โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อนุรักษ์ป่า-ฟื้นฟูแหล่งต้นน้ำ พระราชปณิธานอันแรงกล้า ในพระทัยพระพันปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ต.ค. 2568 เวลา 07.27 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2568 เวลา 02.01 น.

“พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า” พระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่พระราชทานแก่ราษฎรบ้านถ้ำติ้ว อ.ส่องดาว จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2525

นับเป็นพระราชดำรัสที่สะท้อนถึง “พระราชปณิธาน” อันแรงกล้าของพระองค์ ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าสร้างพลังใจให้ฮึกเหิม เพื่อช่วยกันดูแลรักษาและป้องกันผืนป่าประเทศไทย ให้มีความอุดมสมบูรณ์ คงไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติอย่างยั่งยืน

แม้พระราชดำรัสจะผ่านมาแล้วถึง 43 ปี แต่ความหมายที่ลึกซึ้งยังคงตรึงในหัวใจของคนไทยทั้งชาติ และยังสามารถนำมาปฏิบัติดีปฏิบัติชอบได้จนถึงปัจจุบัน

เพราะ “ผืนป่า” เป็นแหล่งต้นน้ำอันสำคัญที่จะช่วยคลายความยากไร้ และยกระดับให้ราษฎรของพระองค์มีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ดี กินดี อากาศดี สุขภาพดี

ซึ่งนำมาถึง “พระราชเสาวนีย์” ของสมเด็จพระพันปีหลวงที่ทรงให้จัดตั้ง “โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” อันหลากหลาย ที่กระจายการพัฒนาไปในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาดินเสื่อมโทรม ขจัดความแห้งแล้งตามธรรมชาติ ทั้งช่วยสร้างอาชีพและให้ราษฎรของพระองค์สามารถพึ่งพาตนเองได้

ตามแนวทางคนอยู่ร่วมกับป่าได้ ด้วยการเกื้อกูลกันและกัน

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ มีโครงการพระราชดำรินับร้อยนับพันนับหมื่นที่เกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินนี้ แผ่นดินของแม่ที่มาจากพระราชปณิธานแห่งการอนุรักษ์ป่าและดูแลราษฎร

“ประชาชาติธุรกิจ” ขอหยิบยกตัวอย่างการอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติ ผ่านโครงการป่ารักน้ำ : คืนความชุ่มชื้นสู่ผืนดิน ที่กำเนิดขึ้นครั้งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ บ้านถ้ำติ้ว อ.ส่องดาว จ.สกลนคร ที่มาของพระราชดำรัสอันลึกซึ้ง

สมเด็จพระพันปีหลวงทรงตระหนักถึงปัญหาความเสื่อมโทรมของป่าไม้ สาเหตุของความแห้งแล้งและดินเสื่อมสภาพ ยังเป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพของราษฎรในพื้นที่ห่างไกล

ทั้งทรงเห็นความเหนื่อยยากของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงอุทิศพระองค์มาอย่างยาวนาน ในการแก้ไขปัญหาดิน และจัดหาแหล่งน้ำในท้องถิ่นทุรกันดาร

เป็นที่ทราบกันดีว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เผชิญกับปัญหาดินเค็มและดินปนทราย หลายพื้นที่ถูกทิ้งร้าง ไร้การพัฒนา พืชพันธุ์ไม่เติบโตตามธรรมชาติ

ราษฎรเองก็มักตัดต้นไม้ใหญ่ เพราะขาดความรู้และรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะต้นไม้ใหญ่ ล้วนมีมูลค่าและคุณค่าทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นไม้ประดู่ ไม้มะค่า ไม้แดง ฯลฯ

สมเด็จพระพันปีหลวงจึงมีพระราชดำริฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม ด้วยทรงตระหนักว่า การรักษาป่าให้ได้ยืนยาวนั้น ต้องสร้างความรู้สึกให้มีความรักและหวงแหนต่อสิ่งเหล่านั้น

“โครงการป่ารักน้ำ” จึงเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม ทั้งช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำในภาคอีสานได้ด้วย การรักษาแหล่งน้ำดังกล่าวไม่เพียงช่วยเหลือมนุษย์เท่านั้น แต่สัตว์ป่าก็ได้รับอานิสงส์ผลบุญไปด้วย

เป็นการสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ ฟื้นสภาพป่าที่เสื่อมโทรมบริเวณต้นน้ำลำธารให้กลับคืนสู่สภาพของป่าที่ช่วยกักน้ำ และดูดซับน้ำได้ดี ทำให้ป่าชุ่มชื้นตลอดเวลา

อีกโครงการคือ “บ้านเล็กในป่าใหญ่” ที่สมเด็จพระพันปีหลวง มีพระมหากรุณาธิคุณ “ส่งเสริมให้คนอยู่ร่วมกับป่า” โดยจัดตั้งโครงการในทุกภาคของประเทศ เพื่อให้ราษฎรผู้ยากไร้ในชนบท มีที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง ด้วยการมอบที่อยู่อาศัยและพื้นที่บริเวณรอบป่าสงวนแห่งชาติ ให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านร่วมกันดูแลและอนุรักษ์พื้นที่ป่าบริเวณดังกล่าว ทั้งยังช่วยป้องกันและแก้ปัญหาบุกรุกทำลายป่าไม้

“บ้านเล็กในป่าใหญ่” เกิดขึ้นโครงการแรก ณ บ้านห้วยไม้หก อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2534 และกระจายการพัฒนาไปในหลายพื้นที่ ทำให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และอยู่กับป่าได้อย่างมีความสุข

จาก “ต้นแบบ” ของการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน จาก อ.อมก๋อย สู่ดอยฟ้าห่มปก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และบ้านหนองห้า อ.เชียงคำ จ.พะเยา รวมถึงบ้านอุดมทรัพย์ อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร

ในภาคอีสาน อาทิ บ้านเล็กในป่าใหญ่ บ้านทันสมัย ต.มหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม ผานาง-ผาเกิ้ง บ้านผานาง ต.ผาอินทร์แปลง อ.วังสะพุง จ.เลย และบ้านน้อมเกล้า ต.บุ่งคล้า อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร เป็นต้น

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่พระองค์ทรงบุกเบิก และทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกร ด้วยเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ในการสร้างประโยชน์และพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้คนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ผ่านการอนุรักษ์ป่าและฟื้นฟูแหล่งต้นน้ำ อันเป็นแนวทางตามหลักสากล ที่ว่าด้วย CSR (Corporate Social Responsibility) ด้วยการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมีจริยธรรม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนุรักษ์ป่า-ฟื้นฟูแหล่งต้นน้ำ พระราชปณิธานอันแรงกล้า ในพระทัยพระพันปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...