โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

โซลาร์รูฟท็อปไทยยังโตต่ำ SCB EIC ชี้ 4 อุปสรรคใหญ่ฉุดการเติบโต

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 22 ส.ค. 2568 เวลา 18.09 น. • เผยแพร่ 23 ส.ค. 2568 เวลา 01.10 น.

ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในครัวเรือนของไทยยังคงเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ แม้กระทรวงพลังงานประเมินว่าประเทศไทยสามารถผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปได้รวมกว่า 121,000 เมกะวัตต์ แต่ข้อมูลในปี 2565 พบว่ามีการติดตั้งเพียง 1,893 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นเพียง 1.6% ของศักยภาพทั้งหมด สะท้อนว่าผู้บริโภคยังต้องเผชิญอุปสรรคสำคัญหลายด้านในการตัดสินใจลงทุนติดตั้ง

SCB EIC ได้เผยผลสำรวจเมื่อต้นปี 2568 จากกลุ่มตัวอย่าง 2,257 ราย พบว่า 80% ของผู้บริโภคมีความสนใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป แต่ยังไม่ได้ลงมือจริง ขณะที่มีเพียง 9% ที่ติดตั้งแล้ว และอีก 3% อยู่ระหว่างการติดตั้ง ส่วนกลุ่มที่ไม่สนใจเลยมี 8% ซึ่งชี้ให้เห็นว่าความสนใจมีอยู่สูง แต่ปัจจัยกีดขวางยังมีบทบาทสำคัญ

จากผลสำรวจพบอุปสรรคหลัก 4 ด้าน ได้แก่

  • ความยากในการตรวจสอบความน่าเชื่อถือและราคาของผู้ให้บริการติดตั้งที่ขาดมาตรฐานเทียบเคียง

  • ความซับซ้อนในการเลือกเทคโนโลยีและอุปกรณ์ เช่น ชนิดแผงหรืออินเวอร์เตอร์

  • ความยุ่งยากของขั้นตอนการขออนุญาตจากภาครัฐที่ต้องติดต่อหลายหน่วยงาน

  • ข้อจำกัดด้านเงินทุน โดยมากกว่า 50% ของผู้ติดตั้งต้องใช้เงินส่วนตัวในการลงทุนติดตั้ง

ในด้านความคาดหวังต่อภาครัฐ ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญสูงสุดกับการ อุดหนุนเงินติดตั้ง ตามมาด้วย สิทธิลดหย่อนภาษี และมาตรการหลังการติดตั้ง เช่น การเปิดรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในอัตราที่ใกล้เคียงราคาขายปลีก หรือการลดขั้นตอนการขออนุญาต

ขณะเดียวกัน ยังมีข้อเสนอให้สนับสนุนระบบโซลาร์ที่ผลิตโดยผู้ประกอบการไทย และการปลดล็อกให้เอกชนขายไฟฟ้าเข้าสู่โครงข่ายได้เสรี สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคต้องการ “แพ็กเกจนโยบาย” ที่ครบถ้วน ทั้งในมิติของต้นทุน การเข้าถึงระบบ และสิทธิประโยชน์หลังการติดตั้ง

สำหรับผู้ประกอบการติดตั้ง SCB EIC เสนอแนวทางสำคัญในการตอบโจทย์ลูกค้า ได้แก่ การสร้างความน่าเชื่อถือผ่านข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่โปร่งใส มีการรับประกันและบริการหลังการขาย การพัฒนาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือเช่าซื้อร่วมกับสถาบันการเงิน และการอำนวยความสะดวก เช่น ดำเนินการขออนุญาตแทนลูกค้าเพื่อลดความยุ่งยาก

ทั้งนี้ มาตรการภาครัฐยังเป็นตัวแปรหลัก โดยระยะสั้นสามารถสร้างระบบตรวจสอบคุณภาพผู้ติดตั้ง แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้วยเงินอุดหนุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงพัฒนา One-stop services เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการอนุญาต ขณะที่ระยะยาวควรบูรณาการเข้ากับแผนพลังงานชาติ เช่น การเปิดเสรีขายไฟฟ้า (Third party access) และการใช้ระบบ Net-metering เพื่อส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปอย่างแท้จริง การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการผลิตไฟฟ้าจากประชาชนจึงอาจเป็น “กุญแจสำคัญ” ในการปลดล็อกศักยภาพพลังงานสะอาดของไทย และผลักดันประเทศให้ก้าวสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...