โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

THANA ดีมานด์พุ่ง ตุนยอดรอโอน 185 ล.

ทันหุ้น

อัพเดต 21 ส.ค. 2568 เวลา 12.04 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2568 เวลา 16.45 น.

#THANA #ทันหุ้น – THANA ชี้หนุนดีมานด์ที่อยู่อาศัยพุ่ง หลัง กนง.หั่นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25%พร้อมเดินหน้าทำตลาดเร่งระบายสต๊อกในในมือราว 400 ล้านบาท หวังสร้างรายรับ-เพิ่มสภาพคล่อง แย้มครึ่งหลังปี 2568 ฟอร์มแจ่มรับปลดล็อก LTV-ดอกเบี้ยขาลง-เข้าไฮซีซัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าล่าสุดทางคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ โดยอนุมัติให้ลด อัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ต่อปี จาก 1.75% ต่อปี เป็นเหลือที่ราว 1.50% ต่อปี และให้มีผลทันทีตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา

นายสุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THANA เปิดเผยว่า ในแง่อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลดลงนั้นบริษัทประเมินว่าเป็นผลบวกต่ออุตสาหกรรมโดยรวม และเป็นผลดีช่วยสนับสนุนยอดขายที่อยู่อาศัยของ THANA ในช่วงที่เหลือปีนี้ให้ขยายตัวมากขึ้น

@ สต๊อกพร้อมขาย

ดังนััน ในช่วงที่เหลือปี 2568 บริษัทจึงมีแนวทางทำกิจกรรมส่งเสริมเพิ่มเติม จากปัจจุบันที่มีโครงการที่อยู่อาศัยพร้อมโอน (สต็อก) ในทำเลต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 400 ล้านบาท เพื่อสร้างรายได้ให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่องด้วย

ขณะที่แนวทางการดำเนินงานครึ่งหลังปีนี้ทาง THANA ยังคงจะไม่มีการเปิดโครงการใหม่เพิ่มเติม แต่หันมาให้น้ำหนักกับการบริหารสต็อกที่มีอยู่เดิม เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างรายได้และเสริมสภาพคล่องของธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ล่าสุดบริษัทมียอดขายที่รอโอน (Backlog) ประมาณ 185 ล้านบาท โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถทยอยรับรู้รายได้ประมาณ 80% ในไตรมาส 3/2568 ที่เหลือคงต่อเนื่องในช่วงถัดไป

สำหรับผลงานในครึ่งหลังปี 2568 บริษัทประเมินว่ามีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งแรกปีนี้ เพราะได้รับผลบวกจากแนวโน้มดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลงประกอบกับ เป็นช่วงเข้าสู่ไฮซีซันของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และทาง THANA เองได้ผลบวกนี้เช่นเดียวกัน

** ผ่อนคลาย LTV

ขณะเดียวกันยังรวมถึงแรงสนับสนุนในช่วงที่ผ่านมาจากการที่คณะกรรมการนโยบายการเงินได้มีการผ่อนคลายเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) เพื่อช่วยประคับประคองภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีผลต่อเนื่องถึงมิถุนายน 2569

“การผ่อนคลาย LTV ถือเป็นอีกปัจจัยบวกที่สำคัญต่อบริษัท โดยเฉพาะบ้านหลังที่ 2 ที่สามารถให้กู้ได้ 100% จากเดิมที่ราว 70-90% ทำให้ความสามารถของผู้ซื้อปรับตัวเพิ่มขึ้น และยังเป็นการสนับสนุนดีมานด์ของตลาดและของบริษัทเพิ่มเติม”

ในไตรมาส 2/2568 และปี 2567 กำไรสุทธิของงบการเงินรวม มีผลกำไรสุทธิส่วนของบริษัท 7.2 ล้านบาท และผลกำไรสุทธิ 22.7 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.9% และร้อยละ 15.4% ของรายได้รวมตามลำดับ

ทั้งนี้เนื่องจากในไตรมาส 2/2568 รายได้จากการให้บริการ ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ค่อนข้างสูงลดลง 31 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้น ลดลงจากการปรับลดราคาขายบ้านบางโครงการเพื่อกระตุ้นยอดขาย

ขณะที่ไตรมาส 2/2568 บริษัทมียอดขายอสังหาริมทรัพย์สุทธิรวมทั้งสิ้น 373 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นยอดขายสุทธิจากกลุ่มบริษัทจำนวน 131 ล้านบาท และจากกลุ่มบริษัทร่วมค้าจำนวน 242 ล้านบาท และในครึ่งปีแรกของปี 2568 บริษัทมียอดขายอสังหาริมทรัพย์สุทธิรวมทั้งสิ้น 625 ล้านบาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...