โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มหาเถรสมาคม ออกแนวปฏิบัติใหม่ คุมเข้มบัญชี-การเงินวัดทั่วประเทศ เริ่มใช้ 1 ต.ค.68

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 14.04 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 07.04 น.

ที่ประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 16/2568 มีมติเห็นชอบแนวปฏิบัติการเปิดบัญชีเงินฝาก การเบิกถอน การจัดทำบัญชีรายรับ–รายจ่าย และรายงานเงินคงเหลือของวัดทั่วประเทศ เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568

วันที่ 25 สิงหาคม 2568 มติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 16/2568 สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม เรื่องแนวปฏิบัติการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร การเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของวัดและแนวทางการจัดทำบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่าย รายงานเงินคงเหลือของวัด หรือระบบบัญชีมาตรฐานของวัด โดยเนื้อหาระบุว่า

ในการประชุมมหเถรสมาคม ครั้งที่ 16/268 เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 เลขาธิการมหาเถรสมาคม เสนอว่า ในคราวการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 13/2568 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ได้มีมติที่ 399/2568 เรื่องข้อปรารภการบริหารศาสนสมบัติตามพระธรรมวินัยและพระราชบัญญัติ-คณะสงฆ์ มหาเถรสมาคม ได้มีมติโดยสรุป มอบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเสนอหลักการทั่วไป

สำหรับการจัดการศาสนสมบัติวัดโดยด่วน พร้อมทั้งแจ้งข้อปรารภเป็นการกำชับมหาเถรสมาคม ให้เร่งรัด และมอบหมายการดำเนินการในพันธกิจด้านศาสนสมบัติ ร่วมกันพิจารณาดำเนินการ กำหนดกฎเกณฑ์ และกระบวนการบริหารจัดการศาสนสมบัติวัด เพื่อเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณากำหนดเป็นกฎเกณฑ์สำหรับบังคับใช้แก่คณะสงฆ์

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยกองส่งเสริมการจัดการศาสนสมบัติของวัด ได้พิจารณาแล้วเพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎกระทรวง การดูแลรักษาและจัดการศาสนสมบัติของวัด พ.ศ.2564 ประกอบกับมติมหาเถรสมาคม มติที่ 399/2568 เรื่องข้อปรารภการบริหารศาสนสมบัติตามพระธรรมวินัย และพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ และมติที่ 402/2568 เรื่อ นโยบายคณะสงฆ์ในการบริหารศาสนสมบัติ ตามพระธรรมวินัยและพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ขอนมัสการมหาเถรสมาคมเพื่อโปรดพิจารณา ดังนี้

1. กำหนดแนวปฏิบัติในการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร การเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝาก ธนาคาร และการเก็บรักษาบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด ดังนี้

การเปิดบัญชีและการเบิกถอนเงินฝากธนาคารของวัด

1.1 การปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ให้ปิดบัญชีเงินฝากกับชนาคารที่สำนักงานตั้งอยู่ในเขตจังหวัดที่วัดตั้งอยู่เท่านั้น

1.2 ระบุชื่อบัญชีเงินฝากธนาคารว่า "เงินของวัด………." หรือ "วัด…….." เท่านั้น ห้ามมีคำว่าโดย……. (บุคคลใดบุคคลหนึ่ง) ต่อท้ายชื่อวัด

1.3 ระบุชื่อผู้มีอำนาจลงนามถอนเงิน หรือสั่งจ่ายเช็ค จากบัญชีเงินฝากธนาคารของวัดอย่างน้อย 3 รูป/คน ประกอบด้วย 1. เจ้าอาวาสที่ได้รับการแต่งตั้งตามกฎหมายสงฆ์ 2. ไวยาวัจกรที่ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าอาวาส และ 3. บุคคลที่เจ้าอาวาสเห็นสมควร

1.4 เงื่อนไขการถอนเงิน หรือจ่ายเช็ค ให้กำหนดผู้มีอำนาจลงนานจำนวน 2 ใน 3 รูป/คน โดยมีเจ้าอาวาสลงนามถอนเงินหรือสั่งจ่ายเช็คด้วยทุกครั้ง

1.5 การถอนเงินฝากธนาคารของวัด ให้ใช้การถอนเงินโดยใช้ใบถอนเงินของธนาคารและสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารเท่านั้น การเก็บรักษาบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด ให้เก็บรักษาไว้ ณ ที่วัด ในที่ปลอดภัยไม่ให้สูญหาย

2. การจัดทำบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่ายของวัด และรายงานเงินคงเหลือของวัดหรือระบบบัญชีมาตรฐานของวัด ดังนี้

2.1 ให้วัดทุกวัดจัดทำบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่ายของวัดและบันทึกบัญชีทุกครั้งที่มีรายการรับและรายการจ่าย พร้อมให้สรุปเป็นรายเดือน และรวบรวมบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่ายของวัดเป็นรายเดือน จำนวน 12 เดือน (เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม) ส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแล้วแต่กรณี ภายในวันที่ 20 มกราคมของปีถัดไป โดยสำเนาเอกสารไว้ที่วัดด้วยทุกฉบับ ในส่วนเอกสารหลักฐานประกอบรายรับ - รายจ่าย ให้เก็บไว้ที่วัด เพื่อรับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

2.2 ให้วัดจัดทำรายงานเงินคงเหลือของวัด โดยจัดทำ ณ วันสุดท้ายของเดือน เป็นประจำทุกเดือน โดยให้รายงานทั้งเงินสด เช็ค และเงินฝากธนาคารที่เป็นบัญชีของวัดทุกบัญชี ที่ชื่อบัญชีเป็นชื่อของวัด และรวบรวมส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแล้วแต่กรณี ภายในวันที่ 20 มกราคมของปีถัดไป โดยสำเนาเอกสารไว้ที่วัดด้วยทุกฉบับ

2.3 ให้วัดทุกวัดพิจารณาใช้ระบบบัญชีมาตรฐานสำหรับวัดของสำนักงาน-พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในการบันทึกบัญชีของวัด ซึ่งหากวัดใดได้นำระบบบัญชีมาตรฐานสำหรับวัด ใช้ในการบันทึกบัญชีของวัดแล้ว ไม่ต้องดำเนินการจัดทำข้อ 2.1 และข้อ 2.2 อีก แต่วัดต้องรายงานบัญชี มาตรฐานสำหรับวัดส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแล้วแต่กรณี ภายในวันที่ 20 มกราคมของปีถัดไป โดยสำเนาเอกสารไว้ที่วัดด้วยทุกฉบับ ทั้งนี้ ในการจัดทำระบบบัญชี มาตรฐานสำหรับวัด ให้วัดพิจารณาได้ตามความเหมาะสมของวัด

2.4 กรณีวัดที่มีรายชื่ออยู่ในโครงการจัดทำบัญชีญชีมาตฐาน (สำหรับวัดนำร่อง ให้จัดทำบัญชีระหว่างเดือนตุลาคม - มิถุนายน ในปีถัดไป และนำส่งรายงานให้แก่สำนักงานพระพุทธศาสนา-แห่งชาติ ภายในเดือนสิงหาคม

3. ให้วัดทุกวัดพิจารณาใช้ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) มาใช้สำหรับรองรับข้อมูลการรับบริจาคตามความเหมาะสมของวัด

4. ให้เจ้าอาวาสปฏิบัติตามมติฉบับนี้ และให้เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ กำกับ กำชับ ติดตามและดูแลเจ้าอาวาสในเขตปกครอง ให้บริหารศาสนสมบัติของวัด ให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย พระราชบัญญัติ กฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ มติ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

หากไม่ปฏิบัติตาม ย่อมมีความผิดฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการและมีโทษได้

5. มอบหมายสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ดำเนินการดังต่อไปนี้

5.1 กำหนดแบบบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่ายของวัด และรายงานเงินคงเหลือของวัดตามมติฉบับนี้

5.2 ให้คำแนะนำแก่วัดในการจัดทำบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่ายของวัด และรายงานเงินคงเหลือของวัด

5.3 ให้มีหน้าที่ในการกำกับ ดูแล หรืออาจจะประสานงานกับหน่วยงานที่มีหน้าที่ที่ตรวจสอบ เช่น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานตรวจสอบภายในระดับจังหวัด สำนักงานตำรวจ-แห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นต้น เพื่อทำการตรวจสอบบัญบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่ายของวัด และรายงานเงินคงเหลือของวัด พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานประกอบได้ตามความเหมาะสมและให้รายงานการตรวจสอบให้มหาเถรสมาคมทราบ

6. ให้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เห็นควรน่าเสมทานถรสมาคมเพื่อโปรดพิจารณา ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้

1. เห็นชอบตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเสนอ

2. มอบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แจ้งเจ้าคณะจังหวัด ทั้ง 2 นิกาย

3. ให้ดำเนินการได้ทันที โดยไม่ต้องรอรับรองรายงานการประชุม

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...