โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มาริษ เสงี่ยมพงษ์ เตรียมบินเจนีวา ชี้แจงสถานการณ์ไทย–กัมพูชา

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 24 ส.ค. 2568 เวลา 13.47 น.
รมว.ต่างประเทศ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ เตรียมเดินทางไปเจนีวา 26 ส.ค. ชี้แจงประชาคมโลกเรื่องการใช้ทุ่นระเบิดและสงครามข่าวสารของกัมพูชา พร้อมยืนยันไทยยึดหลักสันติและกฎหมายระหว่างประเทศ

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ จะเดินทางไปยังนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีวาระสำคัญ 3 ประการ

ชี้แจงต่อประเทศภาคีอนุสัญญา

เพื่ออธิบายสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยไทยเห็นว่ากัมพูชาใช้ยุทธศาสตร์การวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล อันเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและอนุสัญญาออตตาวา

หารือกับข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

ประเด็นหลักคือการใช้ทุ่นระเบิดและการโจมตีพลเรือนของกัมพูชา รวมถึงการใช้สงครามข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ได้ย้ำชัดว่าไม่เห็นด้วยกับการใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือสร้างความเข้าใจผิด

พบปะกับประธาน ICRC

เพื่อสานต่อการพูดคุยที่เคยมีขึ้นที่กรุงเทพฯ โดย ICRC ถือเป็นองค์กรหลักที่กำกับดูแลกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

รมว.ต่างประเทศ ยืนยันว่า “ไทยต้องการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ยูเอ็นชาร์เตอร์ และหลักการอาเซียน สิ่งที่น่ากังวลคือการใช้สงครามข่าวสารซึ่งจะยิ่งสร้างความแตกแยกในสังคมโลก”

สำหรับความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย–กัมพูชา (RBC) ที่กัมพูชายอมรับข้อตกลง 3 ข้อ นายมาริษ ระบุว่า นี่คือผลจากการกดดันรอบด้านของไทย ทั้งมาตรการทางการทูตที่สนับสนุนมาตรการทางทหาร และการปฏิบัติการของกองทัพที่ทำให้ประชาคมโลกเข้าใจว่าการตอบโต้ของไทยมีความสมเหตุสมผล ไม่มุ่งเป้าโจมตีพลเรือน

เขากล่าวทิ้งท้ายว่า “สิ่งที่ไทยจะไปชี้แจงในเจนีวาครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการสร้างความเข้าใจแก่ประชาคมโลกว่า ประเทศไทยยืนหยัดบนเส้นทางสันติภาพและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างแท้จริง”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...