โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“พิชัย” กางแผน 6 ด้าน ดันนวัตกรรม หนุน SME ถอดไทยออกจาก Watch list สหรัฐ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 07 ส.ค. 2568 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2568 เวลา 06.37 น.

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ (คทป.) ร่วมกับ นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานภาครัฐกว่า 20 แห่ง เพื่อบูรณาการการขับเคลื่อนแผนพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักคือ ยกระดับนวัตกรรม เสริมความแข็งแกร่งให้กับ SMEs และผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นายพิชัย กล่าวว่า ทรัพย์สินทางปัญญาถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะในมิติเศรษฐกิจและการต่างประเทศ หากประเทศไทยมีระบบนิเวศด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์ จะช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยได้

แผนขับเคลื่อน 6 ด้าน ยกระดับนวัตกรรมไทย

ที่ประชุม คทป. ได้กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายในระยะสั้น กลาง และยาว พร้อมมอบหมายให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาดำเนินการยกระดับขีดความสามารถด้านนวัตกรรมของไทยตามกรอบดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index: GII) โดยมีแนวทางขับเคลื่อน 6 ด้าน ได้แก่

1.การใช้ประโยชน์งานวิจัยและการลงทุนด้านนวัตกรรม

2.การเพิ่มมูลค่านวัตกรรมด้วยความคิดสร้างสรรค์และทรัพย์สินทางปัญญา

3.การพัฒนานวัตกรรมผ่านกลไกทางการเงินและตลาดทุน

4.การส่งเสริมการขยายผลและการใช้ประโยชน์นวัตกรรม

5.การพัฒนาวิสาหกิจฐานนวัตกรรมและกำลังคนรุ่นใหม่

6.การบริหารจัดการข้อมูลนวัตกรรม

นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายหลักในการสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs โดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ ที่ประชุมจึงได้เห็นชอบ แผนพัฒนาด้านทรัพย์สินทางปัญญา พ.ศ. 2569–2570 ซึ่งจะมีการบูรณาการการทำงานเชิงรุกในด้านต่างๆ ทั้งการพัฒนากฎหมาย การป้องปรามการละเมิด การให้บริการภาครัฐ และการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน

การดำเนินการเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะช่วยป้องกันและแก้ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางสำคัญในการทำให้สหรัฐอเมริกาพิจารณา ถอดไทยออกจากบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List) ตามกฎหมายการค้ามาตรา 301 พิเศษอีกด้วย

การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้แข็งแกร่ง ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน การลงทุน และขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...