โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แนะทำ ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 2+ 3+ ครอบคลุมภัยน้ำท่วมรับมือหน้าฝน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 ก.ย 2568 เวลา 09.55 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2568 เวลา 02.54 น.

คอลัมน์ Insurance : วารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนกันยายน 2568 (ฉบับที่ 521)

บริษัทประกันภัยชูแผนรับมือฤดูฝน แนะทำ ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1, 2+ และ 3+ ที่ครอบคลุมภัยน้ำท่วม เพื่อช่วยผู้ใช้รถลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายหากเกิดเหตุไม่คาดคิด

สำหรับช่วงฤดูฝนไม่เพียงแต่สร้างความยากลำบากต่อการเดินทาง แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายหากเกิดเหตุไม่คาดคิด การมีประกันภัยรถยนต์ที่ครอบคลุมภัยน้ำท่วมและอุบัติเหตุ จึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยให้ผู้ขับขี่อุ่นใจได้ตลอดการเดินทาง

เตือนระวังภัยน้ำท่วม-เฉี่ยวชน

นายสุรชัย ไตรวิทยางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ฤดูฝนถือเป็นช่วงที่ผู้ขับขี่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูงขึ้น ทั้งจากน้ำท่วมขังที่อาจสร้างความเสียหายต่อเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าภายในรถยนต์ รวมถึงถนนเปียกลื่นที่เพิ่มโอกาสการเฉี่ยวชนและอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในเส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้เจ้าของรถควรให้ความสำคัญกับการทำประกันภัยที่ครอบคลุมความคุ้มครองในทุกสถานการณ์

ดังนั้น สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์แล้วควรต้องมีการสำรวจความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ที่มีอยู่ว่าครอบคลุมความคุ้มครองในเรื่องใดบ้าง อาทิ ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 และ ประเภท 5 (2+, 3+) ที่ขยายความคุ้มครองภัยน้ำท่วม จะสามารถรองรับความเสี่ยงสำคัญในฤดูฝนได้ครบถ้วน โดยกรมธรรม์เหล่านี้จะช่วยคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจาก น้ำท่วมเข้าถึงห้องเครื่องยนต์หรือภายในตัวรถ ตลอดจนการชนหรือเฉี่ยวชนที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นบ่อยในสภาพถนนลื่น

ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ไม่ควรเลือกทำประกันเพียงชั่วคราวเฉพาะฤดูฝน แต่ควรถือกรมธรรม์ต่อเนื่องตลอดปี เนื่องจากโอกาสเกิดอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา

สำหรับผู้ที่งบประมาณจำกัด แต่ยังต้องการความคุ้มครองความเสียหายจากภัยน้ำท่วมนั้น บริษัทได้นำเสนอประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ Extra (คุ้มครองน้ำท่วม) และ 3+ Extra (คุ้มครองน้ำท่วม)

โดยแผนประกันภัยรถยนต์ 2+ Extra (คุ้มครองน้ำท่วม) จะให้ความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกหากเกิดความเสียหายต่อชีวิต/ร่างกาย (รวมผู้โดยสารฝั่งคู่กรณี) ความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก สูงสุด 500,000 บาท/คน และไม่เกิน 10,000,000 บาท/ครั้ง สูงสุด 1,000,000 บาท/ครั้ง ความรับผิดต่อตัวรถที่เอาประกันกรณีรถชนกับยานพาหนะทางบกที่มีคู่กรณีเท่านั้น ความเสียหายจากไฟไหม้/รถสูญหาย (ตามทุนประกัน) น้ำท่วมสูงสุดถึง 200,000 บาท/ครั้ง

ส่วนประกันภัยรถยนต์ 3+ Extra (คุ้มครองน้ำท่วม) ให้ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก โดยคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต/ร่างกาย (รวมผู้โดยสารฝั่งคู่กรณี) ความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก สูงสุด 500,000 บาท/คน และไม่เกิน 10,000,000 บาท/ครั้ง สูงสุด 1,000,000 บาท/ครั้ง ส่วนความรับผิดต่อตัวรถที่เอาประกัน จะให้ความคุ้มครองกรณีรถชนกับยานพาหนะทางบก หรือมีคู่กรณีเท่านั้น ทุนประกัน100,000–200,000 บาท/ครั้ง น้ำท่วมสูงสุด 200,000 บาทต่อครั้ง เป็นต้น

นายสุรชัยแนะนำว่า หากต้องการแผนประกันรถที่ครอบคลุมการชนรถที่มีคู่กรณี ไฟไหม้ สูญหาย และน้ำท่วม ควรเลือกทำประกันรถยนต์ 2+ แต่ถ้าต้องการประหยัดงบประมาณในการทำประกันภัยโดยเน้นคุ้มครองกรณีชนรถที่มีคู่กรณีและน้ำท่วมเป็นหลัก แบบประกันรถยนต์ 3+ Extra สามารถตอบสนองความต้องการได้ ที่สำคัญทั้ง 2 แบบประกันสามารถเลือกวงเงินคุ้มครองน้ำท่วมได้ สูงสุดถึง 200,000 บาท/ครั้ง

ข้อควรทราบเมื่อต้องการเคลมภัยน้ำท่วม

• บริษัทระบุว่า การคุ้มครองกรณีน้ำท่วมครอบคลุมกรณีที่เป็นภัยธรรมชาติ เช่น จอดรถแล้วน้ำท่วม ขณะรถติดฝนหนักจนมีน้ำท่วมสูง เป็นต้น

• อาจไม่รับเคลมหากฝ่าฝืนคำเตือน และขับลุยน้ำท่วมโดยเจตนาจนเครื่องยนต์เสียหาย เช่น เครื่องดูดน้ำเข้าห้องเผาไหม้ - Hydro Lock เป็นต้น

• หลักฐานที่ควรเตรียม เช่น ภาพถ่าย/วิดีโอที่เกิดเหตุ ระดับน้ำ วันเวลา ใบขับขี่ บัตรประชาชน กรมธรรม์ และบันทึกประจำวัน (หากไม่มีภาพ)

• จากนั้นขั้นตอนทั่วไป: ติดต่อ 1557 / เจ้าหน้าที่ตรวจประเมิน → เลือกอู่/ศูนย์ซ่อม → รออนุมัติ → ส่งซ่อมตามเงื่อนไขกรมธรรม์

นายสุรชัยกล่าวว่า สำหรับผู้ที่ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ช่วงฤดูฝนนี้ควรต้องใส่ใจเป็นพิเศษ แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะได้รับมาตรฐานการป้องกันน้ำระดับ IP67 (กันฝุ่นและป้องกันการจมน้ำได้ 1 เมตร ไม่เกิน 30 นาที) แล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่ผู้ขับขี่ควรตระหนัก เช่น หากรถยนต์มีอายุการใช้งานมาก อาจเสื่อมสภาพการป้องกันน้ำ,การขับลุยน้ำที่สูงเกินครึ่งล้ออาจสร้างแรงดันน้ำมากกว่ามาตรฐานป้องกัน ส่งผลให้น้ำรั่วเข้าสู่ระบบไฟฟ้าและทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง

ดังนั้น เจ้าของรถ EV ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วม และตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครองในกรมธรรม์ว่ารวมถึงความเสียหายจากภัยน้ำท่วมหรือไม่ เพื่อความมั่นใจในการใช้รถช่วงฤดูฝน

“บริษัทขอเตือนผู้ขับขี่ให้ตระหนักถึงภัยช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะน้ำท่วมและอุบัติเหตุจากการชน พร้อมแนะนำให้เลือกกรมธรรม์ที่ขยายความคุ้มครองน้ำท่วม เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินมูลค่าสูงอย่างเหมาะสม”

น้ำท่วม-อุบัติเหตุตัวเร่งทำประกันรถ

นายไชยพร จันทรเดช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจประกันภัยรถยนต์ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดประกันภัยรถยนต์ไทยกำลังเผชิญกับ “โจทย์ใหม่” ทั้งจากฤดูฝนที่มาพร้อมน้ำท่วมและจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า ความท้าทายนี้ทำให้ผู้บริโภคต้องเลือกความคุ้มครองอย่างรอบคอบ ขณะที่บริษัทประกันก็ต้องเร่งปรับกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์โลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว เพราะในอนาคตการประกันภัยไม่ใช่เพียงค่าใช้จ่าย แต่คือ การลงทุนเพื่อความมั่นคงทางการเงิน ในวันที่ความเสี่ยงกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิด

โดยในช่วงฤดูฝนของทุกปี ตัวเลขอุบัติเหตุทางถนนมักเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัญหาถนนลื่น ทัศนวิสัยต่ำ รวมถึงน้ำท่วมฉับพลันกลายเป็นความเสี่ยงใกล้ตัว ที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถมองข้ามได้จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ประชาชนหันมาใส่ใจ การเลือกความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์มากยิ่งขึ้น

“ข้อมูลจากบริษัทประกันภัยสะท้อนว่า ภัยน้ำท่วม เป็นความเสี่ยงที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูง โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองใหญ่ที่ระบบระบายน้ำไม่ทันต่อฝนตกหนัก ผู้ใช้รถจึงมองหากรมธรรม์ที่ให้ความมั่นใจในด้านนี้เป็นหลัก”

นายไชยพรกล่าวว่า ฤดูฝนและภัยพิบัติจะกลายเป็นปัจจัยที่กระตุ้นโดยจะเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของธุรกิจ โดยในส่วนของโอกาสสำหรับบริษัทประกันภัย มาจากความต้องการผลิตภัณฑ์เฉพาะทางสำหรับ EV ทำให้การการแข่งขันใหม่ ส่วนความท้าทาย มาจากการที่บริษัทต้องรักษาสมดุลระหว่างเบี้ยประกันและต้นทุนความเสียหาย การกำหนดเงื่อนไขคุ้มครองน้ำท่วมที่ยืดหยุ่นเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค การลงทุนด้านข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงเฉพาะพื้นที่

ปัจจุบัน การประกันภัยรถยนต์แบ่งออกเป็นหลายประเภท โดยมีรายละเอียดความคุ้มครองต่างกัน ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองครอบคลุมครบถ้วนที่สุด ทั้งความเสียหายต่อตัวรถ รถหาย ไฟไหม้ อุบัติเหตุ รวมถึงความรับผิดต่อบุคคลภายนอกและความคุ้มครองผู้ขับขี่-ผู้โดยสาร ขณะที่ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 จะให้ความคุ้มครองครอบคลุมกรณีรถหาย ไฟไหม้ ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และความคุ้มครองบุคคลในรถ ส่วนประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 จะให้ความคุ้มครองบุคคลภายนอกและผู้โดยสาร แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถ

“แม้ว่าปัจจุบัน แผนประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ จะให้ความคุ้มครองเพิ่มขึ้น แต่ยังมีเงื่อนไขอยู่ว่า ต้องเป็นความเสียหายต่อตัวรถที่เกิดจากการชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น”

ดังนั้น เมื่อพิจารณาแผนประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ชั้น 2+ และชั้น 3+ แล้ว หากมีกำลังซื้อเพียงพอแนะนำว่าการทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ยังคงเป็นทางเลือกหลัก สำหรับผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยงหากเกิดความเสียหายต่อรถยนต์จากน้ำท่วม หรืออุบัติเหตุ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่ความเสี่ยงน้ำท่วมสูง เพราะกรมธรรม์ชั้น 1 ครอบคลุมภัยน้ำท่วมอยู่แล้วภายใต้เงื่อนไขของกรมธรรม์ ขณะที่กรมธรรม์ประเภทอื่น อาจต้องซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมความเสี่ยงภัย

ขณะเดียวกัน รถยนต์ไฟฟ้ายังเป็นตลาดใหม่ที่เติบโตเร็ว แต่ก็เต็มไปด้วยความเสี่ยงเฉพาะทาง โดยเฉพาะเรื่องแบตเตอรี่และมูลค่าซ่อมแซม ทำให้บริษัทประกันต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์และไม่สร้างภาระเบี้ยประกันสูงเกินไป โดยมองว่า การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) นำมาซึ่งความท้าทายต่อธุรกิจประกันภัยอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากมูลค่าแบตเตอรี่สูง ส่งผลให้ต้นทุนการซ่อมแซมเมื่อเกิดความเสียหายสูงกว่ารถทั่วไป ด้านราคาตลาดมีความผันผวน ส่งผลต่อการกำหนดทุนประกันและเบี้ยประกัน รวมถึงความเสี่ยงจากน้ำท่วม ถึงแม้ประกันภัยชั้น 1 จะครอบคลุม แต่เงื่อนไขการซ่อมและค่าใช้จ่ายอาจแตกต่างจากรถเครื่องยนต์สันดาป

“สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการเลือกกรมธรรม์ที่เบี้ยถูกที่สุด แต่ต้องพิจารณา เงื่อนไขความคุ้มครอง ให้ตรงกับความเสี่ยงที่เผชิญ เช่น ผู้ที่อาศัยในพื้นที่น้ำท่วมบ่อยควรเลือกกรมธรรม์ที่ครอบคลุมภัยดังกล่าว หรือหากขับขี่ EV ต้องตรวจสอบเงื่อนไขเกี่ยวกับแบตเตอรี่โดยละเอียดด้วย”

รุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า

นายนิโคลาส ฟาเกต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทรู้ใจ เปิดเผยว่า ท่ามกลางกระแสความนิยมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ประเด็นสำคัญที่ผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มตระหนัก ไม่ได้มีเพียงเรื่อง สมรรถนะของแบตเตอรี่ หรือ รุ่นรถที่เลือกซื้อ อีกต่อไป แต่คือ ความคุ้มครองด้านประกันภัย ที่ต้องครอบคลุมความเสี่ยงรอบด้าน โดยเฉพาะเมื่อฤดูฝนมาถึง ดังนั้น รู้ใจ จึงได้นำเสนอ ประกันรถยนต์ไฟฟ้าชั้น 1 เพื่อรองรับความเสี่ยงเฉพาะของ EV กับ 4 ความคุ้มครอง ดังนี้

  • คุ้มครองภัยน้ำท่วมและฤดูฝน ครอบคลุมความเสียหายจากน้ำท่วม ถนนลื่น ทัศนวิสัยแย่ รวมถึงผลกระทบต่อระบบเบรก เซ็นเซอร์ และชุดควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เช่น เปลี่ยนยางนอกสถานที่ บริการลากรถไปอู่หรือจุดชาร์จ และซ่อมเบื้องต้น ณ จุดเกิดเหตุ
  • ความคุ้มครองเครื่องชาร์จติดผนัง (Wall Charger) เพราะต้นทุนในการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้านสูงถึงหลักแสนบาท รู้ใจจึงเพิ่มความคุ้มครอง Wall Charger จากความเสียหายขณะชาร์จรถด้วย
  • คุ้มครองแบตเตอรี่สูงสุด 100% เพราะแบตเตอรี่ซึ่งเป็นหัวใจและชิ้นส่วนที่แพงที่สุดของรถ EV ได้รับความคุ้มครองเต็ม 100% สำหรับรถอายุไม่เกิน 1 ปี และลดลงตามอายุรถเหลือ 50% สำหรับรถ 5 ปี พร้อมครอบคลุมความเสียหายจากอุบัติเหตุ ไฟไหม้ น้ำท่วม ภัยธรรมชาติ และการโจรกรรม
  • รับประกันงานซ่อมนาน 12 เดือน โดยผู้ถือกรมธรรม์สามารถเข้ารับบริการจากศูนย์ซ่อม EV ในเครือทั่วประเทศ โดยมีช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมการรับประกันคุณภาพงานซ่อมยาวนานถึง 12 เดือน

“สำหรับประกันรถยนต์ไฟฟ้าชั้น 1 เป็นการทำประกันภัยดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยลูกค้าสามารถซื้อและปรับแต่งกรมธรรม์ได้ออนไลน์ 24 ชั่วโมง พร้อมฟีเจอร์ VDO Claim ที่ให้ลูกค้าแจ้งเคลมผ่านแอปโดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ ลดขั้นตอนยุ่งยากและเพิ่มความรวดเร็ว”

นายนิโคลาสกล่าวว่า การรุกตลาดประกันรถยนต์ไฟฟ้าของรู้ใจในครั้งนี้ ถือเป็นการวางหมากล่วงหน้าเพื่อจับกลุ่มผู้ใช้ EV ที่คาดว่าจะขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยการออกแบบกรมธรรม์ที่ครอบคลุม ทั้งตัวรถ แบตเตอรี่ เครื่องชาร์จ และบริการซ่อม นับเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการประกันภัยรถยนต์ในไทย ซึ่งจะช่วยผลักดันการแข่งขันและยกระดับความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าเร็วขึ้น

“รู้ใจยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อทำให้ประกันภัยก้าวไปไกลกว่าแค่การคุ้มครอง แต่ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าใจพฤติกรรมและลดความเสี่ยงในการใช้รถอย่างยั่งยืน เพราะประกันไม่ใช่แค่เรื่องของความคุ้มครอง แต่คือเรื่องของการป้องกัน เพราะอนาคตของประกันภัยจะไม่ใช่แค่การจ่ายค่าสินไหม แต่คือการป้องกัน รู้ใจมุ่งมั่นทำให้นวัตกรรมประกันภัยตอบโจทย์จริง เรียบง่าย และส่งเสริมพฤติกรรมขับขี่ปลอดภัยทั่วประเทศ”

เช็กลิสต์หน้าฝน ประกันภัยรถยนต์ประเภทไหนคุ้มครองน้ำท่วม

ใครที่มีรถยนต์คงจะทราบกันดีกว่าประกันภัยที่รถทุกคนต้องมีคือประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. ไม่ว่าจะเป็นรถเก่าหรือรถใหม่ แต่ถ้าดูแล้ว พ.ร.บ.คุ้มครองไม่พอแน่ สามารถทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจเพิ่มเพื่อรับคุ้มครองที่ครอบคลุมความเสี่ยงมากกว่า โดยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่ควรมีไว้ ได้แก่

1. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองครอบคลุมที่สุด ทั้งตัวรถและคู่กรณี ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายจาก อุบัติเหตุทุกกรณี หรือรถชนรถ คุ้มครองน้ำท่วม รถจมน้ำ ซึ่งพบได้บ่อยในฤดูฝน และบางบริษัทอาจจะมีบริการรถลาก-รถยก และซ่อมอู่/ศูนย์ ด้วย โดยแบบประกันนี้เหมาะสำหรับ รถใหม่ รถที่ใช้งานประจำทุกวัน หรือผู้ที่ต้องการความสบายใจสูงสุด

2. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ โดยชั้น 2+ จะให้ คุ้มครองรถหาย ไฟไหม้ และรถชนกับยานพาหนะทางบก ส่วนชั้น 3+ คุ้มครองเมื่อชนกับรถยนต์คันอื่น (แต่ไม่คุ้มครองกรณีรถหาย/ไฟไหม้) โดยทั้งสองแบบคุ้มครอง ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของคู่กรณี ซึ่งเบี้ยถูกกว่าชั้น 1 มาก แต่ยังครอบคลุมอุบัติเหตุบนถนนลื่นช่วงฝน เหมาะสำหรับ รถที่ใช้งานมาหลายปี หรือเจ้าของรถที่ต้องการประหยัดค่าเบี้ย

3. ประกันเสริม/เพิ่มเติมที่ควรมีในหน้าฝน คุ้มครองน้ำท่วมโดยเฉพาะ (บางบริษัทมีแผนเสริม) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (รถเสียกลางฝน, รถสตาร์ตไม่ติด) คุ้มครองกระจกแตก จากอุบัติเหตุบนถนนเปียก เป็นต้น

ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนกันยายน 2568 ฉบับที่ 521 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี่ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...