“เวียดนาม” เดินหน้าปล่อย “เงินดอง” อ่อนค่า หวังพยุงส่งออก สู้ภาษีทรัมป์ 20%
"เวียดนาม" เดินหน้าปล่อย "เงินดอง" อ่อนค่า หวังพยุงส่งออก สู้ภาษีทรัมป์ 20% นักวิเคราะห์คาดค่าเงินอาจอ่อนแตะ 27,000 ต่อดอลลาร์สิ้นปี 68 แต่ยังเสี่ยงต่อแรงกดดัน หากเศรษฐกิจภายนอกชะลอตัว
วันที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 09.08 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าเวียดนามกำลังใช้นโยบายดั้งเดิมด้วยการปล่อยให้ค่าเงินอ่อนลง เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันเหนือเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่หลายประเทศกำลังมองหาหนทางบรรเทาผลกระทบจากมาตรการภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ
ธนาคารกลางเวียดนาม (SBV) ได้ทยอยกำหนดค่าเงินดองให้อ่อนลงต่อเนื่องในปีนี้ โดยข้อมูลอัตราอ้างอิงรายวันแสดงให้เห็นว่าคู่เงินดอลลาร์–ดองขยับขึ้นแล้วราว 3.5% ในปี 2568 ซึ่งกำลังมุ่งสู่การปรับขึ้นแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2554 ค่าเงินดองซื้อขายใกล้ระดับอ่อนค่าที่สุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนสิงหาคม และนักวิเคราะห์คาดว่าจะอ่อนลงต่อเนื่อง เนื่องจากธนาคารกลางยังคงใช้นโยบายเอียงไปทางการปล่อยค่าเงินให้อ่อน
เวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกสำคัญ ตั้งแต่กาแฟ เสื้อผ้า ไปจนถึงชิ้นส่วนเครื่องยนต์ กำลังเผชิญภาษีนำเข้าจากสหรัฐในอัตรา 20% ซึ่งสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทยอยู่ 1% ทำให้ทางการเวียดนามต้องบริหารนโยบายค่าเงินอย่างระมัดระวัง เพราะมีความเสี่ยงที่จะถูกสหรัฐตรวจสอบเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมาสหรัฐยังคงจัดให้เวียดนามอยู่ใน “บัญชีเฝ้าระวัง” ด้านนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน
ดาร์เรน เทย์ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ความเสี่ยงประเทศเอเชียแปซิฟิกของ BMI (ในเครือ Fitch Solutions) ระบุว่า “การปล่อยให้ค่าเงินดองอ่อนลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะช่วยให้เวียดนามค่อย ๆ ฟื้นความสามารถในการแข่งขันด้านการค้าในตลาดสหรัฐ” โดย BMI คาดว่าค่าเงินดองจะอ่อนแตะระดับ 27,000 ต่อดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2568
ธนาคาร Maybank ประเมินว่าค่าเงินดองจะอ่อนลงสู่ 26,600 ต่อดอลลาร์ภายในเดือนธันวาคม จากระดับ 26,379 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และอาจอ่อนต่อเนื่องไปถึง 26,700 ในไตรมาสแรกปีหน้า
เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางเวียดนามยังไม่ตอบรับคำขอแสดงความคิดเห็น รวมถึงการติดต่อหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม ฟาม แท็ง ฮา รองผู้ว่าการ SBV ระบุว่า ธนาคารกลางจะยังคงบริหารค่าเงินดองอย่างยืดหยุ่น และใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดเงินตราต่างประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและควบคุมเงินเฟ้อ
กลยุทธ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยจีนเองก็เคยใช้วิธีเดียวกันในการปล่อยให้ค่าเงินหยวนอ่อนหลุดระดับ 7 ต่อดอลลาร์ในปี 2562 ระหว่างสงครามการค้ากับทรัมป์ในสมัยแรก
ท่าทีเอียงไปทางค่าเงินอ่อนของเวียดนาม ส่งผลให้ดองอ่อนค่าลงใกล้ที่สุดในรอบอย่างน้อยสองทศวรรษเมื่อเทียบกับค่าเงินบาท และอ่อนที่สุดนับตั้งแต่ปี 2557 เมื่อเทียบกับริงกิตมาเลเซีย
ฟาม ซวน ฮง ประธานสมาคมอุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้าโฮจิมินห์ กล่าวว่า “การอ่อนค่าของดองช่วยหนุนการส่งออกของเราอย่างมากในช่วงที่ผู้ประกอบการเวียดนามกำลังเผชิญภาษีจากสหรัฐ และช่วยบรรเทาต้นทุนการผลิต” โดยผู้ส่งออกหลายรายก็มีมุมมองสอดคล้องกันว่าค่าเงินที่อ่อนลงช่วยให้การขายสินค้าในต่างประเทศง่ายขึ้น
ในขณะเดียวกันประเทศเพื่อนบ้านบางแห่ง เช่น อินโดนีเซีย กำลังพยายามสกัดไม่ให้ค่าเงินอ่อนมากเกินไป โดยธนาคารกลางอินโดนีเซียมีการแทรกแซงในตลาดอย่างแข็งขันเพื่อควบคุมการอ่อนค่าของรูเปียห์
การส่งออกคิดเป็นสัดส่วนราว 90% ของจีดีพีเวียดนาม โดยมีการส่งออกไปยังสหรัฐ คิดเป็นถึง 1 ใน 5 ของเศรษฐกิจทั้งหมด
ธนาคารโลก (World Bank) เมื่อช่วงต้นเดือนนี้ ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจเวียดนามปี 2568 ลงเหลือ 6.6% จากเดิม 6.8% เนื่องจากคาดว่าการส่งออกไปสหรัฐจะอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกของเวียดนามในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 14.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สู่ระดับ 43.39 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 15.5%
ฮั่น เต็ง ชัว นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ DBS Bank ระบุว่า ความเสี่ยงยังเอนเอียงไปทางการอ่อนค่าของดอง หากปัจจัยพื้นฐานภายนอกอ่อนแรงลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้คาดว่าค่าเงินดองจะฟื้นตัวได้บ้างในช่วงปลายปีตามดอลลาร์ที่อ่อนลงเมื่อเฟดผ่อนคลายนโยบายการเงิน แต่การที่เวียดนามพึ่งพาการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐในสัดส่วนสูง ยังคงทำให้ค่าเงินดองเปราะบางต่อแรงกดดันจากภายนอก
อ้างอิง : bloomberg.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- (16 ก.ย. 68) “เวียดนาม” วอน “สหรัฐ” ทบทวนคำสั่งแบนสัตว์น้ำ หวั่นเสียหาย 500 ล้านดอลลาร์/ปี
- (12 ก.ย. 68) เจาะลึก ตลาดหุ้นเวียดนาม ฟองสบู่กำลังจะแตกจริงหรือ
- (8 ก.ย. 68) “ธนาคารโลก” หั่นคาดการณ์ “GDP เวียดนาม” ปี 68 เหลือ 6.6% ผลภาษีสหรัฐกดดันส่งออก
- (3 ก.ย. 68) “หุ้นเวียดนาม” ร้อนแรง ต่างชาติรีบเทขาย 1.5 พันล้านดอลลาร์ หลังเงินดองอ่อนค่าสุดในอาเซียน