ยื่นฟ้องแล้ว คดีพรบ.คอมพ์ นทท.รัสเซีย โชว์เสียวท้ายรถกระบะ ผวจ. ลั่น ต้องเป็นตัวอย่าง
ยื่นฟ้องแล้ว คดีพรบ.คอมพ์ นทท.รัสเซีย โชว์เสียวท้ายรถกระบะ ผวจ. ลั่น ต้องเป็นตัวอย่าง
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ภูเก็ต พ.ต.อ.กษิดิน จ่ายกระโทก ผกก.ฝอ.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า จากกรณีชาวต่างชาติกระทำอนาจารท้ายรถกระบะ ขณะรถกำลังวิ่งอยู่บนท้องถนนสาธารณะไปตามพื้นที่ต่างๆ ในเมืองภูเก็ต เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณตี 1 วันที่ 24 ก.ย.68
ต่อมา วันที่ 25 ก.ย.68 พนักงานสอบสวนสอบ สภ.เมืองภูเก็ต ได้รับเป็นคดีลงบันทึกประจำวัน และจากนั้นวันที่ 26 ก.ย.68 ได้จับกุมตัวผู้กระทำผิดผู้ต้องหาที่ 1 ได้ ซึ่งผู้ต้องหาที่ 2 ได้ทำการจับกุมได้วันที่ 30 ก.ย.68 เข้ามามอบตัว เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติชาวรัสเซีย อายุ 23 ปี, 25 ปี และ 30 ปี ส่วนคนไทยที่กระทำผิดเป็นผู้หญิงอายุ 43 ปี และ 51 ปี
เคสนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานตั้งข้อหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ในลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ร่วมกันเพื่อความประสงค์แห่งการค้าหรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชนทำผลิตมีไว้นำเข้า หรือยังให้นำไปนำเข้าในราชอาณาจักรส่งออกหรือยังไปส่งออกยังนอกราชอาณาจักรหรือพาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใดๆ ซึ่งเอกสารภาพเขียนภาพพิมพ์ภาพระบายสีสิ่งพิมพ์รูปภาพการโฆษณาเครื่องหมายรูปถ่ายภาพยนตร์แถมบันทึกเสียง หรือภาพหรือสิ่งอื่นใดอันลามกและข้อหากระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัน โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกายหรือกระทำลามกอย่างอื่นอันใด”
ขั้นตอนตอนนี้ พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแล้วส่งให้อัยการจังหวัดภูเก็ตแล้วเมื่อวันที่ 16 ต.ค. เพื่อให้ตรวจสอบสำนวนต่างๆ ว่าจะส่งคืนให้หรือเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งเคสนี้เป็นการทำลายภาพลักษณ์จังหวัดภูเก็ตและประเทศไทย คาดว่าอัยการจะส่งฟ้องศาล ภายใน 2-3 วันนี้ เพราะเขาต้องมีเวลากลั่นกรองเอาให้ถึงที่สุดสำหรับการกระทำตามข้อกฎหมาย
ส่วนการกระทำลามกอนาจารทั่วไปปรับแค่ 5,000 บาท แต่ถ้าเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ในเรื่องอย่างนี้โทษจำคุกถึง 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท เป็นข้อหาที่หนักหน่วง คงจะได้มีการประสานไปยังผู้พิพากษาพิจารณาลงโทษสูงสุดเพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างกับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามากระทำการอย่างนี้อีก
ส่วนผู้ต้องหาคนไทยดำเนินคดีในข้อหา สนับสนุน ตามข้อกล่าวหาดังกล่าว รวมผู้ต้องหาคดีนี้ ทั้งหมด 5 คน ทางตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ต้องขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต 2 ที่ติดตามเรื่องนี้ ส่วนคำตัดสินของผู้พิพากษาทางสื่อมวลชนคงติดตาม
ด้าน พ.ต.อ.เกรียงไกร อาริยะยิ่ง ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า เคสนี้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ตดำเนินการร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตในทันที หลังจากเกิดเหตุตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ตได้รับข้อมูลจากทาง สภ.เมืองภูเก็ต ได้ทำการเพิกถอนทันที ขณะที่เขากำลังบินไปที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
เมื่อลงเครื่องบินได้แจ้งการเพิกถอนให้เขาทราบและควบคุมตัวได้โดยที่ยังไม่ต้องรอหมายจับจากศาล ซึ่งใช้มาตรการของตรวจคนเข้าเมืองอย่างรวดเร็ว และนำตัวกลับมาที่จังหวัดภูเก็ตและแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีในชั้นของพนักงานสอบสวน
การขยายผลที่ดำเนินคดีอีก 2 คนในเวลาต่อมา ที่มอบตัวแล้วทาง ตม.ได้เพิกถอนแล้ว รวมแล้วตอนนี้อยู่ที่ ตม.ทั้ง 3 คน ได้ควบคุมตัวไว้เพื่อรอการส่งกลับ แต่พนักงานสอบสวนอายัดตัวเพื่อส่งฟ้องศาลก่อนยังผลักดันไม่ได้ ต้องรอผลทางคดีจากศาลว่าศาลจะลงโทษอย่างไร แต่สุดท้ายแล้วเมื่อดำเนินคดีเสร็จสิ้นแล้ว ตัวผู้ต้องหาต่างชาติก็ต้องส่งกลับมาที่ ตม.และต้องผลักดันออกทั้ง 3 คน ถูกเพิกถอนในคดีความที่สำคัญเกี่ยวกับลามกอนาจาร จะเป็นเหตุผลที่ต้องลงแบล๊กลิสต์ได้อยู่แล้ว ในการห้ามเข้าประเทศ เป็นกระบวนการของ ตม. แต่ตอนนี้ต้องรอกระบวนการในชั้นศาลก่อน
ทางด้าน นายสรายุทธ มัลลัม อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า “คดีนี้อัยการจังหวัดภูเก็ต ได้บอกว่า ถ้าเป็นไปได้ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ในวันจันทร์ที่20 ตุลาคมนี้จะสั่งฟ้อง และทุกข้อหาที่ตำรวจแจ้งมา จะไม่ละเว้นจะไม่สอบเพิ่มจะไม่อะไรเลยแล้ว ซึ่งหนทางคดี มี 2 กรณีคือ 1.ถ้าสารภาพ ศาลอาจจะลงโทษไม่หนัก แต่เป็นภาพพจน์ที่เลวร้ายของจังหวัดภูเก็ตที่เกิดขึ้น และ 2.ถ้าสู้คดีอยู่ที่ทนายความที่จ้างมาจะสู้คดีหรือจะสารภาพ แต่โอกาสสารภาพ 80% อยู่แล้ว เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติสารภาพแล้วคดีจะจบรวดเร็วแต่ถ้าสู้คดีจะยาว และคำพิพากษาควรจะแปลตามคำพิพากษา และไม่ต้องลงรูปของเขา โดยย้ำว่ามาเมืองไทยต้องรักษากฎหมาย ซึ่งเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่ดีกับจังหวัดภูเก็ตถ้าไม่ทำอะไรเลย
ด้าน นายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากคดีชาวต่างชาติมีเพศสัมพันธ์บนรถกระบะ ขณะที่รถกำลังวิ่งอยู่บนท้องถนนสาธารณะไปตามพื้นที่ต่างๆ ในเมืองภูเก็ต ปกติคดีลามกอนาจาร ใครก็อยากเสี่ยง เพราะว่าได้ยอดไลค์ยอดวิว แค่ปรับ 5,000 บาท แต่คราวนี้พอเจ้าหน้าที่เอาจริงลงโทษหนักเลย เอาข้อหาหนัก คือ นำลงสื่อคอมพิวเตอร์และประชาชนเข้าถึงได้ ดังนั้นโทษรุนแรงหนักขึ้น
ซึ่งเรื่องนี้ได้ปรึกษากับผู้ที่ทำงานกระบวนการยุติธรรมอัยการและศาลจังหวัดภูเก็ต โดยจะขอผลคดีนำไปสื่อถึงนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ให้ทราบว่า ทางจังหวัดภูเก็ตเอาจริง ถ้าทำอย่างนี้จะได้รับผลอย่างนี้ จนถึงขั้นแบล๊กลิสต์ ตอนนี้อยู่ในกระบวนการของเจ้าพนักงาน และเมื่อคดีสิ้นสุดและมีผลชัดเจนแล้ว สามารถนำคำพิพากษาของศาลมาแปลภาษาเพื่อสื่อสารไปสู่สาธารณชนและนักท่องเที่ยวเพื่อเป็น Showcase ได้ ถ้าไม่มีโชว์เคส เขาอาจจะไม่หลาบจำ หรืออาจจะสื่อสารไปถึงสถานทูต กงสุลต่างๆ ให้เขาสื่อสารถึงนักท่องเที่ยวชาติของเขาด้วยว่าอันไหนทำได้อันไหนทำไม่ได้ ในการดูแลคนของประเทศต่างๆ ในการเข้ามาภูเก็ต ประเทศไทยที่มีการบังคับใช้กฎหมายเอาจริงอย่างกรณีนี้เช่นกัน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยื่นฟ้องแล้ว คดีพรบ.คอมพ์ นทท.รัสเซีย โชว์เสียวท้ายรถกระบะ ผวจ. ลั่น ต้องเป็นตัวอย่าง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th