โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เหตุจากคลิป AI นักร้องดังแปลง บทสวดกุสลาธัมมา มาร้องเป็นเพลง | ธงชัย พรรณสวัสดิ์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 23 ส.ค. 2568 เวลา 21.21 น. • เผยแพร่ 24 ส.ค. 2568 เวลา 04.15 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ มีคลิปของMariah Carey และ Gloria Gaynor นักร้องที่ได้รางวัลระดับโลกมาแล้วมากมาย เอาบทสวดในงานพิธีศพทางพุทธศาสนาของไทย คือบทสวดกุสลาธัมมาและสัพพีติโย มาร้องเป็นเพลงออกเผยแพร่ ทำเอาบางส่วนของสังคมเราปั่นป่วนและจิตตกที่มีคนเอาศาสนาซึ่งเป็นของสูงมาจาบจัวงปู้ยี่ปู้ยำเป็นของเล่น

คนรุ่นก่อนส่วนใหญ่คงรับไม่ได้กับการกระทำเช่นนี้ แต่คนรุ่นใหม่เช่น Gen Z โดยเฉพาะคนที่ไม่นับถือศาสนาใดๆ แล้วที่มีจำนวนมากขึ้นๆ คงเห็นเป็นเรื่องปกติ ซึ่งจะนำมาซึ่งการเห็นต่าง ถกเถียง โต้แย้ง หรือแม้กระทั่งทะเลาะกันได้หากคุมสติไม่อยู่

โชคดีที่คลิป เพลงจากบทสวด ทั้งสองนั้นข่าวบอกว่ามีคนทำขึ้นโดยใช้ AI และนักร้องดังทั้งสองคนนั้นไม่ได้เอาบทสวดมาร้องเป็นเพลงจริง ถ้าเป็นเช่นนั้นเราก็ไม่ควรต้องตื่นตกใจเพราะมันเป็นผลผลิตของ AI ไม่ใช่ของจริง

ถ้าคิดตื้นๆเช่นนั้นก็คงใช่ แต่ถ้าคิดให้ลึกซึ้งจะรู้ว่าแม้จะเป็นผลผลิตจาก AI แต่มันก็เป็นเรื่องจริงในอีกรูปแบบหนึ่งของคนรุ่นใหม่ พวกเขายินดีที่จะเสพสิ่งที่ AI ผลิตขึ้นโดยไม่รู้สึกว่ามันผิดไปจากความเป็นจริง เพราะมันเป็นความจริงในสังคมของเขา

สิ่งที่ต้องถกกันต่อไปคือเมื่อมีการเอาบทสวดมาร้องเป็นเพลงป๊อปแบบนี้จะมีผลกระทบอย่างไรต่อวงการศาสนา และจะทำให้คนรุ่นใหม่สนใจศาสนามากขึ้นหรือไม่

ผมขอตอบด้วยทฤษฎี “ปิรามิดมนุษย์” ดังนี้

ผมแบ่งปิรามิดออกเป็นสามส่วนอย่างหยาบๆ ส่วนบนซึ่งมีขนาดเล็ก มีสัดส่วนของจำนวนคนน้อย แต่เป็นกลุ่มคนเก่ง คนมีความรู้ ฯลฯ ดีกว่าคนกลุ่มที่ส่วนกลางและฐานล่างของปิรามิด

ทั้งนี้ ทฤษฏีปิรามิดนี้ใช้ได้กับทุกเรื่อง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องคนจนคนรวย หรือคนฉลาดมากฉลาดน้อย แต่เพียงเท่านั้น

คนส่วนฐานล่างมีสัดส่วนของจำนวนคนมากที่สุด แต่มีข้อดีข้อเด่นน้อยที่สุด ตรงข้ามกับคนกลุ่มส่วนบน ส่วนคนส่วนกลางมีจำนวนและความสามารถในระดับกลางๆระหว่างส่วนบนและส่วนฐานของปิรามิด

คนส่วนฐานจะด้อยกว่าคนอีกสองกลุ่มในแทบทุกเรื่อง จึงต้องได้รับการนำพาที่ถูกต้อง สังคมโดยรวมจึงจะไปรอด

เรื่องศาสนาก็เช่นกัน คนส่วนฐาน(ไม่ได้หมายถึงคนจนนะครับ)ยังมุ่งอยู่กับการสวดอ้อนวอน ขอให้เทวดาหรือคนอื่นช่วย ไม่นิยมขวนขวายหาทางพ้นทุกข์ด้วยตัวเอง ในขณะที่คนกลุ่มกลางพร้อมที่จะเรียนรู้ รวมทั้งสามารถเรียนรู้ได้เร็วกว่าคนส่วนฐาน

คนสองกลุ่มนี้มีความต่างกันไม่มาก กลุ่มคนตรงกลางจึงเป็นต้นแบบหรือตัวอย่างให้คนกลุ่มฐานรากทำตามและเปลี่ยนตัวเองได้ดีกว่าคนที่ส่วนยอด

มีคนตั้งข้อสังเกตว่าถ้าเอาบทสวดมาร้องเป็นเพลงฮิต แต่ไม่ได้ให้ความหมายที่แท้จริง ก็ไม่ได้ทำให้คนรุ่นใหม่เข้าใจศาสนาดีขึ้นจนทำให้นับถือศาสนามากขึ้น เผลอๆจะทำให้ศาสนาเสื่อมลงไปด้วยซ้ำ เพราะเป็นเรื่องของความบันเทิงที่พุทธศาสนาสอนว่าพวกนั้นเป็นกิเลสแบบหนึ่ง พึงหลีกเลี่ยง

คำถามที่พึงถามสำหรับข้อสังเกตนั้น คือ แล้วที่คนไทยกลุ่มฐานของปิรามิดสวดมนต์กันอยู่ทุกวันๆ เขาเข้าใจความหมายของบทสวดเหล่านั้นหรือไม่ หรือเพียงแค่สวดเป็นนกแก้วนกขุนทองตามประเพณีนิยม

ถ้าเป็นเช่นนั้นการเอาบทสวดมาร้องเป็นเพลงป๊อปก็คงไม่ได้ต่างอะไรไปจากการสักแต่ว่าสวดฯ นั้น

สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วและจะมีตามมาอีกเรื่อยๆนั้น (พูดไม่ทันขาดคำ ตอนนี้มีการเอา AI มาแปลงบทสวดคาถาชินบัญชร อิมัสมิงมงคล อิติปิโส ฯลฯ เป็นเพลงร้องกันแล้ว โดยเฉพาะเพลงท้ายนั้น AI กำหนดให้ Michael Jackson นักร้องดังก้องโลกเป็นผู้ร้องด้วยซ้ำ)มีผลกระทบอย่างไรต่อพุทธศาสนาของเรา

ในช่วงร้อยปีที่ผ่านมามีทั้งพระและฆราวาสที่เทศน์และสอนโดยแทรกมุขตลก ซึ่งเป็นเรื่องของความบันเทิงเข้าไปด้วย มากขึ้นๆ จนสังเกตได้

บางรูปบางคนถึงกับใช้คำพูดและข้อความที่คนรุ่นเก่าเห็นว่าหยาบคายมาใช้ในการเทศน์หรือบรรยายเสียด้วยซ้ำ แต่คนรุ่นใหม่กลับอินและปรบมือชอบใจกับการเทศน์หรือบรรยายรูปแบบนั้น

หากฟังจากเนื้อหาสาระจริงๆแล้ว ที่ถูกต้องถูกธรรมใช้ได้ดี ก็มีมาก คนรุ่นใหม่จึงเห็นว่าเขาได้ประโยชน์จากการฟังนั้นและพร้อมที่จะเปลี่ยนไปตามสิ่งดีๆที่เขาได้ฟังมา ยิ่งมีความบันเทิงมาแทรกอยู่มากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งชอบมากขึ้นเท่านั้น

ถ้าจะมองว่าเป็นเทคนิคทางการตลาดก็คงไม่ผิดนัก และคนที่จะเปลี่ยนมาเป็นลูกค้า(หรือผู้ตาม)ได้เร็วก็คือคนกลุ่มกลางๆของปิรามิด เมื่อเขาเปลี่ยนได้เขาก็จะเป็นคนที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนที่ฐานปิรามิดเปลี่ยนตามด้วย

ดังนั้น หากจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเราก็ต้องเน้นและเริ่มที่คนกลุ่มกลางก่อนเป็นลำดับแรก

คำถามที่ต้องถามก่อนคือ การเอาบทสวดมาร้องเป็นเพลงเช่นว่านี้ มันมีสาระในตัวของมันพอที่จะทำให้คนหันมาสนใจศาสนาได้หรือไม่ คำตอบคือถ้าจะ(สวด)ร้องเพียงเพราะทำตามเน็ตไอดอลหรือเพราะกลัวตกเทร็นด์ แบบนี้ก็ยังเป็นนกแก้วนกขุนทองต่อไป และอาจทำให้เกิดความแตกแยกในความคิดของคนต่างกลุ่มต่างวัยเสียด้วยซ้ำ

แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ที่แน่ๆ คือคนรุ่นใหม่เขาจะฟังเพลงที่เอาบทสวดมาดัดแปลงและร้องตามแน่ เพราะนักร้องเป็นนักร้องดัง เป็นไอดอลของเขา เขาก็จะเลียนแบบและทำตาม แม้นั่นจะเป็นเอไอ มิใช่ตัวตนจริงของนักร้องเหล่านั้นก็ตาม

นักการศาสนาและหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบจึงต้องตีโจทย์หรือ pain point นี้ให้แตกเสียแต่เนิ่นๆว่าจะทำอะไร อย่างไร เมื่อไร โดยเน้นไปที่คนกลุ่มกลางในปิรามิดมนุษย์เป็นลำดับแรก เพื่อที่หากมีผลกระทบทางสังคมตามมาจริงๆ เราจะมีเครื่องมือพร้อมที่จะรับมือกับมันได้อย่างทันกาล

มันมาแน่ครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...