บลูมเบิร์กเผยเหตุปะทะชายแดน “แรงงานกัมพูชา” กลับประเทศ 8 แสน–1 ล้านคน โรงงานเร่งขยายกำลังผลิต
หลังการปิดพรมแดนเพราะเหตุปะทะกับไทย แรงงานกัมพูชา กว่า 8 แสน–1 ล้านคนหวนกลับประเทศ กลายเป็นแรงงานสำคัญให้โรงงานต่างชาติขยายการผลิต แม้ต้นทุนโลจิสติก-ความไม่แน่นอนยังเป็นความท้าทาย
วันที่ 29 กันยายน 2568 เวลา 10.51 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า บริษัทในกัมพูชากำลังจ้างแรงงานจำนวนมากที่เดินทางกลับจากประเทศไทยหลังเหตุปะทะชายแดน เนื่องจากภาคธุรกิจมองเห็นโอกาสขยายการผลิต แม้ต้นทุนโลจิสติกที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจะเป็นผลกระทบจากความขัดแย้ง
ที่ผ่านมาแรงงานกัมพูชาจำนวนมากอพยพไปทำงานในประเทศไทยซึ่งพัฒนาแล้วและมีค่าแรงสูงกว่า แต่การปิดพรมแดนทำให้เกิดการกลับประเทศครั้งใหญ่ คาดว่ามีแรงงานและครอบครัวราว 8 แสนถึง 1 ล้านคนเดินทางกลับ ตอนนี้นายจ้างกัมพูชามีแหล่งแรงงานใหม่ให้เลือกใช้ ผู้สรรหาของ Zhuhai Seikawa Plastic Products ผู้ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกสัญชาติจีน กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้เราดึงดูดผู้สมัครยากมาก แต่ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่แรงงานกลับมามากขึ้น ก็หาคนทำงานง่ายขึ้น”
โรงงานในกัมพูชาของ Zhuhai Seikawa ได้จ้างแรงงานกลับบ้านราว 100 คน ทำให้จำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 600 คน ณ สิ้นเดือนสิงหาคม เกือบสองเท่าของช่วงก่อนความขัดแย้ง และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1,000 คนภายในสิ้นปี 2568
แรงงานเพิ่ม – หนุนเศรษฐกิจ
เฮง ซอ รัฐมนตรีแรงงานกัมพูชา ต้อนรับการเพิ่มขึ้นของแรงงาน โดยมองว่าจะเป็นผลดีต่อภาคการผลิต ก่อสร้าง และเกษตร ช่วยเพิ่มผลผลิตและรองรับคำสั่งส่งออก อีกทั้งยังทำให้กัมพูชาน่าดึงดูดต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ
ตัวอย่างเช่น MinebeaMitsumi ผู้ผลิตลูกปืนญี่ปุ่น เพิ่มพนักงาน 2,600 คนที่โรงงานในพนมเปญระหว่างเดือนเมษายน–สิงหาคม รวมเป็น 9,000 คน โดยประมาณ 30% ของการจ้างใหม่เป็นแรงงานที่กลับจากไทย บริษัทตั้งเป้าเพิ่มอีก 1,000 คนภายในสิ้นปี 2568
ขณะที่ WCFO ผู้ผลิตสายเคเบิลไฟเบอร์ออปติกจากฮ่องกง ก็เพิ่มพนักงานโรงงานในกัมพูชาเกือบ 2 เท่าเมื่อเทียบกับก่อนความขัดแย้ง และมีแผนสร้างอาคารโรงงานใหม่
กระทรวงแรงงานและฝึกอาชีพระบุว่า ณ วันที่ 10 กันยายน มีแรงงานกลับบ้านราว 220,000 คนที่ได้งานใหม่แล้ว หลายคนทำงานหนักที่คนไทยไม่อยากทำ เช่น ก่อสร้างหรือเก็บเกี่ยวพืชผล
โอกาสและความท้าทาย
แรงงานจำนวนหนึ่งนำทักษะจากต่างประเทศกลับมา เช่น งานก่อสร้าง การผลิต และเกษตร ซึ่งอาจทำให้กัมพูชามีแรงงานที่มีทักษะสูงขึ้น อย่างไรก็ตามบางคนยังหางานที่ใช้ประสบการณ์จากไทยได้ยาก อัตสึชิ อุเอโนะ กล่าวในงานที่สถานทูตเมื่อ 16 กันยายนว่า รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมหารือเพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะและการฝึกอบรมแรงงานที่กลับบ้าน เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชา
แต่ความขัดแย้งชายแดนยังสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะบริษัทรถยนต์และอุตสาหกรรมที่พึ่งพาซัพพลายเชนข้ามพรมแดน บริษัทญี่ปุ่นบางแห่งต้องหันไปใช้การขนส่งทางเรือและเส้นทางผ่านประเทศที่สาม ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นเดือนละ 400,000 ดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน–กรกฎาคม
แม้บางบริษัทพยายามใช้เส้นทางผ่านลาว แต่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่เอื้อ
แรงงานไม่อยากกลับไทย
แรงงานจำนวนมากที่กลับบ้านบอกว่าไม่ต้องการกลับไปทำงานในไทยอีก เพราะเคยเผชิญการเลือกปฏิบัติหรือถูกกดดันจากหัวหน้างาน แม้ค่าแรงเฉลี่ยในโรงงานญี่ปุ่นในกัมพูชาจะเพียง 243 ดอลลาร์ต่อเดือน ต่ำกว่าไทยถึง 40% แต่แรงงานบางส่วนบอกว่าได้เงินในไทยน้อยกว่าค่าเฉลี่ย และตอนนี้ได้ค่าจ้างสูงกว่าในพนมเปญ เช่น 400–500 ดอลลาร์ต่อเดือน
อ้างอิง : asia.nikkei.com