โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘จตุพร’ อ่านภาษากายพ่อลูกชินวัตร แสดงออกถึงความมั่นใจ!

ไทยโพสต์

อัพเดต 23 ส.ค. 2568 เวลา 11.01 น. • เผยแพร่ 23 ส.ค. 2568 เวลา 04.01 น.

23 สิงหาคม 2568 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยระบุข่าวลือดีลอภิสิทธิ์ชนเจรจาให้รอดทั้ง 3 คดี ซึ่งมีคดีคลิปเสียงที่ศาล รธน.จะวินิจฉัยวันที่ 29 ส.ค. และคดีชั้น 14 ศาลฎีกานักการเมืองมีกำหนดอ่านคำตัดสิน 9 ก.ย.นี้ ส่วนคดี ม.112 ของทักษิณ ชินวัตร ศาลอาญาชั้นต้นตัดสินยกฟ้องไปแล้วเมื่อ 22 ส.ค. นายจตุพร ระบุว่าเมื่อทักษิณ รอดคดี ม.112 โดยศาลอาญายกฟ้องเหตุคลิปสัมภาษณ์นักข่าวเกาหลีใต้ในปี 2558 ถูกตัดต่อ และอัยการไม่มีคลิปฉบับเต็มมาเป็นหลักฐานยืนยันคำฟ้องในชั้นศาล จึงเป็นเหตุสำคัญให้ศาลยกคำฟ้อง รวมทั้งอัยการให้ปากคำต่อศาลไม่ประสงค์จะฟ้องคดีมาตั้งแต่ต้น ซึ่งสะท้อนว่าการฟ้องคดีทักษิณ ม.112 เกิดจากแรงกดดันของสังคม ดังนั้น อัยการจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่จึงต้องติดตาม อย่างไรก็ตาม ทักษิณ คงยื่นขอศาลถอนคำสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และให้คืนหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่ยึดไว้ ซึ่งไม่รู้ว่า ทักษิณใช้หนังสือเดินทางประเทศไทยหรือของประเทศใด แต่สิ่งสำคัญเมื่อพ้นพันธนาการคดี ม.112 แล้ว ย่อมเป็นอิสระและมีเสรีเดินทางไปประเทศใดทั้งโลกได้ ส่วนนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายของทักษิณ ยืนยันว่า ทักษิณ ไม่เคยหนีคดีชั้น 14 และจะเข้าฟังคำตัดสินของศาลฎีกานักการเมืองวันที่ 9 ก.ย.แน่นอนนั้น นายจตุพร กล่าวว่า เอาเถอะไม่หนีก็ไม่หนี เอาที่สบายใจ แต่ 17 ปีที่อยู่ต่างประเทศถือว่าไปธุดงค์แล้วกัน "ส่วนวันที่ 9 ก.ย. จะมาศาลหรือไม่ อะไรก็เกิดขึ้นได้กับเหตุการณ์ครั้งหน้า กระทั้งคดีนายกฯ อุ๊งอิ๊ง มีโอกาสรอด (คดีคลิปเสียงในศาล รธน.) ก็เป็นไปได้ หรือทักษิณ ไปฟังคำพิพากษาวันที่ 9 ก.ย. ซึ่งนาทีนี้ก็เป็นไปได้แล้ว" นายจตุพร กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ต้องติดตามและวิเคราะห์แต่ละบริบทเหตุการณ์ เพราะเมื่อประเมินยังมีช่องทางอื่นใดตามดุลยพินิจหลบเลี่ยงได้อยู่ ดังนั้นโอกาสนายกฯ อุ๊งอิ๊ง รอดคดียัง 50 ต่อ 50 แต่สิ่งน่าติดตามคือจะบริหารบ้านเมืองต่อหรือไม่ สิ่่่งสำคัญเรื่องราวที่ทักษิณ เดินทางกลับไทยครบ 2 ปีในวันที่ 22 ส.ค.นี้ ซึ่งยังเต็มไปด้วยดีล หากไม่มีดีลตำแหน่ง รมว.กลาโหม คงตั้งไปแล้ว แต่ยังปล่อยเว้นว่างรออดีตทหารใหญ่บางคนได้ในยามเกิดสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นสถานการณ์หนึ่งชี้ถึงความผิดปกติ "ถ้าดูภาษากายและการแต่งตัวแล้ว แสดงถึงความมั่นใจ ซึ่งย่อมไม่ธรรมดา แต่ในอนาคตจะมีจุดจบไม่ธรรมดาหรือไม่ หรืออภิสิทธิ์ชนจะมีจุดจบเช่นใด อย่างไรก็ตามยังเหลือคดีอีก 2 คดี แต่ถ้ารอดทั้ง 3 คดีแล้วประชาชนต้องคิดอ่านกัน เพราะหลายเรื่องไม่ได้เป็นไปอย่างปกติ" พร้อมประเมิน 2 ทางลือกน่าจะเป็นในคดีศาล รธน.ว่า ถ้าคำตัดสินในวันที่ 29 ส.ค.นี้ ศาลให้รอดคดี และหากนายกฯ ลาออก ซึ่งไม่สมเหตุสมผลนัก แต่สิ่งที่เป็นไปได้คือ ทักษิณมีเวลามากพอจะปรับ ครม. แล้วอำนาจการต่อรองของพรรคร่วมจะสูงขึ้นกว่าเดิมตามด้วย อีกทางเลือกหนึ่ง คือ หากนายกฯ อุ๊งอิ๊งจบแบบไม่สวย พรรคร่วมทำท่าจะวงแตก กระแสการย้ายข้างของ สส.เพื่อไทยหรือพรรคร่วมรัฐบาลจะปรากฎขึ้น ขณะที่มีเรื่องแปลกกรณีสภาจะพิจารณาญัตติยกเลิก MOU 43 และ 44 แต่ประธานในที่ประชุมสั่งปิดการประชุมอย่างมึนเฉย ทั้งที่ สส.อยู่ครบองค์ประชุม "อยากสื่อความไปถึงซึกรัฐบาลว่า ยุคหนึ่งสภาถูกตั้งฉายาว่า สภาทาส ซึ่งเป็นสภาที่อยู่ภายใต้อาณัติ อาจหลีกเลี่ยงการรัฐประหาร แต่ขณะนี้รัฐบาลและสภายั่วเหลือเกินทั้งที่ประชาชนไปยื่นไมตรี ก็ไม่เลือกช่องทางนี้กลับอ้างนายกฯ ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่” นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลยังมีรักษาการนายกฯ ทำหน้าที่ได้ ดังนั้น ควรแสดงถึงการร่วมปกป้องอธิปไตยของชาติ สร้างพลังเป็นหนึ่งเดียว แต่นักการเมืองไม่คิดไกลเกินตัวเอง คิดแต่การหาเสียงและเพื่อดำรงอยู่ แล้วปัดมือยื่นไมตรีของประชาชนออกไปโดยใช้วิธีการปิดประชุมสภา ซึ่งเป็นพฤติกรรมไม่ควรทำเลย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...