โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“กัมพูชา” รื้อโครงการเกตเวย์อินเทอร์เน็ตแห่งชาติ นักสิทธิเตือนเสี่ยงปิดกั้นเสรีภาพออนไลน์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 ต.ค. 2568 เวลา 14.19 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2568 เวลา 07.19 น.

"กัมพูชา" รื้อโครงการ National Internet Gateway ภายใต้รัฐบาลสมเด็จฮุน มาเนต มุ่งรวมศูนย์การสื่อสารออนไลน์ของประเทศ ผู้เชี่ยวชาญเตือนอาจเป็นเครื่องมือควบคุมข้อมูล-จำกัดเสรีภาพประชาชน

วันที่ 20 ตุลาคม 2568 เวลา 13.22 น.สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานอ้างเอกสารภายในรัฐบาลกัมพูชาว่า รัฐบาลมีแผนเริ่มดำเนินการสร้างโครงสร้างพื้นฐานหลักของศูนย์เกตเวย์อินเทอร์เน็ตแห่งชาติ (National Internet Gateway: NIG) ในปีหน้า ซึ่งถือเป็นการรื้อฟื้นโครงการที่หยุดชะงักไปนาน โดยผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าโครงการนี้อาจเพิ่มอำนาจรัฐในการควบคุมและตรวจสอบกิจกรรมออนไลน์ของประชาชน

ระบบ NIG ของกัมพูชาจะทำหน้าที่เป็น ศูนย์รวมเส้นทางข้อมูลอินเทอร์เน็ตทั้งหมดของประเทศ ผ่านเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลาง เพื่อให้รัฐบาลสามารถบล็อกเว็บไซต์ ควบคุมเส้นทางข้อมูล และตรวจสอบการสื่อสารออนไลน์ได้อย่างละเอียด

นักวิชาการบางรายเปรียบเทียบโครงสร้างนี้ว่า “คล้ายกับ Great Firewall of China” หรือกำแพงไฟควบคุมอินเทอร์เน็ตของจีน

รัฐบาลกัมพูชาเคยออกกฎรองรับการจัดตั้ง NIG ตั้งแต่ปี 2564 แต่กระทรวงไปรษณีย์และโทรคมนาคม (MPTC) ได้เลื่อนการดำเนินการออกไปโดยไม่ชี้แจงเหตุผล

ปัจจุบันโครงการดังกล่าวกลับมาเดินหน้าอีกครั้งภายใต้รัฐบาลของ สมเด็จฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีคนใหม่ซึ่งรับตำแหน่งต่อจาก สมเด็จฮุน เซน ในปี 2566
เอกสารของกระทรวงแผนการลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ที่มีชื่อว่า“Install and Manage National Internet Gateways” เปิดเผยรายละเอียดใหม่ โดยระบุว่า Telecom Cambodia และ MPTC จะเริ่มดำเนินการสร้างโครงสร้างพื้นฐานในปี 2569

ตามแผนดังกล่าว หน่วยงานทั้งสองจะจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการเกตเวย์อินเทอร์เน็ตแห่งชาติ (National Internet Gateway Management Center) เพื่อบริหารจัดการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของรัฐ ปกป้องความมั่นคง และรักษาระเบียบสังคม วัฒนธรรม และประเพณีของชาติ

แม้เอกสารระบุจังหวัดสำคัญ เช่น กรุงพนมเปญ และพระสีหนุ (ซึ่งเป็นจุดเชื่อมสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำของประเทศ 3 เส้น) แต่ยังไม่ชัดเจนว่าศูนย์บริหารดังกล่าวจะตั้งอยู่ที่ใด

ในเอกสารยังระบุว่ารัฐบาลมีแผนใช้เทคโนโลยี Big Data และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์และจัดการข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย องค์กรสิทธิมนุษยชนกัมพูชา Licadho เตือนว่าการจัดตั้ง NIG จะเป็นหายนะต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพราะจะยิ่งเปิดช่องให้รัฐบาลควบคุมพื้นที่ออนไลน์ที่เหลืออยู่น้อยนิด

นาลี พิโลร์จ (Naly Pilorge) ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ของ Licadho กล่าวกับ Nikkei Asia ว่า “เกตเวย์อินเทอร์เน็ตจะขยายอำนาจของรัฐบาลในการเข้าถึงและปราบปรามข้อมูลหรือบุคคลที่วิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเป็นการจำกัดเสรีภาพทางออนไลน์อย่างรุนแรง”

เอกสารระบุว่าโครงการมีงบประมาณเริ่มต้นเพียง 11.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับก่อสร้างและค่าแรงเจ้าหน้าที่ในศูนย์บริหาร พร้อมทั้งอยู่ระหว่างเจรจากับบริษัท Huawei ของจีน และพันธมิตรอื่น ๆ เพื่อจัดหาทุน

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญชี้ว่างบดังกล่าวเป็นเพียงเศษเสี้ยวของต้นทุนจริง เนื่องจากระบบลักษณะนี้ต้องใช้ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์เฉพาะทาง วิศวกรผู้เชี่ยวชาญ และระบบจัดเก็บข้อมูลที่มีความซับซ้อนสูง ซึ่งกัมพูชายังไม่มีศักยภาพดำเนินการได้ด้วยตนเอง

เหงียน ฟง ฮวง ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์แห่งมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย กล่าวว่า กัมพูชาอาจต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเปิดช่องให้พันธมิตรภายนอก เช่น วิศวกรจาก Huawei หรือรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง สามารถเข้าถึงข้อมูลภายในประเทศได้

ด้าน Huawei ปฏิเสธว่าไม่ได้ให้ทุนหรือมีส่วนร่วมในโครงการนี้ โดยระบุในอีเมลตอบกลับ Nikkei ว่า “Huawei Cambodia ไม่ได้ให้ทุนหรือบริการใด ๆ แก่โครงการ National Internet Gateway และไม่ได้มีแผนเจรจาใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้”

แม้รัฐบาลกัมพูชาพยายามจำลองโมเดลกำแพงไฟของจีน แต่ผู้เชี่ยวชาญอย่าง ชาร์ลส์ ม็อก (Charles Mok) นักวิจัยจาก Stanford University มองว่า“ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่อาจสร้างระบบแบบจีนได้เต็มรูปแบบ”

เนื่องจากจีนมีเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มในประเทศของตนเอง เช่น WeChat และ Alibaba ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ไม่มีตลาดใหญ่พอ หรือขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีเทียบเท่า

เขาเสริมว่า แนวโน้มการควบคุมข้อมูลในภูมิภาคนี้เริ่มเปลี่ยนไปสู่การใช้กฎหมายหลายฉบับควบคุมแทนระบบรวมศูนย์ ซึ่งในกรณีกัมพูชา รัฐบาลก็เพิ่งออกกฎหมายว่าด้วยข้อมูลส่วนบุคคล ความมั่นคงไซเบอร์ และอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าเป็นเครื่องมือจำกัดสิทธิดิจิทัล

โทบี เมนเดล ผู้อำนวยการองค์กรสิทธิมนุษยชน Centre for Law and Democracy ซึ่งเคยให้คำปรึกษารัฐบาลกัมพูชาในกฎหมายอินเทอร์เน็ตบางฉบับ กล่าวว่า “แนวคิดเรื่องเกตเวย์อินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่น่าเสียใจ เพราะจะเพิ่มต้นทุนให้ผู้ใช้งานและทำให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตลดลง ซึ่งขัดกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของกัมพูชาโดยสิ้นเชิง”

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วอาเซียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...