โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

'แบงก์ชาติเอเชีย' แห่ลดดอกเบี้ยรับภาษีทรัมป์ คาด 'ไทย' อาจลดได้อีก 0.5%

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 22 ส.ค. 2568 เวลา 07.35 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2568 เวลา 07.44 น.

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานวันนี้ (22 ส.ค.68) ว่า บรรดาธนาคารกลางในเอเชียเริ่มปรับ "ลดอัตราดอกเบี้ย" ลงแบบเชิงรุกมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ และอาจมีธนาคารกลางอื่นๆ เข้าร่วมแนวทางนี้ด้วยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อรับมือกับผลกระทบจาก มาตรการภาษี ของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจในหลายประเทศ

ในสัปดาห์นี้ "อินโดนีเซีย" และ "นิวซีแลนด์" ได้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแบบเหนือความคาดหมาย ซึ่งตอกย้ำว่าธนาคารกลางของประเทศเหล่านี้กำลังเสริมปราการแนวรับป้องกันตนเองจากพิษสงครามการค้าของสหรัฐ ขณะที่ความสนใจกำลังมุ่งไปที่ "เกาหลีใต้" และ "ฟิลิปปินส์" ต่อในสัปดาห์หน้า เพื่อจับตาดูสัญญาณต่อเนื่องของการผ่อนปรนทางการเงินในเอเชีย

แม้ว่าโดยปกติแล้ว การลดดอกเบี้ยจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินในประเทศตามมาเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ แต่แนวโน้มการลดอัตราดอกเบี้ยของ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะมีขึ้นระหว่างการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐ (FOMC) ในปลายเดือนก.ย. ได้ช่วยบรรเทาความกังวลลงได้บ้าง

โฟกัสของทั่วโลกกำลังจับตาไปที่"เจอโรม พาวเวลล์" ประธานเฟด ซึ่งจะกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมที่แจ๊กสัน โฮล สหรัฐ ในคืนวันศุกร์นี้ประมาณ 3 ทุ่มตามเวลาในไทย ว่าจะมีการส่งสัญญาณผ่อนปรนทางการเงินใดๆ ออกมาหรือไม่ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงอยู่แล้วทำให้สกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในปีนี้

"แนวทางที่ชัดเจนคือ การผ่อนคลายนโยบายการเงิน" นาธาน ชีตส์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Citigroup ระบุในบันทึกสัปดาห์นี้ พร้อมเสริมว่าผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐจะกดดันทั้งเรื่องค่าจ้างและราคา

'มอร์แกน สแตนลีย์' คาดเอเชียเกิดระลอกคลื่นลดดอกเบี้ย

ทั้งนี้ การเติบโตของเศรษฐกิจทั่วเอเชียคาดว่าจะชะลอลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นี้ หลังจากที่สหรัฐบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) และภาษีรายเซกเตอร์ ในขณะที่แรงหนุนจากการเร่งส่งออกล่วงหน้าเพื่อตุนสินค้าไว้ก่อนก็เริ่มจางหายลงแล้ว

นักเศรษฐศาสตร์ของ Morgan Stanley ซึ่งเคยประเมินว่าอัตราภาษีศุลกากรที่สหรัฐจัดเก็บกับเอเชียจะพุ่งขึ้นเป็น 25% จากเพียง 5% เมื่อต้นปีนี้ คาดว่าจะเกิด "ระลอกคลื่นของการปรับลดอัตราดอกเบี้ย" โดย "ฟิลิปปินส์" อาจลดดอกเบี้ยเพิ่มอีก 1.25% ภายในปี 2569 ส่วน "เกาหลีใต้ ไทย ออสเตรเลีย มาเลเซีย และไต้หวัน" คาดว่าจะลดอีกประเทศละ 0.50%

ในสัปดาห์นี้ ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) เน้นย้ำว่าอุปสงค์ที่อ่อนแรงลงจะส่งผลกระทบต่อค่าจ้าง และกดดันราคา และส่งสัญญาณอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ในตอนแรก ส่วนการลดดอกเบี้ยแบบเซอร์ไพรส์ตลาดของธนาคารกลางอินโดนีเซียก็ทำให้ธนาคาร Goldman Sachs และ ANZ คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยระดับสูงสุด (terminal rate) สำหรับรอบวัฏจักรการลดดอกเบี้ยในปัจจุบันจะลดลง ในขณะที่ Citigroup ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป

การเปลี่ยนแปลงมุมมองความคาดหวังนี้ยังถูกสะท้อนผ่านตลาดการเงิน โดยสัญญาสวอประยะ 3 เดือนใน "ประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์" ต่างปรับตัวลดลงในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึง "แนวโน้มดอกเบี้ยขาลง" ที่เพิ่มขึ้น

ในฟิลิปปินส์ ตลาดสวอปส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเกือบ 40 จุดพื้นฐานในอีก 6 เดือนข้างหน้า เทียบกับสัญญาณในตลาดเดือนมิ.ย. ว่าการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพียง 10 จุดพื้นฐานในเดือนมิถุนายน ส่วนนิวซีแลนด์คาดว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยลง 0.43% ในช่วงเวลาดังกล่าว เทียบกับ 33 จุดพื้นฐานในเดือนมิถุนายน

ส่วนในฟิลิปปินส์ ตลาดสวอปส่งสัญญาณล่าสุดบ่งชี้ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเกือบ 0.4% ในอีก 6 เดือนข้างหน้า เมื่อเทียบกับสัญญาณเดือนมิ.ย. ซึ่งอยู่ที่เพียง 0.1% ส่วนในนิวซีแลนด์คาดว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยลง 0.43% ในช่วงเวลาดังกล่าว เทียบกับสัญญาณเดิมที่ 0.33%

เศรษฐกิจเอเชียแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นอย่างน่าประหลาดใจในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เนื่องจากการเจรจาการค้ายังคงสร้างความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง และการเร่งส่งออกก่อนภาษีศุลกากรจะเริ่มมีผลช่วยพยุงการส่งออกครึ่งปีแรก

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของจริงกำลังคืบคลานเข้ามาด้วยอัตราภาษีหลังการเจรจากับสหรัฐที่สูงขึ้น ซึ่งตามรายงานของธนาคาร OCBC ในสิงคโปร์ เตือนว่า "ไทยและเวียดนาม" น่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

"ในแง่ของการตอบสนองเชิงนโยบาย เราคาดว่าธนาคารกลางจะยังคงดำเนินการอย่างหนักผ่านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่การสนับสนุนทางการคลังจะยังคงเป็นแบบมุ่งเป้ามากขึ้น" ทีมนักเศรษฐศาสตร์ของ OCBC ระบุในบันทึกประจำสัปดาห์นี้ "โชคดีจากการเร่งตุนการค้าก่อนหน้านี้น่าจะสิ้นสุดลง และส่งผลกระทบต่อการเติบโตของการส่งออกต่อมา"

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...