โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ไทยเดินหน้าสำรวจปิโตรเลียมรอบใหม่ ‘ทะเลอันดามัน’ ขุมทรัพย์พลังงานแสนล้าน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 24 ส.ค. 2568 เวลา 20.24 น. • เผยแพร่ 24 ส.ค. 2568 เวลา 22.38 น.

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดทั่วโลก ประเทศไทยยังคงเผชิญความท้าทายในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ก๊าซธรรมชาติในฐานะเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สะอาดที่สุดจึงยังคงเป็นตัวเลือกที่สำคัญในการผลิตไฟฟ้า และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน กำลังเดินหน้าภารกิจครั้งสำคัญเพื่อพลิกโฉมกิจการสำรวจ และผลิตปิโตรเลียมในประเทศให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมกับเปิดประตูต้อนรับนักลงทุนระดับโลกให้กลับคืนสู่ดินแดนแห่งโอกาส

วรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า ประเทศไทยยังคงจำเป็นต้องใช้พลังงานจากก๊าซธรรมชาติควบคู่ไปกับพลังงานสะอาด โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ทั่วโลกกำลังมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero แม้ว่ากระแสโลกจะเน้นพลังงานหมุนเวียนอย่างพลังงานแสงอาทิตย์ และลม แต่แหล่งพลังงานเหล่านี้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการที่มั่นคง และปริมาณการใช้พลังงานที่สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปลายปีที่ความต้องการใช้พลังงานสูงขึ้น

ทั้งนี้ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์อาจไม่เพียงพอเสมอไป ดังนั้น ก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สะอาดที่สุด และเป็นตัวเลือกที่สำคัญในปัจจุบัน ทั้งนี้ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อแก้ปัญหา และเพิ่มศักยภาพในการจัดหาก๊าซธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการ อาทิ

1. แก้ไขกฎหมายปิโตรเลียม โดยต้องปรับปรุงสัญญาปิโตรเลียมที่เก่าแก่ และเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการถึง 7 ครั้ง ซึ่งการแก้ไขกฎหมายนี้จะช่วยให้แหล่งปิโตรเลียมเดิมสามารถเดินหน้าต่อไปได้

2. เดินหน้าโครงการ CCS (Carbon Capture and Storage) เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย Net Zero กรมฯ ได้ร่วมมือกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อม เพื่อศึกษา และสำรวจพื้นที่กักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอ่าวไทยตอนบน โดยปัจจุบันได้ดำเนินการพื้นที่นำร่องในโครงการอาทิตย์ ซึ่งเป็นการร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ., สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่นผ่าน JOGMEC เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านนี้

3. เปิดประมูลสำรวจ และผลิตปิโตรเลียม ที่มีการเปิดประมูลปิโตรเลียมรอบที่ 25 สำหรับพื้นที่บนบก จำนวน 9 แปลง โดยมีบริษัทให้ความสนใจ 5 ราย และคาดหวังว่าจะค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานให้กับภูมิภาค

4. การสำรวจในพื้นที่อ่อนไหว เช่น ส.ป.ก. (สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม) หรือเขตป่าสงวนจำเป็นต้องมีการขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในภาพรวม เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่น

วรากร กล่าวว่า ส่วนตัวมีความคาดหวังสูงต่อการสำรวจปิโตรเลียมในทะเลอันดามัน จะถือเป็นการเปิดประมูลปิโตรเลียมรอบที่ 26

เนื่องจากมีข้อมูลที่บ่งชี้ว่าอาจมีศักยภาพในการค้นพบแหล่งก๊าซขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้เคียงกับแหล่งมูดาปา (Mubadala) ของประเทศมาเลเซีย มีปริมาณก๊าซธรรมชาติระดับ 10 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุุต

ดังนั้น จึงคาดหวังว่าแหล่งอันดามันพบทรัพยากรได้ครึ่งหนึ่งของเขาก็ใช้ได้เป็น 20 ปีแล้ว ดังนั้น สิ่งสำคัญจะต้องสร้างจูงใจนักลงทุน ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจจากบริษัทน้ำมันระดับโลก (Seven Sisters) อาทิ เชฟรอน, ENI, ปตท.สผ., โททาล และเอ็กซอน เป็นต้น

“กรมฯ กำลังพิจารณาปรับปรุงระบบสัมปทานให้เป็นแบบผสมผสาน (Hybrid) โดยอาจใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต (CSP - Production Sharing Contract) ร่วมด้วย เพื่อให้มีความยืดหยุ่น และคุ้มค่าต่อการลงทุนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจาะสำรวจในทะเลน้ำลึกที่มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 27 ล้านดอลลาร์ต่อหลุม”

สำหรับประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ เมื่อค้นพบแหล่งก๊าซในทะเลอันดามัน จะสร้างประโยชน์มหาศาลต่อประเทศ ทั้งในด้านรายได้ ความมั่นคงทางพลังงาน การจ้างงาน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ท่าเรือ และโรงงานแปรรูปก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) คาดจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจระดับแสนล้านบาท

“ปัจจุบันประเทศไทยมีการนำเข้าก๊าซ LNG เพื่อผลิตไฟฟ้า ส่วนตัวเชื่อว่าการนำเข้าจากแห่งไหนก็ตามจะมีต้นทุนที่สูงกว่าการจัดหาเชื้อเพลิงในประเทศ เพราะด้วยราคานำเข้าไม่เสถียร และยังคงมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงพลังงาน จะเห็นว่าช่วงสงครามตะวันออกกลาง ราคา LNG พุ่งสูงขึ้น 2-3 เท่าตัว ทำให้ราคาพลังงานในประเทศไทยเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะค่าไฟ ทำให้รัฐบาลจะต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อพยุงราคาพลังงาน

วรากร กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากเห็นกรมฯ เดินไปข้างหน้าเพื่อได้เห็นกิจการปิโตรเลียมของไทยกลับมามีสีสันอีกครั้ง และเชื่อมั่นว่ากฎหมายใหม่ที่กำลังจะออกมาในปีหน้าจะช่วยกระตุ้นให้นักลงทุนกลับมาสร้างความเชื่อมั่น และพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...