โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทรนด์ Pet Humanization จากสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัว ได้เปลี่ยนพฤติกรรมเจ้าของอย่างไร

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 16 ส.ค. 2568 เวลา 06.28 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2568 เวลา 06.28 น.
ภาพไฮไลต์

ทุกวันนี้ สัตว์เลี้ยงได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ จนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นสัตว์เลี้ยงหรือสมาชิกในครอบครัวเลือนหายไป

เมื่อเราใส่ใจกับอาหารการกินและสุขภาพของตัวเองมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งใส่ใจกับอาหารของเพื่อนรักสี่ขาของเรามากขึ้นเท่านั้น ทำให้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาจึงได้เกิดเทรนด์ที่เรียกว่า Pet Humanization หรือก็คือการปฏิบัติต่อสัตว์เลี้ยงเสมือนมนุษย์ ซึ่งกำลังส่งผลต่อพฤติกรรมการจับจ่ายและไลฟ์สไตล์ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงทั่วโลก

อีวอนน์ ซู ผู้จัดการทั่วไปของ Hill’s Pet Nutrition ไขปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ว่า เทรนด์ดังกล่าวได้เปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไปอย่างไร

ซูชี้ให้เห็นถึงข้อมูลทางสถิติที่น่าสนใจจากสำนักงานสำรวจสำมะโนประชากรของสหรัฐฯ ที่ระบุว่า ปัจจุบันจำนวนครัวเรือนที่มีสัตว์เลี้ยงแซงหน้าจำนวนครัวเรือนที่มีเด็กไปแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ได้แก่กลุ่ม Millennials และ Gen Z ที่เลือกจะมีสัตว์เลี้ยงแทนการมีลูก ทำให้สถานะของสัตว์เลี้ยงในบ้านถูกยกระดับความสำคัญขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ซูกล่าวเพิ่มเติมว่า เทรนด์การปฏิบัติต่อสัตว์เลี้ยงเหมือนคนในครอบครัวมีมานานแล้ว แต่รูปแบบได้เปลี่ยนไป เช่น การพัฒนาของของเล่นและกิจกรรมใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความผูกพันทางใจกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น

Pet Humanization เทรนด์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านสังคมและเศรษฐกิจ

ในเวลาเดียวกัน ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ พื้นที่ของสัตว์เลี้ยงในบ้าน ซึ่งในอดีตสุนัขอาจนอนนอกบ้าน ต่อมาก็เข้ามาในบ้าน และตอนนี้อยู่บนเตียงเดียวกับเจ้าของ

ซูอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ว่า เจ้าของยินดีที่จะลงทุนเพื่อความสุข ความสบาย และสุขภาพที่ดีของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ อุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ ไปจนถึงการจองคิวเสริมสวยตัดขนเป็นประจำ เพราะสำหรับบรรดาเจ้าของแล้วสัตว์เลี้ยงก็กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว

พร้อมกันนี้ เทรนด์ Pet Humanization ยังส่งผลโดยตรงต่อการเลือกซื้ออาหารสัตว์เลี้ยง จากเดิมที่เน้นเพียงส่วนผสมจากธรรมชาติ ตอนนี้ได้เปลี่ยนไปสู่แนวคิดที่ว่า อยากให้สัตว์เลี้ยงกินอาหารที่ดีเหมือนกับมนุษย์

"เราพบว่าเจ้าของกว่า 75 เปอร์เซ็นต์มักจะทำอะไรบางอย่างกับอาหารเม็ดของสัตว์เลี้ยงเสมอ อาจจะเป็นเรื่องง่ายๆ อย่างการเติมน้ำลงไปในอาหารเม็ด" ซูเล่า "พวกเขาทำสิ่งนี้เพราะต้องการแสดงความรักและอยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยง เพื่อชดเชยเวลาที่พวกเขาอาจไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน มันคือความรู้สึกของการได้เป็น 'พ่อแม่สัตว์เลี้ยง' ที่ดีที่สุด"

เช่นเดียวกับเทรนด์สุขภาพของคน ที่เริ่มมองว่าอาหารคือยาและเป็นตัวช่วยเสริมประสิทธิภาพร่างกาย เทรนด์นี้ก็เกิดขึ้นกับวงการอาหารสัตว์เช่นกัน จึงได้เกิดกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสูตรเฉพาะทางตรงกับความต้องการพิเศษของสัตว์เลี้ยงที่แตกต่างกัน ไปจนถึงอาหารสำหรับสัตว์ป่วยโดยเฉพาะ

"เรามีอาหารสูตรควบคุมน้ำหนักที่สัตว์เลี้ยงกว่า 96 เปอร์เซ็นต์ที่กินอาหารสูตรนี้ทุกวัน สามารถลดน้ำหนักได้สำเร็จใน 2 เดือน ซึ่งมักจะมีคนพูดติดตลกว่า 'ทำไมไม่มีอาหารแบบนี้สำหรับคนบ้าง' เหตุผลก็เพราะมนุษย์เราไม่ได้กินอาหารแบบเดิมซ้ำๆ ทุกวันนั่นเอง"

จากสัตว์เลี้ยงแปรเปลี่ยนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว

นอกเหนือจากเรื่องสุขภาพแล้ว อีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังมาแรงและจะทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ คือ ความยั่งยืน หรือ Sustainability โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ที่ใช้ปัจจัยด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและแบรนด์มากขึ้น"

ซูยกตัวอย่างว่ามีบางแบรนด์พัฒนาโปรตีนจากการหมัก (Fermented Protein) เพื่อนำมาใช้เป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์ ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้อย่างมีนัยสำคัญในอนาคต

สำหรับปรากฏการณ์ Pet Humanization ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า สัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นเพียงเพื่อนแก้เหงาอีกต่อไป แต่เป็นศูนย์กลางของความรักและความเอาใจใส่ที่ผลักดันให้เจ้าของมองหาสิ่งที่ดีที่สุด ทั้งในด้านโภชนาการ ไลฟ์สไตล์ และความเป็นอยู่ และยังคงเป็นตัวกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องต่อไป

ที่มา: Ipsos

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เทรนด์ Pet Humanization จากสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัว ได้เปลี่ยนพฤติกรรมเจ้าของอย่างไร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...