โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

นักวิจัยคาด ‘ไวรัส’ พบในเชื้อรา ทำให้การติดเชื้อรุนแรงยิ่งขึ้น

สวพ.FM91

อัพเดต 23 ส.ค. 2568 เวลา 14.52 น. • เผยแพร่ 23 ส.ค. 2568 เวลา 14.20 น.

เยรูซาเล็ม, 23 ส.ค. ซินหัว รายงานว่า — เมื่อวันพฤหัสบดี (21 ส.ค.) มหาวิทยาลัยฮิบรูแห่งเยรูซาเล็มรายงานว่าทีมนักวิจัยของอิสราเอลและเยอรมนีค้นพบไวรัสที่อาศัยอยู่ในเชื้อราแอสเปอร์จิลลัส ฟูมิกาตัส (Aspergillus fumigatus) ซึ่งมีพิษร้ายแรง สามารถทำให้เชื้อราชนิดนี้เป็นอันตรายต่อมนุษย์มากขึ้น เพราะไวรัสดังกล่าวช่วยให้เชื้อรามีความได้เปรียบในการอยู่รอดอย่างมีนัยสำคัญ

เชื้อราแอสเปอร์จิลลัส ฟูมิกาตัส เป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อราชนิดรุกรานส่วนใหญ่ในมนุษย์ และเป็นอันตรายถึงชีวิตโดยเฉพาะผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ โดยแม้จะมีการวิจัยมานานหลายทศวรรษ แต่อัตราการเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อราชนิดรุกรานที่มีสาเหตุจากเชื้อราแอสเปอร์จิลลัส ฟูมิกาตัส ยังคงสูงเกือบร้อยละ 50

ทีมวิจัยพบว่าไวรัสที่ซ่อนตัวอยู่ทำหน้าที่เสมือนตัวกระตุ้น ช่วยให้เชื้อราสามารถทนต่อความเครียด เช่น ความร้อนและภาวะออกซิเดชันในปอดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้ แต่เมื่อกำจัดไวรัสออกไป เชื้อราจะอ่อนแอลงมากจนสูญเสียความสามารถสืบพันธุ์อย่างมีประสิทธิภาพ ผลิตเมลานินที่เป็นเกราะปกป้องน้อยลง และสร้างความเสียหายน้อยลงในสัตว์ที่ติดเชื้อ และเมื่อรักษาด้วยยาต้านไวรัสเพื่อระงับไวรัสขณะติดเชื้อ อัตราการรอดชีวิตในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสูงขึ้น

ทีมวิจัยเรียกไวรัสที่ติดเชื้อราว่าไมโคไวรัส (mycoviruses) ไวรัสชนิดนี้ไม่ได้ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยโดยตัวมันเอง แต่มีอิทธิพลต่อความรุนแรงเมื่อเกิดการติดเชื้อรา โดยข้อมูลเชิงลึกนี้อาจเปลี่ยนแปลงวิธีการที่แพทย์ใช้รักษาการติดเชื้อราและปูทางสู่กลยุทธ์การรักษาใหม่ๆ พร้อมสรุปว่าการทำให้เชื้อราอ่อนแอลงด้วยการกำจัดไวรัสอาจช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและยาที่มีอยู่ในปัจจุบันมีโอกาสต่อสู้กับการติดเชื้อได้ดียิ่งขึ้น

อนึ่ง ผลการศึกษานี้ได้รับการเผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ ไมโครไบโอโลจี (Nature Microbiology)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...