เปิดบ้านพ่อครู ชวนคนดูลงหม้อ ถอดคาถา ‘เขมจิราต้องรอด’ ร่ายมนต์เสน่ห์ยังไงให้โดดเด่นในยุคซีรีส์ BL ล้นจอ !
“มีแต่คนเตือนให้ระวังนู่นนี่ แต่ไม่มีใครเตือนให้ระวังเขมจิราต้องรอดเลย” นาทีนี้ไม่ว่าเราจะหันไปทางไหน ก็เจอแต่กระแสซีรีส์เรื่องเขมจิราต้องรอดเต็มไปหมด จนกลายเป็นซีรีส์ที่คนต่างพร้อมใจกันมาดูและเป็นที่น่าจับตามองอย่างมากในเวลานี้ !
ด้วยความที่ซีรีส์ได้หยิบเอาความเชื่อที่ถูกจริตคนไทยมาเล่า จึงทำให้เกิดกระแสที่ดีตั้งแต่เริ่ม เกี่ยวกับเรื่องราวของ “เขม” (รับบทโดย น้ำปิง นภัสกร) ที่โดนคำสาปว่าจะต้องเสียชีวิตก่อนอายุ 21 ปี เขาจึงได้ไปขอความช่วยเหลือกับ “พ่อครูภรัณ” (รับบทโดย เก่ง หฤษฎ์) หมอธรรมย่านอุบลฯ จาก “รำพึง” (รับบทโดย กรีน อัษฎาพร) ผีสาวที่ตามอาฆาตแค้น เขาจึงต้องทำทุกทางเพื่อให้พ่อครูยอมช่วยเหลือเขาให้ได้
แม้ในปัจจุบันตลาดซีรีส์ BL จะการแข่งขันสูง แต่ “เขมจิราต้องรอด” กลับสร้างความแตกต่างและลบภาพจำเดิม ๆ ของซีรีส์ BL ผ่านพล็อตเรื่องที่เข้มข้นและพลังของ Soft Power ไทย จนกลายเป็นที่พูดถึงอย่างล้นหลาม สังเกตได้จากการพูดถึงบนโซเชียลมีเดียที่พาซีรีส์ติดเทรนด์อันดับ 1 Thailand และติดอันดับ TOP5 Worldwide บน X จนถึงตอนนี้
วันนี้แอดเลยจะขอสวมบทเป็นพ่อครู ถอดคาถามหานิยม พาทุกคนไปหาคำตอบด้วยกันว่าทำไมซีรีส์ “เขมจิราต้องรอด” ถึงโดดเด่นในตลาดนี้ ถ้าพร้อมแล้วก็มาเปิดบ้านพ่อครูไปพร้อมกันเลย !
1. จากกระแสแฟนนิยายในตำนาน สู่ซีรีส์ที่ถอดคาแรกเตอร์มาแบบเป๊ะ ๆ !
หากพูดถึงนิยายที่ใคร ๆ ก็ต่างพากันยกขึ้นหิ้ง หนึ่งในนั้นจะต้องมีเรื่อง “เขมจิราต้องรอด” ที่เขียนโดยคุณ “คาลิ” อย่างแน่นอน ด้วยความนิยมที่ได้รับอย่างล้นหลาม การันตีโดยยอดผู้อ่านทะลุกว่า 11 ล้านครั้งบน Readawrite ทำให้เกิดฐานแฟนนิยายที่เหนียวแน่น และต่างตั้งตารอเมื่อได้รู้ว่าจะถูกนำไปทำเป็นซีรีส์ ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้เกิดกระแสตอบรับที่ดีตั้งแต่เริ่ม !
หลังจากสร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่าแฟนนิยายไปได้ไม่นาน ก็ทำให้ทุกคนต่างร้องว้าว เมื่อได้รู้ว่าคาแรกเตอร์หลักอย่างเขม พ่อครูภรัณ เจตนา และชาญวิทย์ จะรับบทโดย น้ำปิง เก่ง เฟิร์สวัน และเติ้ล (ตามลำดับ) ทำเอาแฟน ๆ ต่างพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า “นี่มันเหมือนหลุดออกมาจากนิยายชัด ๆ” เพราะทุกคนได้ถอดแบบทั้งหน้าตา รูปร่าง และคาแรกเตอร์ออกมาตรงตามนิยายเป๊ะ ๆ
ความพิเศษยังไม่หมดลงเท่านี้ เมื่อซีรีส์เขมจิราต้องรอด ได้คว้ารางวัล “Best Noticeable” จากเวที “Y UNIVERSE AWARDS 2024” ไปครองตั้งแต่ซีรีส์ยังไม่ออกอากาศ ! ซึ่งเป็นรางวัลที่ถูกมอบให้กับซีรีส์ที่น่าจับตามองและเป็นที่พูดถึงในขณะนั้น ทำให้ไม่เพียงแค่มีแฟน ๆ นิยายเท่านั้นที่ตั้งตารอ แต่แฟน ๆ ทั่วไปก็ต่างรอลุ้นว่าซีรีส์จะออกมาเป็นอย่างไรเหมือนกัน
2. ลบภาพจำซีรีส์ BL ที่ไม่ได้มีแค่เรื่องรัก ผ่านงานภาพและโปรดักชันจัดเต็ม !
แน่นอนว่าในยุคที่ตลาดซีรีส์ BL เติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เขมจิราต้องรอดโดดเด่นขึ้นมา ก็คือสเกลโปรดักชันที่ใหญ่พอ ๆ กับภาพยนตร์ และความประณีตด้วยงานภาพ แสง สี การจัดฉาก จนใคร ๆ ก็ต่างยกนิ้วให้ !
ทีมงานลงแรงเต็มที่ในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านของพ่อครูภรัณขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ตรงตามนิยายและสะท้อนวิถีชีวิตแบบอีสานให้ได้มากที่สุด พร้อมงานภาพที่ให้ความรู้สึกถึงความเป็น Cinematic กับบรรยากาศที่ชวนขนลุก ทำให้ซีรีส์สามารถมอบอารมณ์ความลุ้นระทึกและน่าติดตามกว่าที่เคยมีมา
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ นี้เอง เขมจิราต้องรอดจึงพิสูจน์ให้เห็นว่าซีรีส์ BL สามารถก้าวข้ามกรอบเดิม ๆ และเล่าเรื่องในแนวทางที่หลากหลายได้ หากใครที่กำลังมองหาซีรีส์พล็อตน่าติดตามและงานสร้างแบบจัดเต็ม ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด !
3. ผลักดัน Soft Power ไทย ผ่านวัฒนธรรมและความเชื่อคนอีสาน
มาเยือนถึงเมืองอุบลฯ ทั้งที ก็ไม่พลาดที่จะหยิบยกความเชื่อไทยโบราณและวัฒนธรรมของภาคอีสานมาเล่า โดยทีมงานได้ลงพื้นที่จริง เพื่อเข้าไปศึกษาและทำความเข้าใจความเชื่อต่าง ๆ จากคนในท้องถิ่น
ซึ่งนอกจากความเชื่อเรื่องเจ้าป่าเจ้าเขาที่เราเห็นได้จากในซีรีส์ ยังมี “พิธีช้อนขวัญ” หรือที่ชาวอีสานเรียกว่า “ส่อนขวัญ” เป็นพิธีกรรมเก่าแก่ที่สะท้อนความเชื่อเรื่องขวัญของคนไทย และ “พิธีบวงสรวงบูชาฟ้าดิน” ซึ่งเป็นประเพณีที่จัดเพื่อความเป็นสิริมงคล เกื้อหนุนชีวิตและชุมชน โดยเชื่อมโยงมนุษย์กับพลังแห่งฟ้าและดิน ก็ถูกหยิบมาเล่าโชว์ความเป็น Soft Power ไทยให้ออกไปสู่สายตาชาวต่างชาติได้อย่างน่าสนใจจริง ๆ
4. ต่อยอดกระแสผ่าน Busking และ Merchandise ขับรถแห่กลางกรุงฯ โปรโมตแบบไทย ๆ
แม้จะเริ่มเป็นที่พูดถึงมาตั้งแต่ซีรีส์ยังไม่ออกอากาศ แต่เขมจิราต้องรอดก็สร้างกระแสอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่จัดงาน “รับขวัญเขมจิรา” เปิดตัวซีรีส์ ชวนแฟน ๆ มารับชมอีพีแรกก่อนใคร พร้อมฝากตัวกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ จนทำให้ซีรีส์เรื่องนี้เริ่มเป็นที่พูดถึงมากขึ้นก่อนวันออกอากาศจริง
ต่อด้วยการจัด Busking หลังจากซีรีส์ออนแอร์ทันทีแบบไม่รอใคร ! ผ่านการโปรโมตแบบไทย ๆ ขับรถแห่ทักทายแฟน ๆ ใจกลางเมือง ซึ่งทำให้เกิดกระแสไวรัลจากความเป็นกันเองของเหล่านักแสดงที่แฟน ๆ เอาไปพูดถึงกันเต็มทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น ปรากฎการณ์ความหล่อตะลึงของพ่อครู (เก่ง หฤษฎ์) ความน่าเอ็นดูของเขม (น้ำปิง นภัสกร) กระแสไวรัลการร้องเพลงที่คั่นหนังสือของชาญวิทย์กับเจตนา (เติ้ล มติมันท์ และ เฟิร์สวัน วรรณกร) สกิลการเมาท์ฉ่ำของเขมมิกา (เจนิส เจณิสตา) และความน่ารักของชยศ (ปัง พิรุฬห์วัฒน์)
นอกจากนี้ ยังได้ปล่อย Merchandise คอลเลกชันสุดพิเศษจากซีรีส์ ที่ทำให้แฟน ๆ รู้สึกอินมากกว่าเดิม จัดเต็มทั้งการ์ดสุ่ม กระเป๋า เทียนหอม กระติกน้ำ เสื้อ ไปจนถึงเครื่องรางพ่อครู ชาร์ม และกำไลหิน จังหวะนี้ใครที่อยากถวายตัวเป็นศิษย์พ่อครู ต้องจัดแล้ว !
ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นว่า “เขมจิราต้องรอด” สามารถสร้างกระแสและทำให้ใคร ๆ ก็ต่างพูดถึงซีรีส์จนถึงทุกวันนี้ ทำให้เกิดการรวมตัวแบบ(ไม่)ได้นัดหมายจากทุกด้อม และสร้างปรากฏการณ์ที่ใคร ๆ ก็อยากลงหม้อพ่อครูไปพร้อมกัน ใครที่ยังไม่ได้ดู ต้องรีบตามไปดูได้ทุกวันเสาร์เวลา 21.30 น. ทางช่อง one31 หรือดูย้อนหลังได้ที่ iQIYI เวลา 22.30 น. กันแล้วนะคร้าบ