โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ดาวโจนส์’ ลดลง 82.53 จุด หุ้นบริษัทชิปร่วง เจอผลกระทบภาษี-นโยบายการค้า

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 ส.ค. 2568 เวลา 16.21 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2568 เวลา 16.21 น. • The Bangkok Insight

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (11 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ "ดาวโจนส์" ลดลง 82.53 จุด เจอแรงฉุดจากราคาหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปรายใหญ่ร่วงล งก่อนถึงเส้นตายการเก็บภาษีนำเข้า และการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าที่กำหนดให้แบ่งรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายชิปในจีนให้กับรัฐบาลสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ล่าสุดอยู่ที่ 44,093.08 จุด ลดลง 82.53 จุด หรือ 0.19% ดีชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 6,397.74 จุด เพิ่มขึ้น 8.29 จุด หรือ 0.13% และดัชนีแนสแด็กที่ 21,509.81 จุด เพิ่มขึ้น 59.79 จุด หรือ 0.28%

ดาวโจนส์

หุ้นบริษัทชิป และบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ รายใหญ่ รวมถึง เอ็นวิเดีย และเอเอ็มอี พากันปรับตัวลงในวันนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าล่าสุดของสหรัฐ ก่อนครบกำหนดเส้นตายการระงับเก็บภาษีนำเข้าจากจีนในวันพรุ่งนี้ (12 ส.ค.)

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า บริษัทเหล่านี้ตกลงจะมอบรายได้ 15% จากการขายชิปคอมพิวเตอร์ขั้นสูงให้กับรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งเกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเริ่มออกใบอนุญาตให้ขายชิป H20 ของเอ็นวิเดียไปยังจีน

การขายเซมิคอนดักเตอร์เป็นประเด็นสำคัญ ในข้อตกลงระหว่างสหรัฐกับจีน ที่ลงนามเมื่อต้นปีนี้ และอาจกดดันความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศก่อนถึงเส้นตายข้อตกลงในวันพรุ่งนี้

บรรดานักลงทุนยังรอความชัดเจน เกี่ยวกับอัตราภาษีสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยประกาศไว้

นักลงทุนคาดว่า การเปลี่ยนแปลงล่าสุดที่เกิดขึ้นในธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และสัญญาณความอ่อนแอของตลาดแรงงาน อาจทำให้เฟดหันมาใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งเป็นความหวังหลักในตลาด

ส่วนรายงานเงินเฟ้อจากราคาผู้บริโภคที่จะออกมาในวันพรุ่งนี้ จะเป็นตัวกำหนดความชัดเจนให้กับนักลงทุน ซึ่งปัจจุบันคาดว่า เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยประมาณ 0.60% ภายในเดือนธันวาคมปีนี้

การประกาศผลประกอบการที่ดีกว่าคาดการณ์ ยังช่วยคลายความกังวลในตลาด และผลสำรวจรายเดือนของธนาคารแบงก์ ออฟ อเมริกา พบว่า การถือครองหุ้นกลุ่มเมกะแคป เป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอีกครั้ง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์:https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...