โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เวียดนาม” เดินหน้าปล่อย “เงินดอง” อ่อนค่า หวังพยุงส่งออก สู้ภาษีทรัมป์ 20%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 ก.ย 2568 เวลา 10.45 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2568 เวลา 03.45 น.

"เวียดนาม" เดินหน้าปล่อย "เงินดอง" อ่อนค่า หวังพยุงส่งออก สู้ภาษีทรัมป์ 20% นักวิเคราะห์คาดค่าเงินอาจอ่อนแตะ 27,000 ต่อดอลลาร์สิ้นปี 68 แต่ยังเสี่ยงต่อแรงกดดัน หากเศรษฐกิจภายนอกชะลอตัว

วันที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 09.08 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าเวียดนามกำลังใช้นโยบายดั้งเดิมด้วยการปล่อยให้ค่าเงินอ่อนลง เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันเหนือเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่หลายประเทศกำลังมองหาหนทางบรรเทาผลกระทบจากมาตรการภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ

ธนาคารกลางเวียดนาม (SBV) ได้ทยอยกำหนดค่าเงินดองให้อ่อนลงต่อเนื่องในปีนี้ โดยข้อมูลอัตราอ้างอิงรายวันแสดงให้เห็นว่าคู่เงินดอลลาร์–ดองขยับขึ้นแล้วราว 3.5% ในปี 2568 ซึ่งกำลังมุ่งสู่การปรับขึ้นแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2554 ค่าเงินดองซื้อขายใกล้ระดับอ่อนค่าที่สุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนสิงหาคม และนักวิเคราะห์คาดว่าจะอ่อนลงต่อเนื่อง เนื่องจากธนาคารกลางยังคงใช้นโยบายเอียงไปทางการปล่อยค่าเงินให้อ่อน

เวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกสำคัญ ตั้งแต่กาแฟ เสื้อผ้า ไปจนถึงชิ้นส่วนเครื่องยนต์ กำลังเผชิญภาษีนำเข้าจากสหรัฐในอัตรา 20% ซึ่งสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทยอยู่ 1% ทำให้ทางการเวียดนามต้องบริหารนโยบายค่าเงินอย่างระมัดระวัง เพราะมีความเสี่ยงที่จะถูกสหรัฐตรวจสอบเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมาสหรัฐยังคงจัดให้เวียดนามอยู่ใน “บัญชีเฝ้าระวัง” ด้านนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน

ดาร์เรน เทย์ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ความเสี่ยงประเทศเอเชียแปซิฟิกของ BMI (ในเครือ Fitch Solutions) ระบุว่า “การปล่อยให้ค่าเงินดองอ่อนลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะช่วยให้เวียดนามค่อย ๆ ฟื้นความสามารถในการแข่งขันด้านการค้าในตลาดสหรัฐ” โดย BMI คาดว่าค่าเงินดองจะอ่อนแตะระดับ 27,000 ต่อดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2568

ธนาคาร Maybank ประเมินว่าค่าเงินดองจะอ่อนลงสู่ 26,600 ต่อดอลลาร์ภายในเดือนธันวาคม จากระดับ 26,379 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และอาจอ่อนต่อเนื่องไปถึง 26,700 ในไตรมาสแรกปีหน้า

เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางเวียดนามยังไม่ตอบรับคำขอแสดงความคิดเห็น รวมถึงการติดต่อหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม ฟาม แท็ง ฮา รองผู้ว่าการ SBV ระบุว่า ธนาคารกลางจะยังคงบริหารค่าเงินดองอย่างยืดหยุ่น และใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดเงินตราต่างประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและควบคุมเงินเฟ้อ

กลยุทธ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยจีนเองก็เคยใช้วิธีเดียวกันในการปล่อยให้ค่าเงินหยวนอ่อนหลุดระดับ 7 ต่อดอลลาร์ในปี 2562 ระหว่างสงครามการค้ากับทรัมป์ในสมัยแรก

ท่าทีเอียงไปทางค่าเงินอ่อนของเวียดนาม ส่งผลให้ดองอ่อนค่าลงใกล้ที่สุดในรอบอย่างน้อยสองทศวรรษเมื่อเทียบกับค่าเงินบาท และอ่อนที่สุดนับตั้งแต่ปี 2557 เมื่อเทียบกับริงกิตมาเลเซีย

ฟาม ซวน ฮง ประธานสมาคมอุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้าโฮจิมินห์ กล่าวว่า “การอ่อนค่าของดองช่วยหนุนการส่งออกของเราอย่างมากในช่วงที่ผู้ประกอบการเวียดนามกำลังเผชิญภาษีจากสหรัฐ และช่วยบรรเทาต้นทุนการผลิต” โดยผู้ส่งออกหลายรายก็มีมุมมองสอดคล้องกันว่าค่าเงินที่อ่อนลงช่วยให้การขายสินค้าในต่างประเทศง่ายขึ้น

ในขณะเดียวกันประเทศเพื่อนบ้านบางแห่ง เช่น อินโดนีเซีย กำลังพยายามสกัดไม่ให้ค่าเงินอ่อนมากเกินไป โดยธนาคารกลางอินโดนีเซียมีการแทรกแซงในตลาดอย่างแข็งขันเพื่อควบคุมการอ่อนค่าของรูเปียห์

การส่งออกคิดเป็นสัดส่วนราว 90% ของจีดีพีเวียดนาม โดยมีการส่งออกไปยังสหรัฐ คิดเป็นถึง 1 ใน 5 ของเศรษฐกิจทั้งหมด

ธนาคารโลก (World Bank) เมื่อช่วงต้นเดือนนี้ ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจเวียดนามปี 2568 ลงเหลือ 6.6% จากเดิม 6.8% เนื่องจากคาดว่าการส่งออกไปสหรัฐจะอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกของเวียดนามในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 14.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สู่ระดับ 43.39 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 15.5%

ฮั่น เต็ง ชัว นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ DBS Bank ระบุว่า ความเสี่ยงยังเอนเอียงไปทางการอ่อนค่าของดอง หากปัจจัยพื้นฐานภายนอกอ่อนแรงลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้คาดว่าค่าเงินดองจะฟื้นตัวได้บ้างในช่วงปลายปีตามดอลลาร์ที่อ่อนลงเมื่อเฟดผ่อนคลายนโยบายการเงิน แต่การที่เวียดนามพึ่งพาการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐในสัดส่วนสูง ยังคงทำให้ค่าเงินดองเปราะบางต่อแรงกดดันจากภายนอก

อ้างอิง : bloomberg.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...