โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เงินบริจาค vs ค่าสนับสนุน แตกต่างกันอย่างไร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ส.ค. 2568 เวลา 15.25 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2568 เวลา 04.30 น.

ในสังคมไทย มักมีการใช้คำว่า “เงินบริจาค” (Donation) และ “ค่าสนับสนุน” (Sponsorship) สลับกันอยู่บ่อยครั้ง แต่หากพิจารณาตามหลักกฎหมายและการเงินแล้ว ทั้งสองคำนี้มีความหมายและผลทางภาษีที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสามารถยืนยันได้จาก กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ที่กำหนดชัดเจนว่า เงินบริจาคถือเป็นการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ขณะที่ค่าสนับสนุนมักจัดอยู่ในลักษณะ “ค่าใช้จ่ายเพื่อโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์”

แหล่งข้อมูลจาก กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ระบุชัดเจนว่า เงินบริจาค ถือเป็นการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ขณะที่ ค่าสนับสนุน ส่วนใหญ่มักถูกตีความเป็น “ค่าใช้จ่ายเพื่อโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์” ที่บริษัทหรือองค์กรนำมาใช้เพื่อสร้างประโยชน์กลับคืน

ในทำนองเดียวกัน ธนาคารกรุงไทย (KTB) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หากเป็นเงินบริจาคที่ถูกต้องตามเกณฑ์ โดยเฉพาะเมื่อทำผ่านระบบ e-Donation ผู้บริจาคสามารถนำยอดเงินดังกล่าวไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน หรือในบางกรณีสามารถหักลดหย่อนได้ถึง 2 เท่า เช่น บริจาคเพื่อการศึกษาและโรงพยาบาล ในขณะที่ค่าสนับสนุน แม้จะสามารถบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายธุรกิจได้ แต่ไม่ถือเป็นการบริจาคที่ใช้ลดหย่อนภาษีตามมาตรการของรัฐ

เงินบริจาค : “ให้เพื่อสังคม”

เงินบริจาค (Donation) หมายถึงการให้โดยปราศจากเงื่อนไขตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นเงินสด สิ่งของ หรือการให้บริการ (In-Kind Donation) จุดมุ่งหมายหลักคือการสนับสนุนสังคม ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา ศาสนา สาธารณสุข หรือการกุศลอื่น ๆ

ข้อได้เปรียบที่สำคัญคือ สิทธิทางภาษี โดยผู้บริจาคสามารถนำเงินไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น

– บริจาคเพื่อการศึกษา/โรงพยาบาล หักได้ 2 เท่า ของยอดบริจาค

– บริจาคทั่วไปผ่าน e-Donation หักได้เต็มจำนวนตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริจาค เพราะระบบ e-Donation มีการตรวจสอบและป้องกันการนำหลักฐานปลอมมาใช้【DDproperty†4】

นอกจากเรื่องภาษีแล้ว การบริจาคยังสะท้อนภาพลักษณ์ด้าน ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ขององค์กรได้อย่างชัดเจน

ค่าสนับสนุน : “ให้เพื่อการตลาด”

ค่าสนับสนุน (Sponsorship) แตกต่างออกไปตรงที่มักมีผลประโยชน์ตอบแทนกลับมา เช่น การขึ้นป้ายโลโก้ การโปรโมตชื่อบริษัท หรือการได้รับสิทธิพิเศษในกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง การสนับสนุนในลักษณะนี้มักถูกมองว่าเป็น การลงทุนทางการตลาด มากกว่าการกุศล

ในเชิงกฎหมายภาษี ค่าสนับสนุนจึงมักถูกจัดให้อยู่ในหมวด “ค่าใช้จ่ายเพื่อโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์” ไม่ใช่เงินบริจาค และไม่สามารถนำมาหักภาษีได้ในลักษณะเดียวกับเงินบริจาค แต่สามารถบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางธุรกิจได้ ซึ่งเหมาะกับบริษัทที่ต้องการ สร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือสังคม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบริจาค vs ค่าสนับสนุน แตกต่างกันอย่างไร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...