“เศรษฐกิจไต้หวัน” โต 7.6% สูงสุดในรอบปี อานิสงส์กระแส AI รัฐแจกเงินกระตุ้นรับมือภาษี
"เศรษฐกิจไต้หวัน" ขยายตัวเหนือความคาดหมายใน Q3/68 ที่ 7.64% อานิสงส์กระแส AI รัฐบาลเตรียมแจกเงินสดให้ประชาชน 10,000 ดอลลาร์ไต้หวันต่อคน เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ
วันที่ 31 ตุลาคม 2568 เวลา 15.04 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เศรษฐกิจไต้หวันขยายตัวสูงกว่าที่คาดในไตรมาส 3 ของปีนี้ สะท้อนแรงหนุนจากกระแสการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของประเทศ
สำนักงานสถิติของไต้หวันเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของประเทศขยายตัว 7.64% ในช่วงเดือนกรกฎาคม–กันยายน ซึ่งสูงกว่าค่าประมาณการเฉลี่ยที่ 6.25% จากการสำรวจของบลูมเบิร์ก
เศรษฐกิจไต้หวันทำผลงานได้โดดเด่นตลอดปี 2568 โดยมีแรงหนุนหลักจากบทบาทในฐานะผู้ผลิตชิปและเซิร์ฟเวอร์รายใหญ่ของโลก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยี AI ทั้งนี้ไต้หวันรายงานก่อนหน้านี้ว่า มูลค่าส่งออกในเดือนสิงหาคมแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อย่างไรก็ตามนักเศรษฐศาสตร์บางส่วนแสดงความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะต่อไป เนื่องจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ การชะลอตัวของคำสั่งซื้อหลังบริษัทต่าง ๆ เร่งซื้อล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี และฐานการเปรียบเทียบที่สูงในช่วงไตรมาสก่อนหน้า
ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไต้หวันในอัตรา 20% ซึ่งสูงกว่าภาษีที่บังคับใช้กับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ และในสัปดาห์นี้ ระหว่างการเยือนของทรัมป์ที่เกาหลีใต้ สหรัฐและเกาหลีใต้ได้บรรลุข้อตกลงเพื่อลดภาษีและส่งเสริมการลงทุนในสหรัฐ
เจ้าหน้าที่ไต้หวัน ระบุว่ารัฐบาลกำลังพยายามเจรจาเพื่อให้ได้ข้อตกลงทางการค้าที่ดีกว่านี้กับสหรัฐ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
ท่ามกลางความกังวลเรื่องผลกระทบจากภาษีนำเข้า รัฐบาลไต้หวันประกาศแผนแจกเงินสดคนละ 10,000 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 326 ดอลลาร์สหรัฐ ให้กับพลเมืองและผู้พำนักถาวร เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจยังคงเป็นบวก โดยนักวิเคราะห์คาดว่ากระแส AI จะยังหนุนเศรษฐกิจไต้หวันให้เติบโตต่อเนื่อง โดยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา บริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) ได้ปรับเพิ่มประมาณการรายได้ปี 2568 ขึ้นเป็นครั้งที่สองของปี สะท้อนความหวังว่าภาคธุรกิจจะยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องในเทคโนโลยีใหม่
อ้างอิง : www.bloomberg.com