โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

พ่อพาลูก ม.5 แจ้งความแก๊งคอลฯ หลอกโอนเงิน-วิดีโอคอลทั้งคืน ขู่ยึดทรัพย์ครอบครัว

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 24 ส.ค. 2568 เวลา 15.42 น. • เผยแพร่ 24 ส.ค. 2568 เวลา 15.42 น.
ภาพไฮไลต์

พ่อพาลูกชาย ม.5 แจ้งความแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นดีเอสไอหลอกโอนเงิน-บังคับวิดีโอคอลทั้งคืน ขู่ไม่เชื่อฟังถูกจับยึดทรัพย์ทั้งครอบครัว พ่อยกเคสเตือนวัยรุ่นรู้เท่าทัน

วันที่ 24 สิงหาคม 2568 มีรายงานว่า นายกฤษฎากร พาลูกชายอายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เข้าแจ้งความที่ สภ.แม่ปิง อ.เมืองเชียงใหม่ ให้ติดตามดำเนินคดีกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้กลอุบายหลอกลวงลูกชายจนหลงเชื่อโอนเงินไปให้และยังต้องตกอยู่ในอาการหวาดกลัวจากการถูกบังคับให้วิดีโอคอลตลอดทั้งคืน

นักเรียนผู้เสียหายเล่าว่า สัปดาห์ที่ผ่านมามีโทรศัพท์มาหาอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สอบสวนคดีพิเศษ บอกว่ามีการจับกุมผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินและพบบัญชีธนาคารของตนเองเป็นหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ ตอนแรกตนเองไม่ได้สนใจและวางสายไปเพราะรู้ว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์

แต่หลังจากนั้นอีกหนึ่งสัปดาห์ก็มีโทรศัพท์เข้ามาอีก อ้างเหมือนเดิมว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีการพูดคุยข่มขู่หากไม่ให้ความร่วมมือจะถูกดำเนินคดีและจะมีผลกระทบไปถึงผู้ปกครองซึ่งเป็นข้าราชการที่จะต้องถูกสอบสวนยึดทรัพย์และไล่ออกจากราชการ จึงทำให้เริ่มกลัวและหลงเชื่อเพราะปลายสายทราบว่ามีผู้ปกครองเป็นข้าราชการ

จากนั้นได้ให้แอดไลน์ที่ขึ้นชื่อโปรไฟล์ว่า “กรมสอบสวนคดีพิเศษ” พร้อมกับส่งเอกสารราชการเกี่ยวกับคดีความผิดมาให้ดูหลายอย่างและให้โอนเงินเข้าไปตรวจสอบ โดยหลอกล่อให้ทดลองให้โอนเงิน 5 บาท เพื่อให้ดูชื่อบัญชีรับเงิน ตนเองกลัวผลกระทบจะเกิดขึ้นกับผู้ปกครองจึงโอนเงินไปให้ตรวจสอบก่อนปรากฏว่าบัญชีผู้รับเงินระบุชื่อ “สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจแห่งชาติจำกัด” จึงเริ่มหลงเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง จากนั้นจึงยอมโอนเงินที่เหลือในบัญชีไปให้ตรวจสอบ 2,619 บาท แต่ปรากฏว่าชื่อบัญชีรับเงินกลายเป็นชื่อ นภา

หลังโอนเงินไปแล้วยังถูกบังคับให้วิดีโอคอลห้ามวางสายตั้งแต่เวลา 14.30 น. วานนี้ (23 สิงหาคม) ยาวมาถึง 09.00 น. วันนี้ (24 สิงหาคม) เพื่อติดตามไม่ให้หลบหนีคดี แต่ตนเองเริ่มไหวตัวทัน อาศัยจังหวะแอบส่งข้อความไปบอกผู้ปกครองตอนตีห้า ก่อนที่ผู้ปกครองจะแจ้งคุณครูเข้ามาบล็อกตัวไว้ไม่ให้ออกไปจากห้องพักและให้วางสายทันที

นายกฤษฎากร บอกว่า ทันทีที่ทราบเรื่องได้เดินทางจากจังหวัดเชียงรายมาหาลูกชายทันที พร้อมกับรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สภ.แม่ปิง ให้ดำเนินคดีกับคอลเซ็นเตอร์ โดยบอกว่าลูกชายมาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้และพักอยู่กับห้องพักที่คุณครูดูแลอยู่ แต่ต้องยอมรับว่าลูกชายอาจให้ความสนใจและเรื่องเรียน ไม่ได้ติดตามข่าวสารอะไรมากนักจนขาดความรู้เท่าทัน แต่ก็ถือว่ายังโชคดีที่ยังมีสติส่งข้อความมาบอกพ่อแม่ ไม่อย่างนั้นอาจถูกบังคับให้ออกห้องไปสถานที่อื่นๆ ที่เป็นอันตราย

ที่ติดใจสงสัยก็คือข้อมูลบัญชีธนาคารที่นำมาใช้แอบอ้างหลอกลวง เป็นบัญชีที่ลูกชายเปิดไว้กับธนาคารที่มาออกบูธแนะแนวการออมเงินให้ที่โรงเรียน และที่ผ่านมาก็ไม่ได้ทำธุรกรรมอะไรกับบัญชีนี้ จึงไม่ทราบว่าข้อมูลหลุดไปจากส่วนไหน นอกจากนี้ยังพบว่าระหว่างถูกบังคับวิดีโอคอล แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังส่งลิงก์มาให้ลูกชายกดซึ่งเป็นการบล็อกไม่ให้มีสายโทรเข้ามาหาได้ ซึ่งหลังจากนี้จะสอบถามไปยังผู้ให้บริการเครือข่ายมือถืออีกครั้ง

นายกฤษฎากร เชื่อว่า ขณะนี้กลุ่มนักเรียนนักศึกษาตกเป็นเป้าหมายของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงฝากให้เรื่องที่เกิดกับลูกชายเป็นกรณีศึกษา หากเด็ก ๆ เจอกับเรื่องแบบนี้ควรแจ้งให้กับผู้ปกครองได้ทราบทันที ส่วนของลูกชายโชคดีที่ไม่มีเงินในบัญชีมากกว่านี้

ด้าน พ.ต.ท.อดุลย์ศิริ วงศ์ตันกาศ สารวัตรสอบสวน สภ.แม่ปิง ได้ดำเนินการให้ผู้เสียหายแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ตามขั้นตอนเนื่องจากเข้าข่ายคดีออนไลน์ หลังจากนี้เมื่อได้เลขรับเป็นคดีจะเชิญผู้เสียหายและผู้ปกครองมาสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีต่อไป.

อ่านข่าว "อาชญากรรม" ทั้งหมดที่นี่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พ่อพาลูก ม.5 แจ้งความแก๊งคอลฯ หลอกโอนเงิน-วิดีโอคอลทั้งคืน ขู่ยึดทรัพย์ครอบครัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...