“ตูมตาม” ฟาดเรตติ้งจอแก้ว-โกยรายได้จอเงิน “คายอ้อ” แตะ 80 ล้าน - เผยชื่อแฟนด้อม
“ตูมตาม” ฟาดเรตติ้งจอแก้ว-โกยรายได้จอเงิน “คายอ้อ” แตะ 80 ล้าน ภูมิใจมากสมศักดิ์ศรี 15 ปีในวงการเป็นนักแสดง - เผยชื่อแฟนด้อม
มาแรงไม่หยุด! ขึ้นแท่นพระเอกเรตติ้งปังแห่งปี สำหรับตูมตาม ยุทธนา กับบทบาท “พังคี” ในละคร ผาแดงนางไอ่ ที่แรงจนกลายเป็นกระแสสนั่นโซเชียล แถมยังติดเทรนด์ และภาพยนตร์ “คายอ้อ” ที่ล่าสุดรายได้แตะ 80 ล้าน สะท้อนความสำเร็จที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เพราะความตั้งใจของเจ้าตัวตลอด 15 ปีในวงการ
ล่าสุดเจ้าตัวเปิดใจในงานเปิดตัวซีรีส์ “ความลับใต้เสื้อกาวน์” ที่จัดโดยกองทุนพัฒนาสื่อฯ ร่วมกับแพทยสภา ซึ่งตูมตาม มาร่วมในฐานะนักแสดง พร้อมอัพเดตชีวิตทั้งเรื่องงาน ครอบครัว และความในใจต่อความสำเร็จที่เข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว
ขึ้นแท่นเป็นพระเอกละครเรตติ้งอับดับ1?
“น้อมรับครับ(ไม่ปฏิเสธเลย?) ไม่ปฏิเสธครับ คือมันดีใจด้วยแหละ คือจริงๆ เราไม่ได้ตั้งความคาดหวังไว้กับตรงนี้ แต่เราก็ทำงานกันอย่างเต็มที่แล้วครับ เพียงแค่ว่าด้วยเหตุผลและปัจจัยของมันในเรื่องของงานมันเต็มที่มากๆ และได้รับการตั้งใจจากทุกฝ่ายจริงๆ เรารู้สึกได้ตั้งแต่ทำงานแล้วครับ”
เรารู้เลยไหมตั้งแต่ถ่ายทำแล้วว่าเรื่องนี้มันมา คนน่าจะชอบ?
“ประเมินได้ด้วย จริงๆ แล้วประเมินได้จาก 1. ความที่เป็นตำนาน ผาแดงนางไอ่ ผมถือว่ามันเป็นอะไรที่ดัง มันเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้จักอยู่แล้ว หรือว่าอยู่ในพื้นที่ของคนอีสาน แทบจะทั้งหมดเลย ทุกคนจะรู้จักตำนานนี้ ซึ่งเรามีกำลังหลักของคนที่รอดูเรื่องนี้ในเวอร์ชั่นที่เป็นละครอยู่แล้ว มันก็เลยค่อนข้างประเมินได้ว่าอย่างน้อยๆ คนที่ดูทุกคนก็จะอยากดูอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราจะต้องทำให้ดีที่สุดก็คือเมื่อเขาได้รู้แล้ว มันไม่ควรจะผิดหวัง เราก็เลยวางแผนการทำงานอย่างดีมากๆ ทีมหลังบ้านวางแผนกันเก่งมากๆ แล้วนักแสดงทุกคนก็มาด้วยใจกับการทำงานนี้ ทุกคนมีความรักและศรัทธาในเรื่องนี้”
ตั้งแต่เล่นละครมาเป็นเรื่องแรกเลยไหมที่เรตติ้งพุ่ง?
“จำไม่ได้เหมือนกัน คือมันก็มีบ้างที่มันไปแตะจุดที่อันดับหนึ่งอันดับสอง ก็มีบ้าง แต่ก็ไม่ได้ยิงยาวขนาดนี้ แต่ว่าตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมภูมิใจอย่างหนึ่งมากกว่าในฐานะนักแสดงคือที่ผ่านมามันก็เป็นภาพขององค์รวม แต่ ณ ตอนนี้ต้องขอบคุณแฟนมากๆ มีด้อมด้วยนะครับ ชื่อด้อม “เมียงูเขียว” น่ารักมาก คนที่เชียร์พังคี แล้วสิ่งที่นอกเหนือจากบทจากเรื่อง ก็ขอบคุณมากๆ ที่เล็งเห็นในงานแสดงของผม ในงานที่ทุกคนชื่นชมในงานแสดง ก็ขอบคุณมากๆ”
แล้วยิ่งในยุคสมัยนี้คนไม่ค่อยดูทีวีแล้ว พอเรตติ้งพุ่งกระฉูดมันทำให้เราใจขึ้นไหม?
“ใช่ ดีใจมาก เพราะว่านอกเหนือจากคนที่ไม่ได้ดูทีวี หลายคนมานั่งเฝ้าจอดูจริงๆ มันเป็นอะไรที่เราเซอร์ไพรส์มากๆ แล้วมีหลายคนที่บอกว่าเราอยู่ในด้อมจีน ซีรีส์จีน คือผมดูซีรีส์จีนเพราะชอบมากๆ แล้วเขาบอกว่าช่วงนี้พักก่อนนะ ขอไปดูผาแดงนางไอ่ก่อน เราก็ดีใจ ก็ไม่รู้จะพูดยังไงก็ขอบคุณแล้วกันครับ ขอบคุณมากๆ แล้วก็จะบอกว่ายังมีเซอร์ไพรส์อีกเยอะครับ มันสนุกทุกตอนจริงๆ”
มันยังมีข้อถกเถียงว่าสรุปแล้วตำนานนี้มันคือจังหวัดไหนกันแน่?
“ก็เคลียร์ตรงนี้แล้วกันนะครับ คือจริงๆ ในละคร หรือแม้กระทั่งในอดีตที่มันเกิดเรื่อง ในยุคนั้นก็คงยังไม่มีการแบ่งแยกจังหวัด มาเป็นพื้นที่ติดต่อกัน ซึ่งเหตุการณ์ที่เราสร้างขึ้นมาหรือทำตามขึ้นมาจากตำนาน เราก็อิงตามเรื่องตำนานเป็นหลัก แต่เรื่องสถานที่ เราอาจจะไม่สามารถยืนยันได้จริงๆ แต่ว่าเราต้องเลือกเฉยๆ ว่าเราจะให้เกิดขึ้นตรงไหน เพื่อที่จะให้การสื่อสารในเนื้อหาของละครมันชัดเจนขึ้นเฉยๆ แต่จริงๆ แล้วมันก็คือแผ่นดินแถบอีสานฝั่งนั้นแหละ แล้วบึงก็เป็นบึงใหญ่มาก บึงมันยาวไปถึงฝั่งอุดร มันต่อเนื่องกันครับ เมื่อก่อนอาจจะไม่มีการแบ่งแยกเป็นจังหวัด พอเรามาแบ่งจังหวัดทีหลังก็รู้สึกว่า เรื่องนี้เป็นของจังหวัดนี้หรือเปล่า แต่สุดท้ายมันก็เป็นของคนอีสานบ้านเรานี่แหละครับ”
ได้เข้าไปเช็กฟีดแบ๊กไหม?
“ก็มีแค่เขาถกเถียงกันว่ามันเกิดที่นี่หรือเปล่า เขาก็เอาหลักฐานมาคุยกัน ก็จะบอกว่าใช่ครับ จริงๆ พูดได้หมดเลยครับ จะบอกว่าอยู่สกลก็ใช่ จะบอกว่าอยู่อุดรก็ใช่ เพราะว่าเรื่องมันคาบเกี่ยวกัน มันมีเหตุการณ์ที่มันแบบว่าถ้ามองในมุมประวัติลึกๆ เข้าไป มันมีเกิดเหตุตรงนั้นตรงนี้มากมาย เราแค่จับมารวมกันเพื่อทำงานต่อในฐานะของละครได้ง่ายขึ้น”
รู้สึกยังไงบ้างกับการที่หยิบละครเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วทำให้คนรื้อฟื้นประวัติ?
“ก็ได้ความรู้ด้วย จริงๆ แล้วรู้สึกว่าดีใจแทนคนอีสานด้วยครับ ดีใจแทนคนที่อยู่กับตำนานเหล่านี้ ดีใจกับคนที่มีความเคารพศรัทธาด้วย เพราะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคนได้เข้าใจมากขึ้นว่า เรื่องราวตำนานเหล่านี้เป็นยังไง ทั้งฝั่งอีสานของเรามีสถานที่เที่ยว มีอะไรต่างๆ นานาที่เป็นตำนานมากมายขนาดไหน โดยที่อาจจะไม่ได้อยู่ในมุมมองของความเชื่อก็ได้ มันมีพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นอยู่เยอะมากๆ และนักแสดงเองก็ไปทำงานก็ยังได้ไปเจอว่ามันมีหลักฐานจริงๆ ในบางเรื่อง ก็น่าสนใจมากๆ ผมว่ามันเป็นที่เที่ยวแลนด์มาร์กใหม่ได้เลยครับ”
อีกหนึ่งตำแหน่งว่าที่พระเอกร้อยล้าน ถึงหรือยังมีการเช็กบ้างไหม?
“เช็กล่าสุดเหมือน เขาบอกว่าแตะ 80 แล้วครับ ก็เลยรู้สึกแบบว่าดีใจด้วย ดีใจกับพี่โจด้วย ดีใจกับนายทุนและนักแสดงทุกท่านด้วย ผมก็เป็นส่วนประกอบหนึ่งเล็กๆ ในการที่ได้ร่วมโปรเจ็กต์นี้ และเห็นความตั้งใจ ผมรู้สึกว่ามันเป็นคำขอบคุณสำหรับความตั้งใจของทุกคน คำขอบคุณสำหรับความตั้งใจที่ยิ่งใหญ่ของผู้สร้างด้วย เพราะว่าจริงๆ แล้วอย่างที่พี่โจพูด อย่างที่พี่ใหม่พูดว่าเขาทุกคนมีเจตนาดีเหมือนกัน โชคดีที่ว่าทุกคนมีเจตนาเดียวกันว่าอยากจะถ่ายทอดเบื้องหลังเหล่านี้ไปสู่ทุกคน และมันเป็นตัวแทนของหมอลำของอีสาน จะไปสู่สายตาคนอื่นอย่างเข้าใจได้เท่ากัน เพราะฉะนั้นผมเลยรู้สึกว่า ถ้าคนดูสนุกพวกเราก็มีความสุขครับ ให้คนดูรู้สึกว่าได้ประโยชน์ หรือว่ามีความสุขกับงาน เรื่องรายได้มันตามมาทีหลัง แต่ว่าสุดท้ายแล้วก็ดีใจมากๆ ที่ทะยานไปสู่จุดนั้น”
ปีนี้ผลงานเราประสบความสำเร็จเลย?
“ดีใจมากครับ ผมก็ทำตัวไม่ถูก คือผมก็เริ่มใจอย่างหนึ่งว่า ตลอดระยะเวลา 15 ปี ในการดำรงชีพนักแสดง เรามีเป้าหมายที่สำคัญก็คือเรื่องนี้แหละว่า เราอยากจะเดินทางไปให้มันมาสู่จุดที่มันจะเป็นไปได้ เราจะพัฒนางานเราไปให้ดีที่สุด โดยที่ต่อให้ที่ผ่านมาการเดินทางมันจะเงียบแค่ไหน ก็ยังเดินต่อ ยังทำงานไปเรื่อยๆ ก็คิดว่าเดี๋ยววันหนึ่งก็ถึงเวลา ก็คงมีคนเห็นในศักยภาพของงาน วันนี้มันก็คล้ายๆ ว่าจะเป็นยังงั้น ก็เลยรู้สึกปลื้มใจไม่หาย รู้สึกว่าเป็นกำลังใจที่ดีมากในตัวของผมเองในการทำงานต่อไปว่า เราคิดถูกเราตัดสินใจถูก เราเลือกถูกมากๆ ที่เราจะเรียกตัวเองว่าเป็นคนทำงานอาชีพนักแสดง แล้วเราก็เลยแบบว่าพัฒนาต่อไปและจะเดินต่อไปอีก”
ให้กำลังใจตัวเองยังไง?
“คือมันมีความสุขอยู่ตลอด มีความสุขที่ได้ทำ แล้วเราก็ไม่กล้าเอาไปวางไว้ตรงที่ผลลัพธ์จะเป็นยังไง เพราะเราไม่ได้คิดว่าจะไปวางไว้ตรงนั้น เพราะว่าเราคาดเดาไม่ได้ ก็มีความสุขที่ได้ทำ ก็เลยทำทุกวันมันก็ยังมีความสุข และมันไม่ได้เหนือกว่าแรงอะไร และเราก็รู้สึกว่ามันฟินในฐานะความเป็นนักแสดง เมื่อเราเป็นนักแสดงแล้วมันฟิน มันมีความสุข ได้เรียนรู้เยอะแยะมากมาย จากการแสดง ผลลัพธ์จะเป็นยังไงมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าผลลัพธ์มันดีมันก็เป็นรางวัลแก่ใจเรา”
ถามเรื่องครอบครัวบ้างเป็นยังไงบ้างสำหรับตัวเล็ก?
“ตอนนี้เพิ่งสองขวบครับ(เริ่มซนเริ่มดื้อหรือยัง?) น่ารักขึ้นเยอะ หมายถึงว่ายิ่งโตยิ่งขี้อ้อน เขาเริ่มพูดเก่งขึ้น พัฒนาขึ้นทุกวัน อย่างเมื่อเช้าตื่นมา ก็บอกว่า ป่ะป๊าอยู่กับรินณาไหม พอเราบอกว่าปะป๊าต้องไปทำงานลูก เขาก็ตอบกลับมาว่า ปะป๊าอยู่กับรินณาดีกว่านะ คือใจบางไปเลย ก็เลยบอกว่าต้องไปทำงานแล้วเดี๋ยวรีบกลับมานะ เราก็มีบ่นกับอาหลีเหมือนกันว่า “บางวันออกไปทำงาน เราออกไปทำงานทั้งวันเลยแล้วลูกก็น่ารัก ลูกก็ต้องการความรักต้องการเวลาจากเรา แต่เราจะจำเป็นต้องทำงาน เหนื่อยจังเลย ไม่ทำได้ไหม” อะไรแบบนี้ ก็ไม่ได้อีก เพราะยังไงก็เพื่อเขา เราก็พยายามบาลานซ์ให้มากที่สุด”
แพ้ลูกอ้อนไหม?
“แพ้ แพ้อยู่แล้ว ลูกอ้อนสำหรับผมมันอาจจะไม่ใช่การที่เด็กคนหนึ่งอ้อนเรา แต่ผมกลับรู้สึกว่า ลูกเวลาเขาแสดงความรู้สึกอะไรของเขาเราจะเห็นมุมมองอย่างหนึ่งว่า โลกทั้งใบของลูก ณ ตอนนี้ คือพ่อแม่ และเวลาที่เราไม่อยู่ มันอาจจะเว้าแหว่ง แต่มันอาจจะไม่ได้ส่งผลอะไรมากเพราะปู่ย่าตายายก็รักเขา เขาก็คอยเลี้ยงดู และอาหลีเองก็อยู่กับลูกเต็ม 100% เราสลับอย่างนี้กันอยู่ตลอดในช่วงที่เริ่มทำงานกันครับ ก็เลยรู้สึกว่ามันเป็นความใจบางของเราเอง ที่บางครั้งเราก็รู้สึกผิดว่าไม่มีเวลามาก กลับไปก็พยายามกอด พยายามคุย พยายามรับฟัง อยู่กับเขาให้มากที่สุด”
พออยู่บ้านแล้วก็ให้เวลาลูก เต็มที่?
“เต็มที่ครับ ทุกวันนี้เลิกงานคือกลับบ้าน อยู่แล้ว เลิกงานกลับบ้านไปอยู่กับลูก ไปใช้เวลาอยู่กับลูกกับภรรยา”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ตูมตาม” ฟาดเรตติ้งจอแก้ว-โกยรายได้จอเงิน “คายอ้อ” แตะ 80 ล้าน - เผยชื่อแฟนด้อม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th