โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบสแกมเมอร์ระดับโลก ฉ้อโกงคริปโท-บัตรเครดิต เฉียด 2 หมื่นล้าน

อีจัน

อัพเดต 03 ต.ค. 2568 เวลา 12.09 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2568 เวลา 05.09 น. • อีจัน

ปฏิบัติการจับกุมครั้งใหญ่!!!

รวบหนุ่มชาวโปรตุเกส สแกมเมอร์ระดับโลก

คดีฉ้อโกงคริปโท-บัตรเครดิต เฉียด 2 หมื่นล้านบาท

เป็นที่ต้องการตัวในหลายประเทศ ทั้งในยุโรปและเอเชีย

โดยปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ชุดสืบสวนจากกองบังคับการ ตรวจคนเข้าเมือง 1 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับทราบข้อมูลจากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศซึ่งได้พบและจดจำตำหนิรูปพรรณได้ นับเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปี ของนักต้มตุ๋นชื่อดังชาวโปรตุเกส

ขณะที่ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศของสำนักพิมพ์ท้องถิ่นโปรตุเกส มีรายงานว่า ได้เข้ามาในกบดานในประเทศไทย โดยผิดกฎหมาย และน่าจะได้ก่อคดีฉ้อโกงทรัพย์และเป็นบุคคลที่มีหมายจับในประเทศไทยด้วย

หลังจาก สตม.ได้ข้อมูลดังกล่าว “บิ๊กปู” พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้สั่งการมอบหมายให้ พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ควบคุมอำนวยการปฏิบัติการให้เป็นไปอย่างรัดกุม และให้ระดมสรรพกำลังทีมนักสืบในการติดตามจับกุม โดยได้มอบหมายให้กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่เมืองหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ปฏิญญา จีรชนาสิน รอง ผบก.ตม.๑ ,พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 เป็นหัวหอกในปฏิบัติการ

โดยทีมสืบสวนเริ่มต่อจิ๊กซอว์ด้วยการนำภาพใบหน้าของเป้าหมายที่สื่อโปรตุเกสมีการตีข่าวอย่างใหญ่โต มาเปรียบเทียบในระบบไบโอเมตริกซ์ จนสามารถยืนยันตัว บุคคลต่างด้าวเป้าหมายได้ว่าคือนาย คาร์ลอส ลาโปโซ่ (Carlos Laposo) อายุ 39 ปี เกิดที่เมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส

จากการตรวจสอบข้อมูลด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พบว่าเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตั้งแต่ปี พ.ศ.2566 ในฐานะนักท่องเที่ยว ก่อนจะก่อคดีฉ้อโกงโดยหลอกลงทุนบิตคอยน์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท แต่จากการตรวจสอบพบว่าคดีดังกล่าวได้มีการถอนหมายจับออกจากระบบ ก่อนที่ต่อมา นาย คาร์ลอส ลาโปโซ่ ได้หนีไปหลบซ่อนตัวในพื้นที่ภาคใต้และหายตัวไปจากสารบบ ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไม่มีการขอต่อวีซ่า หรือแจ้งที่พักอาศัย เป็นเวลาเกือบ 2 ปี

จนกระทั่ง วานนี้ (2 ต.ค.68) ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 ได้รับเบาะแสสำคัญเนื่องจากมีชาวโปรตุเกสซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวอ้างว่าได้พบตัวนักต้มตุ๋นรายนี้ กลางกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงรีบลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดหลายจุดในบริเวณที่มีการอ้างถึง

จนกระทั่งพบจุดสุดท้ายพบบริเวณ ถ.พระราม 1 ใกล้กับห้างสรรพสินค้าชื่อดัง จึงได้นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนกว่า 10 นาย แฝงตัวลงพื้นที่ค้นหาในห้างสรรพสินค้า

กระทั่งเวลาประมาณ 15.00 น. กว่า 5 ชั่วโมงนับจากได้เบาะแส ความพยายามของชุดสืบสวนก็เป็นผล เมื่อหนึ่งในเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบพบชายชาวต่างชาติตำหนิรูปพรรณตรงกับเป้าหมายกำลังยืนโทรศัพท์อยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จึงส่งสัญญาณให้ทีมสืบสวนเข้าแสดงตัว โดยแสดงบัตรเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดู พร้อมทั้งขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง พบการตรวจลงตราครั้งสุดท้ายคือเมื่อปี 2566

เบื้องต้นเจ้าตัวรับว่าอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดจริง เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” จับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจสอบประสานฐานข้อมูลตำรวจสากล พบประวัติก่อคดีต้มตุ๋นมาแล้วทั้งในประเทศโปรตุเกสเอง ในยุโรป ก่อนจะหลบหนีมาที่ฟิลิปปินส์ และมาจนมุมที่ประเทศไทย มูลค่าความเสียหายรวมตามที่ผู้สื่อข่าวโปรตุเกสรายงานยอดเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารในสวิสเซอร์แลนด์กว่า 500 ล้านยูโร ราว 19,028 ล้านบาท

โดยรูปแบบแผนประทุษกรรม มีทั้งฉ้อโกงโดยหลอกลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี่ และฉ้อโกงบัตรเครดิต ปลอมแปลงหนังสือเดินทาง

อย่างไรก็ตาม นาย คาร์ลอส ลาโปโซ่ (Carlos Laposo) จะถูกดำเนินคดีและบันทึกชื่อเป็นบุคคลต้องห้าม ก่อนจะถูกส่งกลับไปยังประเทศโปรตุเกส ตามกฎหมายคนเข้าเมืองต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...