โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

DPU โชว์นวัตกรรมแพทย์แผนไทยบ่มเพาะนักศึกษาให้กล้าเรียนรู้

INN News

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 18.15 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 11.15 น. • INN News

วิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส DPU โชว์นวัตกรรมแพทย์แผนไทย–สมุนไพร–วิทยาศาสตร์สุขภาพ โรงเรียนนวมินทราชูทิศ บ่มเพาะนักศึกษาให้กล้าเรียนรู้

วิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยรศ.ดร.ภก.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณบดีวิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส และผู้เชี่ยวชาญสมุนไพรของสหประชาชาติ นำคณาจารย์และนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และปีที่ 4 รวมกว่า 50 คน ลงพื้นที่จัดนิทรรศการ “นวัตกรรมวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อการรักษาโรค การส่งเสริมสุขภาพ และความงาม : สมุนไพรไทย การแพทย์แผนไทย และวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง” ในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ประจำปีการศึกษา 2568 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ โรงเรียนนวมินทราชูทิศ กรุงเทพมหานคร โดยมีนักเรียนและคณะครูเข้าร่วมกว่า 1,200 คน ครอบคลุมตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1– ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

ดร.พท.คณิศร์ณิชา ชาญภา รองคณบดีฝ่ายการแพทย์แผนไทย วิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และผู้อำนวยการ DPU คลินิกการแพทย์แผนไทย เปิดเผยว่า กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงปฏิบัติให้นักเรียนได้เห็นและทดลองจริงผ่าน 4 บูธหลัก ได้แก่ บูธที่ 1. คลินิกเวชกรรมไทยพรีเมียม
จำลองคลินิกจริง ภายในงานเปิดให้บริการตรวจสุขภาพ วินิจฉัย และให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ ทั้งโรคทั่วไป โรคเรื้อรัง และอาการต่าง ๆ โดยทีมแพทย์แผนไทยและนักศึกษา บูธที่ 2. การนวดไทยตามแนวเส้นประธานสิบ
สาธิตการนวดเสริมความจำและบรรเทาอาการปวดเมื่อย สำหรับนักเรียน และครูพร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมการนวดที่เห็นผลอย่างรวดเร็ว

“ส่วนบูธที่ 3. นวัตกรรมสมุนไพรเพื่อเศรษฐกิจ แสดงถึงเทคโนโลยีสมุนไพรขั้นสูงที่นำมาพัฒนาสมุนไพรไทยที่ประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรม ประกอบด้วยเทคโนโลยีการสกัดให้ได้สารสกัดเข้มข้นมีคุณภาพสูง การควบคุมคุณภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นยา อาหารเสริม อาหารสุขภาพและเครื่องสำอาง เชิญชิมชาสมุนไพรชะลอวัยชนิดสกัดเข้มข้นจำนวน 8 ชนิด แสดงตัวอย่างสารสกัดสมุนไพรไทยหลากหลายชนิด เช่น อัญชัน หม่อน มะตูม และหญ้าดอกขาว พร้อมเปิดให้นักเรียนชิมชาสมุนไพรชะลอวัย เรียนรู้สรรพคุณด้านการต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ลดความเสี่ยงความดันโลหิตสูง ลดน้ำตาลในเลือด และป้องกันอัลไซเมอร์

และสุดท้าย บูธที่ 4. วิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง สาธิตการทำเครื่องสำอางจากสมุนไพรไทย พร้อมตอบคำถามรับรางวัล เปิดสาธิตการผลิตครีมบำรุงผิวจากว่านหางจระเข้ ให้นักเรียนได้ทดลองทำด้วยตนเอง และสามารถนำผลิตภัณฑ์กลับบ้าน เพื่อแสดงให้เห็นถึงการต่อยอดสมุนไพรไทยสู่เครื่องสำอางที่ปลอดภัยและใช้ได้จริง” รองคณบดีฝ่ายการแพทย์แผนไทย วิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าว

สำหรับกิจกรรมภายในงานมีการจัดเป็นรอบ ๆ โดยในแต่ละรอบมีนักเรียนเข้าร่วม 200–260 คน ใช้เวลารอบละ50 นาที เริ่มต้นด้วยการบรรยายแนะนำบูธกิจกรรม แนะนำวิทยาลัยและหลักสูตรโดย รศ.ดร.ภก.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณบดีวิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส และผู้เชี่ยวชาญสมุนไพรของสหประชาชาติ จากนั้นนักเรียนจะแบ่งกลุ่มหมุนเวียนเข้าร่วมทั้ง 4 บูธ ๆ ละ 15 นาที พร้อมกิจกรรมเกมตอบคำถามเสริมความรู้ด้านสมุนไพรและการดูแลสุขภาพ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน โดยมีนักเรียนจำนวนมากให้ความสนใจบูธนวัตกรรมสมุนไพรและคลินิกเวชกรรมไทยพรีเมียม บางส่วนกลับมาเข้ามาดูบูธซ้ำอีกครั้ง ทั้งนี้ในอนาคต โรงเรียนนวมินทราชูทิศเตรียมต่อยอดความร่วมมือเพิ่มเติมกับทางวิทยาลัย เช่น การจัดทำสวนสมุนไพร การจัดทำฐานข้อมูลสมุนไพร การพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร การทำวิจัยร่วมกัน และศึกษาแนวทางการจัดตั้งคลินิกแพทย์แผนไทยภายในโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนและครูสามารถใช้สมุนไพรไทยในการดูแลสุขภาพได้อย่างยั่งยืน

ดร.พท.คณิศร์ณิชา กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนความสำเร็จของ DPU ในการสร้างแรงบันดาลใจและเปิดโลกทัศน์ให้เยาวชนเห็นศักยภาพของศาสตร์การแพทย์แผนไทย สมุนไพร และวิทยาศาสตร์สุขภาพที่สามารถต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพและธุรกิจในอนาคตได้อย่างมั่นคง ขณะเดียวกันนักศึกษาปีที่ 1 และปีที่ 4 ยังได้ฝึกทักษะจริง นำเสนอสื่อสารความรู้นอกห้องเรียน เสริมประสบการณ์และความมั่นใจ สอดคล้องกับศาสตร์ “Potentialigence” ของ DPU ที่มุ่งค้นหา พัฒนา และปลดปล่อยศักยภาพของแต่ละบุคคล เพื่อสร้างบัณฑิตคุณภาพในโลกยุคใหม่ในแนวทางฝึกนักศึกษาให้เป็นหมอได้ตั้งแต่ปี 1

นายจักรกฤษ อินสกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาแพทย์แผนไทย วิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ผู้ดูแลบูธ “การนวดกดจุดตามแนวเส้นประธานสิบ” ภายใต้การควบคุมของอาจารย์แพทย์แผนไทยเปิดเผยว่าตนได้รับหน้าที่รับผิดชอบจุดที่อยู่ภายใต้การควบคุมของอาจารย์แพทย์แผนไทยเพื่อบริการรักษาและบรรเทาอาการของผู้ที่มีปัญหาออฟฟิศซินโดรม โดยเฉพาะอาการปวดคอ บ่า และไหล่ ซึ่งเป็นการนวดไทยเชิงการรักษาที่มีหลักการและทักษะทางวิชาการ ไม่ใช่เพียงการนวดเพื่อผ่อนคลาย ทั้งยังเป็นโอกาสในการนำความรู้จากห้องเรียนมาใช้จริง ถ่ายทอดให้ครูและนักเรียนมัธยมได้เห็นคุณค่าของการนวดไทยในฐานะศาสตร์เพื่อการรักษา พร้อมทั้งสร้างชื่อเสียงให้แก่วิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ในฐานะสถาบันที่ให้ความรู้ด้านแพทย์แผนไทยที่มีคุณภาพสูง

ด้าน นางสาวพรณภา แสนเลิศ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาแพทย์แผนไทยบัณฑิต วิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า เดิมคิดว่าเด็กยุคใหม่อาจไม่สนใจแพทย์แผนไทยหรือสมุนไพร แต่เมื่อได้ไปจัดบูธกลับพบว่านักเรียนให้ความสนใจ ทดลองเรียนรู้ และตั้งใจฟังอย่างสนุกสนาน ทำให้รู้สึกดีใจและอยากถ่ายทอดความรู้ที่ถูกต้องให้กับน้อง ๆ โดยตนประจำบูธการนวดตามแนวเส้นประธานสิบและบูธคลินิกแพทย์แผนไทยพรีเมียม ทำหน้าที่นวดให้ครูและนักเรียน พร้อมสอนเรื่องเส้นลมและการนวดที่ถูกต้อง ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ได้เรียนในรายวิชาพื้นฐาน ทำให้เห็นภาพและเข้าใจการปฏิบัติจริงมากขึ้น

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...