โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TREND TALK : CENTEL

ทันหุ้น

อัพเดต 18 ส.ค. 2568 เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2568 เวลา 23.25 น.

#CENTEL #ทันหุ้น – ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานปรับตัวลดลงต่อเนื่องไปทดสอบแนวรับที่ 1,250 หลังจากปรับตัวลดลงไปเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ 1,270 ทำให้แนวโน้มหลักยังมีโอกาสปรับตัวลดลงต่อเนื่องไปทดสอบแนวรับที่ 1,230 โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 1,270

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจวันนี้ คือ CENTEL หรือ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)

ดำเนินธุรกิจแบ่งเป็น 2 ธุรกิจ คือ 1. ธุรกิจโรงแรม ในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้แบรนด์ของตนเอง รวมถึงธุรกิจรับจ้างบริหารโรงแรมภายใต้สัญญาบริหารโรงแรม 2. ธุรกิจอาหารในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ของตนเอง

CENTEL รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/68 บริษัทมีกำไรสุทธิ 110.34 ล้านบาท ลดลง 34.13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไร 167.52 ล้านบาท

โดยผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/68 ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เป็นไปตามฤดูกาลท่องเที่ยวปกติ โดยบริษัทมีรายได้รวม 5,828 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสัดส่วนของรายได้จากธุรกิจโรงแรมต่อรายได้ธุรกิจอาหารอยู่ที่ 43% : 57%

ทั้งนี้บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ (EBIT) 472 ล้านบาท ลดลง 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้เป็นผลจากการขาดทุนของโรงแรมเซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์ และโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์ เป็นหลัก

ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 68 บริษัทมีโรงแรมภายใต้การบริหารงานทั้งสิ้น 85 โรงแรม หรือ 18,823 ห้อง แบ่งเป็นโรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้ว 53 ห้อง หรือ 11,283 ห้อง และเป็นโรงแรมที่กำลังพัฒนา 32 โรงแรม หรือ 7,540 ห้อง โดย 53 โรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้วนั้น 22 โรงแรม เป็นโรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของและ 31 โรงแรม เป็นโรงแรมที่อยู่ภายใต้สัญญาบริหาร

อย่างไรก็ตาม ไตรมาส 2/68 ที่ผ่านมา รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยของโรมแรมทั้งหมด (RevPar) อยู่ที่ 3,692 บาท ลดลง 27% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลจากราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR) ลดลง 16% และอัตราการเข้าพัก (OCC) ลดลง 77% เป็น 66% ซึ่งเป็นการลดลงตามฤดูกาลท่องเที่ยว รวมถึงผลสืบเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ ประกอบกับการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีน

เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ภาพรวมรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยของโรงแรมทั้งหมด (RevPar) ในไตรมาส 2/68 อยู่ระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR) เติบโตเพิ่มขึ้น 7% ส่วน OEE ลดลงมาอยู่ที่ 66% สาเหตุหลักจากผลประกอบการของโรงแรมในกรุงเทพ และโรงแรมในมัลดีฟส์ ซึ่งมีผลการดำเนินงานของ 2 โรงแรมเดิมในมัลดีฟส์อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/68 ธุรกิจโรงแรมมีรายได้รวม 2,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 131 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเติบโตของผลการดำเนินงานของโรงแรมที่ญี่ปุ่นการกลับมาเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบหลังการปรับปรุงใหญ่ของโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา และโรงแรมเซ็นทารา กะรน ภูเก็ต รวมถึงมีรายได้ส่วนเพิ่มจาก 2 โรงแรมใหม่ที่มัลดีฟส์ เป็นสำคัญ

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/68 รายได้จากธุรกิจอาหารรวม 3,298 ล้านบาท หรือ ลดลง 3% โดยบริษัทมีอัตราการเติบโตจากยอดขายสาขาเดิม ไม่รวมแบรนด์ร่วมทุนและแบรนด์ เดอะ เทอเรส ที่รับบริหาร ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ลดลง 3% และภาพรวมอัตราการเติบโตจากยอดขายรวม ไม่รวมแบรนด์ร่วมทุนและแบรนด์เดอะ เทอเรสที่รับบริหาร อยู่ที่ลดลง 3% ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสาเหตุหลักมาจากผลประกอบการของแบรนด์ เค เอฟ ซี และมิสเตอร์ โดนัท ที่อ่อนตัวลง ทั้งนี้แบรนด์ ที่มีการเติบโตของรายได้เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนได้แก่แบรนด์ โอโตยะ และคัตซึยะ

ณ สิ้นไตรมาส 2/68 บริษัทมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 1,412 สาขา เนื่องจากมีการเปลี่ยนวิธีการนับสาขา โดยนับสาขาแบรนด์อาริกาโตะ ที่ตั้งอยู่ในแบรนด์ มิสเตอร์โดนัท เป็น 1 สาขา จากเดิมนับเป็น 2 สาขา หากนับจำนวนสาขาภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว จำนวนสาขาในไตรมาส 2/68 เพิ่มขึ้นสุทธิ 9 สาขา เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่งวด 6 เดือน มีกำไรสุทธิ 858.18 ล้านบาท ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 922.83 ล้านบาท โดยบริษัทมีรายได้รวม 12,580 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสัดส่วนของรายได้จากธุรกิจโรงแรมต่อรายได้จากธุรกิจอาหารอยู่ที่ 48% : 52% โดยธุรกิจโรงแรมมีรายได้รวม 6,089 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 451 ล้านบาท หรือ 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับกลุ่มธุรกิจอาหารในช่วง 6 เดือนแรก มีรายได้รวม 6,491 ล้านบาท ลดลง 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทมียอดขายของสาขาเดิม ไม่รวมแบรนด์ร่วมทุนและแบรนด์ เดอะ เทอเรส ที่รับบริหารลดลง 1% ขณะที่ภาพรวมยอดขายรวม ไม่รวมแบรนด์ร่วมทุน และแบรนด์เดอะ เทอเรสที่รับบริหาร ทรงตัวเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ภาพรวมในปีนี้ คาดอัตราการเข้าพักเฉลี่ย รวมโรงแรมร่วมทุน จะอยู่ที่ 69-73% รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPar) อยู่ที่ 4,300-4,600 ล้านบาท และรายได้รวมโรงแรมร่วมทุน คาดว่าจะเติบโตประมาณ 12-15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ธุรกิจอาหารในปีนี้ บริษัทประมาณการอัตราการเติบโตจากสาขาเดิม (SSS) ไม่รวมกิจการร่วมค้า อยู่ที่ 1-2% จากปีก่อน และอัตราการเติบโตยอดขายรวมทุกสาขา (TSS) จะอยู่ที่ 3-5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สำหรับการขยายสาขา ณ สิ้นปีนี้ คาดว่าจำนวนสาขาจะเพิ่มขึ้นประมาณ 4-5% จากสิ้นปี 67 จากการมุ่งเน้นการขยายสาขาในแบรนด์ที่มีอัตราทำกำไรสูงเป็นหลัก

ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณฟื้นตัวทางเทคนิคที่แนวรับของกรอบแนวโน้มขาลงที่ 20.00 กลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 29.00 ก่อนที่จะปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับที่ 25.50 ทำให้แนวโน้มของราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับที่ 24.00 โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 29.50

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...