย่างต่อเนื่อง โดยเร่งตรวจสอบทั่วประเทศไม่เฉพาะแค่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

โดยในส่วนของจังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้นจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ในเกาะสมุย และพะงัน มีชาวต่างชาติทั้งชาวยุโรป และประเทศอื่นๆ เข้ามาทำธุรกิจจำนวนมาก มีทั้งรายใหญ่ รายกลางและรายเล็กที่มีการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ

“ขณะนี้กรม ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบเชิงลึกธุรกิจนอมินีในสุราษฎร์ธานี เบื้องต้นพบว่ามีธุรกิจที่มีความเสี่ยงเข้าข่ายนอมินีที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบกว่า 7,000 ราย ส่วนใหญ่ทำธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ อาทิ คอนโดมิเนียม ธุรกิจนำเที่ยวมธุรกิจโรงแรม ธุรกิจร้านอาหาร”

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า เพื่อให้การตรวจสอบนอมินีมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้สั่งให้กรมปรับแผนการตรวจสอบนอมินีใหม่ทั้งหมด โดยเน้นตรวจสอบแบบพุ่งเป้าและเชิงลึกมากขึ้น โดยเพิ่มเงื่อนไขในการตรวจสอบในละเอียดและตรงเป้ามากขึ้น ซึ่งจะทำให้จำนวนนิติบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงปรับลดลงเหลือ เพียงหลักพันราย จากปัจจุบันที่มีการปูพรมต้องเข้าไปตรวจสอบมากถึง 46,918 ราย ซึ่งใช้ระยะเวลานานกว่าจะแล้วเสร็จ

นอกจากนี้ยังได้ตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายขึ้น 1 ชุด ภายใต้คณะอนุกรรมการ 4 ชุด คือ

1.อนุกรรมการชุดป้องกันการจดทะเบียนที่ไม่ถูกต้อง

2.อนุกรรมการวิเคราะห์ข้อมูลแบบพุ่งเป้า เพื่อคัดกรองนิติบุคคลที่เข้าข่ายเสี่ยงให้ตรงเป้ามากที่สุด

3.อนุกรรมการชุดตรวจสอบบัญชีและ

4.อนุกรรมการด้านกฎหมายโดยจะเร่งพิจารณาให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายทั้ง10 ฉบับให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

นายพูนพงษ์กล่าวว่า หลังจากการปรับเปลี่ยนรัฐบาลทำให้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งกำกับดูแลเรื่องของการปราบปรามนอมินี และสินค้าผิดกฎหมายจากต่างประเทศสิ้นสุดลงไปด้วย เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง

กระทรวงพาณิชย์ ได้เสนอให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย แต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวชุดใหม่เพื่อให้การทำงานมีความต่อเนื่อง โดยขอให้มีการปรับเปลี่ยนประธานคณะทำงานเป็นรองนายกรัฐมนตรี แทน รมว.พาณิชย์ เพื่อให้มีอำนาจในการบริหารจัดการครอบคลุมมากขึ้น

รวมทั้งขอให้เพิ่ม 4 หน่วยงานเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย คือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พาณิชย์ เปิดตัวเลข 7,000 นิติบุคคล ในสุราษฎร์ฯ เข้าข่ายนอมินี ส่วนใหญ่ทำอสังหา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...