โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดร.เศรษฐพุฒิ ผู้ว่าธปท. ตอบประเด็นร้อนก่อนพ้นตำแหน่ง เงินบาทแข็งค่า-ปราบบัญชีม้า-อนาคตเศรษฐกิจไทย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 ก.ย 2568 เวลา 21.09 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2568 เวลา 13.13 น.

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2568 ดร. เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ปรากฏตัวในงาน ผู้ว่าการพบสื่อมวลชน (Meet the Press) ครั้งที่ 2 ของปี 2568 โดยเป็นการพบประสื่อมวลชนครั้งสุดท้ายก่อนจะสิ้นสุดวาระ ผู้ว่าธปท. ในวันที่ 30 ก.ย.2568 ได้ตอบคำถามในประเด็นต่างๆ ทั้งเงินบาทแข็งค่า มาตรการปราบปรามบัญชีม้า พร้อมฝากเรื่องที่ประเทศไทยควรทำเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว

  • ไม่นิ่งนอนใจเงินบาทแข็งค่า หารือเก็บภาษี-ใช้ดอลลาร์ซื้อทอง

ดร.เศรษฐพุฒิ กล่าวถึง สถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากและเป็นการแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นเรื่องที่ธปท. ไม่ได้อยากเห็น โดยสาเหตุที่เงินบาทแข็งค่าส่วนหนึ่งมาจาก

1.เงินดอลลาร์ฯ ที่อ่อนค่าลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับพื้นฐาน เนื่องจากมาตรการภาษีที่ออกมาต้องทำให้เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นแต่กลับอ่อนค่าลง

2.ทองคำ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เงินบาทแข็งค่ามากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน โดยความสัมพันธ์ระหว่างเงินบาทกับทองคำอยู่ที่ 0.7% ดังนั้นเมื่อราคาทองคำปรับตัวขึ้นจึงทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ธปท. ไม่ได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการดูแลค่าเงิน เช่น การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างไรก็ตามการลดอัตราดอกเบี้ยนโนบายไม่ได้ส่งผลต่อค่าเงินชัดเจนมากนัก นอกจากนี้ธปท. ยังได้เข้าไปลดความผันผวนของค่าเงินเพื่อไม่ให้ค่าเงินเคลื่อนไหวเร็วและแรงจนเกินไปจนส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออก

“ดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านแต่ค่าเงินบาทก็ค่อนข้างแข็งเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน“

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2568 ธปท. ได้หารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องในแวดวงทองคำถึงวิธีลดผลกระทบของการซื้อขายทองต่อค่าเงินบาท โดยได้หารือกันใน 2 มาตรการได้แก่ 1.การเก็บภาษีทองคำ 2.การสนับสนุนให้ซื้อขายทองคำผ่านเงินดอลลาร์ฯ

“ย้ำว่า 2 มาตรการนี้อยู่ในขั้นตอนของการหารือเท่านั้น โดยยังต้องมีการหารือกับอีกหลายภาคส่วน”

“สำหรับกรณีที่มีการส่งออกทองไปกัมพูชามากผิดปกติ การส่งออกทองคำทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างไรก็ตามไม่สามารถตอบได้ว่าเกี่ยวโยงกับธุรกิจสีเทาหรือไม่แต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลและธปท. ให้ความสำคัญ

ส่วนกรณีความเป็นห่วงเรื่องเงินสีเทาหรือเงินของธุรกิจผิดกฎหมายที่มากระทบต่อค่าเงินบาท ดร. เศรษฐพุฒิ เปิดเผยว่า ธุรกรรมที่ออกมาเป็นดุลการชำระเงินมีทั้งหมด 12.4 พันล้านดอลลาร์ฯ อย่างไรก็ตามมีตัวเลขที่เป็น Error and Omissions ค่อนข้างมากโดยมาจากหลายที่ทั้งคริปโทฯ การส่งออก นำเข้า ซึ่งหากตัวเลขนี้มีความชัดเจนขึ้นจึงจะระบุได้ว่ามาจากสิ่งที่หลายฝ่ายกังวลหรือไม่

  • ขออภัยคนสุจริต จากมาตรการปราบบัญชีม้า

ดร. เศรษฐพุฒิ ยังได้กล่าวว่า กรณีที่ประชาชนถอนเงินจากธนาคารเนื่องจากความกังวลจากมาตรการปราบปรามบัญชีม้าที่ ปัจจุบันภาพรวมสถาบันการเงินยังมีสภาพคล่องและไม่มีปัญหาเรื่องเงินฝากแม้ธนาคารบางสาขาจะมีการใช้เงินสดมากขึ้น แต่ยืนยันว่าว่าไม่ใช่ Bank Run

“เราเข้าใจว่าประชาชนทำมาค้าขายหาเงินมาไม่ได้ง่ายและต้องนำเงินไปหมุนไปใช้ เมื่อธุรกรรมถูกระงับก็เดือดร้อน ต้องขออภัยที่สร้างความลำบากให้กับคนที่สุจริต แต่อีกด้านก็ต้องขอให้เข้าใจหัวอกของคนที่โดนมิจฉาชีพหลอกด้วย บางคนอาจเก็บไว้เพื่อเกษียณแล้วถูกหลอกเอาเงินไปจนหมด ซึ่งถ้าเทียบกันแล้วอาจจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักกว่า เรื่องมิจฉาชีพเป็นปัญหาใหญ่ หากปล่อยไว้และไม่จัดการจะสร้างผลข้างเคียงสูง”

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ธปท. ปลดล็อคระยะเวลาในการขอระงับธุรกรรมให้เร็วขึ้น โดยให้ทำเสร็จภายใน 4 ชั่วโมงหรือช้าสุดอาจภายใน 1 วัน ให้ประชาชนสามารถชี้แจงเพื่อขอปลดล็อกได้

[caption id="attachment_197542" align="aligncenter" width="1000"]

Meet the Press

ดร. เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ในงาน ผู้ว่าการพบสื่อมวลชน (Meet the Press) ครั้งที่ 2 ของปี 2568[/caption]

  • รัฐบาลไม่ควรทำแค่มาตรการระยะสั้น

ดร. เศรษฐพุฒิ กล่าวถึง การดำเนินนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาตามเงื่อนไขการยุบสภาฯ ใน 4 เดือน การดำเนินนโยบายการคลังไม่ว่าจะในระยะสั้น ระยะกลาง หรือระยะยาว ต้องสอดคล้องกับเสถียรภาพการคลังในระยะปานกลางและยาว เพื่อรักษาฐานะทางการคลังด้วย

ที่ผ่านมารัฐบาลทุกยุคทุกสมัยมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาสารพัด แต่มาตรการในลักษณะกระตุ้นช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ในระยะสั้นเท่านั้น สิ่งที่เราควรทำการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพราะเป็นเรื่องที่จะเพิ่มศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยได้ในระยะยาว ซึ่งมองว่าเป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นเพราะจะทำให้คนรู้ว่ารัฐบาลใส่ใจเรื่องระยะยาวด้วย

สำหรับมาตรการคนละครึ่ง สามารถดำเนินการได้แต่ต้องคำนึงถึงเสถียรภาพการคลัง โดยการทำมาตรการขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบที่จะดำเนินการซึ่งหากเป็นมาตรการขนาดใหญ่ ใช้เงินมาก รัฐบาลก็ต้องมีวิธีให้ตลาด สาธารณชน บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือของเครดิตประเทศ และทำให้เห็นว่าภาพการคลังระยะปานกลางของไทยยังดีอยู่ต่อเนื่อง เช่น ต้องมีแผนการหารายได้ที่ชัดเจน เช่น การจัดเก็บภาษี (VAT)

“ข้อเสียของการทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจคือทำให้คนเคยชินกับนโยบายเหล่านี้ เห็นได้จากที่ผ่านมามีแม้วิกฤตจบแล้วแต่มาตรการก็ยังคงอยู่ เช่น ปี 2540 วิกฤตต้มยำกุ้งไทยได้ลดภาษี VAT ชั่วคราวจาก 10% เหลือ 7% โดยระบุว่าจะทำเพียง 2 ปี แต่ขณะนี้ปี 2568 มาตรการนี้ก็ยังอยู่”

  • เปิด 3 เรื่องที่ไทยควรทำ เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว

ดร. เศรษฐพุฒิ กล่าวว่า สำหรับสิ่งที่ประเทศไทยควรทำเพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า ได้แก่

1.ภาครัฐ โดยปัจจุบันเสถียรภาพการคลังของไทยไม่ได้แข็งแรงเท่าในอดีต โดยรายได้รัฐบาลโตไม่ทันรายจ่ายที่เร่งขึ้น หากดูข้อมูลจากปีงบประมาณ 2562-2567 พบว่ารายได้รัฐบาลเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 1.7% ขณะที่รายจ่ายรัฐบาลเติบโตเฉลี่ย 4% ต่อปี ซึ่งหากประเทศไทยไม่เร่งฟื้นฟูฐานะการคลังเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลเสีย (Downside risk) ต่อเศรษฐกิจ อาจมีความเสี่ยงที่จะถูกลดอันดับเรตติ้ง(Credit Rating) ของประเทศได้

"เรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษคือฝั่งการคลัง การบ้านของผู้ที่จะเข้ามารับหน้าที่ต้องดูแลเรื่องเสถียรภาพทางการคลัง ไม่เถียงว่าจำเป็นต้องกระตุ้นแต่ลูกกระสุนที่มีอยู่ในฝั่งการคลังมีจำกัด หากใช้นานไปก็เสี่ยงที่ประเทศจะถูกดาวน์เกรด เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ"

อย่างไรก็ดีเรื่องการฟื้นฟูฐานะการคลังของประเทศอาจไม่จำเป็นต้องปรับเดี๋ยวนี้ วันนี้ แต่ต้องแสดงให้เห็นภาพที่ชัดเจนและสร้างความมั่นใจได้ว่าจะมีการปรับตัวเพื่อนำไปสู่การมีเสถียรภาพการคลังที่สมดุล

2.ภาคการเงิน เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของกลุ่มรายย่อย เพื่อช่วยในการปรับตัว เช่น สนับสนุนกลไกค้ำประกันเครดิตให้ยืดหยุ่นขึ้นโดยอาจปรับกลไกของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ให้มีประสิทธิภาพมากกขึ้น รวมถึงผลักดันกลไกกำหนดดอกเบี้ยที่สมดุลกับความเสี่ยงของผู้กู้ (risk based pricing) และสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินโดยยกระดับมาตรการจัดการภัยการเงินควบคู่กับสนับสนุนนวัตกรรมที่รับผิดชอบ

3.ภาคเอกชน เน้นสร้างแรงจูงใจให้เอกชนปรับตัวและเพื่อผลิตภาพระยะยาว เพื่อลดอุปสรรคในการทำงานดำเนินธุรกิจ

“ความสำคัญของนโยบายต่างๆ คือการนำไปปฏิบัติจริง โดยในช่วง 5 ปีที่อยู่ในตำแหน่งผู้ว่าธปท. เจอนายกรัฐมนตรี 4 ท่านทำให้ความต่อเนื่องในนโยบายหายไป ดังนั้นตอนนี้ได้มีการออกแนวทางดำเนินการเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน หรือ Reinvent Thailand ไว้เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบาย เป็นเหมือนหางเสือที่เอาไว้นำทางไม่ว่าใครจะเข้ามาหลังจากนี้ก็ดำเนินการต่อได้”

  • ย้ำ “อิสระของธนาคารกลาง” เป็นเรื่องที่ดี

ดร. เศรษฐพุฒิ กล่าวถึง กรณีการแทรกแซงการทำงานของธนาคารกลางในต่างประเทศ ว่า นักเศรษฐศาสตร์ทุกคนเชื่อเหมือนกันว่าประเทศควรมีธนาคารกลางที่มีความเป็นอิสระและทำงานได้ตามหน้าที่เป็นสิ่งที่ประวัติศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าเป็นเรื่องที่ดีและหากทำลายความเป็นอิสระของธนาคารกลางจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้

“เราเห็นหลายประเทศที่ธนาคารกลางถูกแทรกแซงจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้ เช่น ปัญหาความเชื่อมั่นที่เราควรใส่ใจให้มากและใช้เวลานานกว่าจะสะสมมาได้ ดังนั้นเรื่องนี้เป็นบทเรียนที่เราได้มาจากนานาประเทศที่เราไม่ควรลืม” (เพิ่มเติม…)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...