โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิชาบัญชีวัด 101 เริ่ม 1 ต.ค.2568

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 07 ต.ค. 2568 เวลา 14.58 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2568 เวลา 17.50 น.

วิชาบัญชีวัด 101 เริ่มแล้ว! มหาเถรสมาคมออกกฎคุมเข้มการบริหารจัดการทรัพย์สิน – ฝาก – ถอน – เงินบริจาค พร้อมจัดบัญชีรายรับ-รายจ่ายรายเดือนส่งสำนักพุทธฯ ภายใน 20 ม.ค.ของทุกปี สั่งเจ้าคณะจังหวัดแจ้งเจ้าอาวาสวัดทั่วประเทศ 44,487 แห่ง ดำเนินการทันทีตั้งแต่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา – ไม่ทำมีความผิดฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการมีโทษตามกฎหมายสงฆ์

วัดคือศูนย์กลางจิตใจของคนไทย แต่วันนี้ความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มีต่อสถาบันพระพุทธศาสนา และคณะสงฆ์กำลังสั่นคลอน หลังจากที่มีข่าวเจ้าอาวาสวัดชื่อดัง และพระชั้นผู้ใหญ่หลายรูปไปพัวพันกับ “สีกา” รวมทั้งข้อหาในคดียักยอกเงินวัดคิดเป็นมูลค่าหลายร้อยล้านบาท เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนมหาเถรสมาคมออกมาตรการคุ้มเข้มการบริหารจัดการศาสนสมบัติให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เสนอ โดยกำหนดให้เจ้าอาวาสวัดทั่วประเทศ 44,487 แห่ง ปฏิบัติตามมติมหาเถรสมาคมที่ 495/2568 เรื่องแนวปฏิบัติในการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร การเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของวัด และแนวทางการจัดทำบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่าย รายงานเงินคงเหลือของวัด หรือ ระบบบัญชีมาตรฐานของวัด มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป หากเจ้าอาวาสวัดไหนไม่ปฏิบัติตามมติมหาเถรสมาคมฉบับนี้ อาจมีความผิดฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ และมีโทษ

แม้ในอดีตจะมีพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และกฎกระทรวงการดูแลรักษาและจัดการศาสนสมบัติ พ.ศ. 2564ซึ่งเป็นกฎหมายหลักในการกำกับดูแลทรัพย์สินและระบบการบริหารการเงินของวัดแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีข้อบังคับที่ชัดเจน เช่น กฎกระทรวงฯกำหนดให้วัดถือเงินสดได้ไม่เกิน 100,000 บาท และถ้าเกิน 100,000 บาท ต้องนำเงินในนามของวัด หรือ วิธีอื่นใดตามที่มหาเถรสมาคมกำหนด ปรากฏตามที่เป็นข่าวนั้นมีการนำเงินของวัดไปเข้าบัญชีบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แล้วก็โอนเงินผ่าน Mobile Banking หลายครั้ง ครั้งละหลายล้านบาทไปเข้าบัญชีของสีกา ทั้งนี้ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้ระบุวิธีการถอนเงินเอาไว้อย่างชัดเจนไม่ได้ห้ามโอนเงินผ่านมือถือ นอกจากนี้ผู้มีอำนาจลงนามเบิกถอนเงิน หรือ สั่งจ่ายเช็ค ส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าอาวาส หรือ เจ้าหน้าที่ของวัดเพียงคนเดียว ทำให้ขาดการถ่วงดุล และมีความเสี่ยงต่อการทุจริต ขณะที่การจัดทำบัญชีรายรับ – บัญชีรายจ่ายของวัด ส่วนใหญ่ยังไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งตามกฎกระทรวง ฯ ข้อ 8 กำหนดผู้รับผิดชอบหลักในการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัด คือ เจ้าอาวาสของวัด ทำหน้าที่แต่งตั้ง “ไวยาวัจกร” หรือ “ผู้จัดประโยชน์ของวัด” จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัด และยอดเงินคงเหลือ ส่งให้เจ้าอาวาสตรวจสอบภายในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี อีกทั้งการรับเงินบริจาค ค่าเช่าที่ดินของวัด ค่าผลประโยชน์ต่าง ๆ โดยเฉพาะการออกใบเสร็จรับเงินค่าผลประโยชน์ และใบอนุโมทนาบัตรรับเงินบริจาค ยังไม่มีระบบตรวจสอบที่เข้มงวด อาจกลายเป็นช่องว่างที่ทำให้เกิดการทุจริตได้ง่าย

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของวัดและวงการพระสงฆ์ เมื่อกองส่งเสริมการจัดการศาสนสมบัติของวัด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทำเรื่องเสนอที่ประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 16/2568 มีมติเห็นชอบแนวปฏิบัติการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร การเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด และแนวทางการจัดทำบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่าย รายงานเงินคงเหลือของวัด หรือ ระบบบัญชีมาตรฐานของวัด โดยอ้างถึงตามกฎกระทรวงการดูแลรักษาและจัดการศาสนสมบัติของวัด พ.ศ. 2564 และมติมหาเถรสมาคมที่ 399/2568 เรื่อง ข้อปรารถการบริหารศาสนสมบัติตามพระธรรมวินัย และ พ.ร.บ.สงฆ์ ฯ และมติมหาเถรสมาคมที่ 402/2568 เรื่อง นโยบายคณะสงฆ์ในการบริหารศาสนสมบัติ ตามพระธรรมวินัย และพ.ร.บ.สงฆ์ ฯ ออกมาตรการมากำกับดูแลการบริหารจัดการด้านการเงินของวัดอย่างละเอียดดังนี้

  • การเปิดบัญชีเงินฝากของวัด ตามกฎใหม่จะต้องเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในเขตจังหวัดที่วัดตั้งอยู่เท่านั้น วัดจะไปเปิดบัญชีเงินฝากในจังหวัดอื่นๆ หรือ เปิดบัญชีเงินฝากในต่างประเทศไม่ได้แล้ว และที่สำคัญการเปิดบัญชีกับธนาคาร ต้องใช้ชื่อบัญชีว่า “เงินของวัด…..” หรือ “วัด…..” เท่านั้น ห้ามมีชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งต่อท้ายชื่อวัด
  • การเบิกถอนเงิน หรือ สั่งจ่ายเช็ค ต้องระบุชื่อผู้มีอำนาจลงนามอย่างน้อย 3 รูป/คน ประกอบด้วย 1. เจ้าอาวาสที่ได้รับการแต่งตั้งตามกฎหมายสงฆ์ 2. ไวยาวัจกรที่ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าอาวาส 3. บุคคลที่เจ้าอาวาสเห็นสมควร
  • เงื่อนไขการถอนเงิน หรือ สั่งจ่ายเช็ค ต้องมีผู้มีอำนาจลงนาม 2 ใน 3 และต้องมีเจ้าอาวาสลงนามถอนเงินสั่งจ่ายเช็คด้วยทุกครั้ง ทั้งนี้ ในการถอนเงินฝากธนาคารของวัด จะต้องใช้ใบถอนเงิน และสมุดบัญชีเงินฝากของธนาคารเท่านั้น จากนี้ไปก็จะใช้บัตร ATM บัตรเดบิต หรือ แอปฯธนาคารบนมือถือถอนเงินไม่ได้แล้ว

สำหรับการจัดทำบัญชีรายรับ – รายจ่ายของวัดนั้น ตามกฎใหม่ กำหนดให้ทุกวัดจัดทำบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่ายของวัด และบันทึกบัญชีทุกครั้งที่มีรายการรับและรายการจ่าย พร้อมให้สรุปยอดเป็นรายเดือน และรวบรวมบัญชีรายรับกับบัญชีรายจ่ายของวัด แยกเป็นรายเดือนรวม 12 เดือน (มกราคมถึงธันวาคม) ส่งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแล้วแต่กรณี ภายในวันที่ 20 มกราคมของปีถัดไป โดยให้เก็บสำเนาเอกสารไว้ที่วัดทุกฉบับ ส่วนเอกสารหลักฐานประกอบรายรับรายจ่ายให้เก็บไว้ที่วัด เพื่อรับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป

รวมทั้งให้วัดจัดทำรายงานยอดเงินคงเหลือของวัด ณ วันสุดท้ายของเดือน เป็นประจำทุกเดือน โดยให้รายงานทั้งเงินสด เช็ค และเงินฝากธนาคารที่เป็นบัญชีของวัดทุกบัญชีที่ชื่อบัญชีเป็นชื่อของวัด รวบรวมส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแล้วแต่กรณีภายในวันที่ 20 มกราคมของปีถัดไป โดยให้เก็บสำเนาเอกสารทุกฉบับไว้ที่วัดด้วย

นอกจากนี้ยังกำหนดให้วัดทุกวัดพิจารณาใช้ระบบบัญชีมาตรฐาน สำหรับวัดของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในการบันทึกบัญชีของวัด ซึ่งหากวัดไหนได้นำระบบบัญชีมาตรฐาน สำหรับวัดมาใช้ในการบันทึกบัญชีของวัดแล้ว ไม่ต้องดำเนินตามที่กล่าวข้างต้นอีก แต่ยังต้องรายงานบัญชีมาตรฐาน สำหรับวัดส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแล้วแต่กรณี ภายในวันที่ 20 มกราคมของปีถัดไป โดยสำเนาเอกสารทุกฉบับไว้ที่วัดด้วย ทั้งนี้ ในการจัดทำระบบบัญชีมาตรฐานสำหรับวัด ให้วัดพิจารณาได้ตามความเหมาะสมของวัด

กรณีวัดที่มีชื่ออยู่ในโครงการจัดทำบัญชีมาตรฐาน (สำหรับวัดนำร่อง) ให้จัดทำบัญชีระหว่างเดือนตุลาคม-มิถุนายนในปีถัดไป และนำส่งรายงานให้แก่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติภายในเดือนสิงหาคมของทุกปี

นอกจากนี้ในกฎใหม่ยังกำหนดให้วัดทุดวัด พิจารณาใช้ระบบบริจาคเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) มาใช้สำหรับรองรับข้อมูลการรับบริจาคตามความเหมาะสมของวัด โดยล่าสุดกรมสรรพากรได้ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การนำเงินบริจาคให้กับวัดมาหักลดหย่อนภาษีนั้น ต้องบริจาคเงินผ่านระบบ e-Donation ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ผู้บริจาคเงินจะไม่สามารถนำใบอนุโมทนาบัตรมาหักลดหย่อนภาษีได้อีกต่อไป

โดยกฎระเบียบฉบับใหม่ได้กำหนดให้เจ้าอาวาสต้องปฏิบัติตามมติมหาเถรสมาคมฉบับนี้ และให้เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์กำกับ กำชับ ติดตาม และดูแลเจ้าอาวาสในเขตปกครอง ให้บริหารศาสนสมบัติของวัด เพื่อให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย พระราชบัญญัติ กฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ มติ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป โดยที่ประชุมมหาเถรสมาคม มอบหมายให้สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ แจ้งให้เจ้าคณะจังหวัดทั้ง 2 นิกาย รับทราบและดำเนินการทันที หากเจ้าอาวาสไม่ปฏิบัติอาจมีความผิดฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการและมีโทษได้

แต่อย่างก็ตาม ในการแก้ปัญหาเรื่องการทุจริตเงินของวัด คงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จัดโครงการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการทำบัญชีแบบง่ายๆ ให้แก่เจ้าอาวาส และคณะกรรมการวัด และในอนาคต ต้องมีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลาง หรือ “Data Lake” เชื่อมโยงข้อมูลการรายรับ-รายจ่าย และการบริหารจัดการศาสนสมบัติของวัด ข้อมูลภาษีจากกรมสรรพากร และข้อมูลธุรกรรมทางการเงินของวัดจากธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ใช้เป็นฐานข้อมูลในตรวจสอบการเคลื่อนไหวทางการเงินของวัดได้แบบเรียลไทม์ รวมทั้งพัฒนาระบบ Audit ภายนอกโดยผู้ตรวจสอบอิสระ สร้างกลไกการมีส่วนร่วมของชุมชนในการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของวัด และประการสุดท้าย เสริมสร้างจิตสำนึก และคุณธรรมให้พระสงฆ์ผ่านหลักสูตรการศึกษาต่าง ๆ ทั้งนี้ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นและศรัทธาของพุทธศานิกชนที่มีต่อวงการพระสงฆ์ให้กลับคืนมาโดยเร็ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...