โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิเคราะห์ “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ปรากฏการณ์ไลฟ์ขายของ ยอดทะลุ 400 ล้าน ต่างเจ้าอื่นยังไง?

อีจัน

อัพเดต 14 ต.ค. 2568 เวลา 13.46 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2568 เวลา 06.46 น. • อีจัน

ลูกเพจคิดว่าอะไรที่ทำให้ “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ปังได้ขนาดนี้?

หลังจากผ่านมรสุมดราม่าใหญ่กับแม่แท้ๆ อย่าง “แม่เกตุ” ไปหมาดๆ ท่ามกลางกำลังใจจากชาวเน็ตที่พร้อมยืนเคียงข้างสาวเจนนี่ เธอเองก็ได้พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ไลฟ์สดขายของต่อทันที จนกลายเป็นเทศกาลเจนนี่ ขายของ 5 วัน กวาดรายได้ทะลุ 407,915,221 บาท

ทำเอาสังคมเกิดคำถามว่า เธอมีเทคนิคอะไรที่ทำให้เหล่าดารา คนดัง และเจ้าของแบรนด์ทั่วประเทศ แห่ร่วมไลฟ์สดขายของร่วมกับเธออย่างล้นหลาม ซ้ำยังดึงดูดใจผู้บริโภค ไลฟ์สดที่ไรยอดปังตลอด

แล้วเทศกาลเจนนี่ครั้งนี้ แตกต่างจากแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์ที่เคยปังทะลุร้อยล้าน อย่าง “บังฮาซัน” พ่อค้าธุรกิจอาหารทะเลตากแห้งจากสตูล เจ้าของวลีฮิต “แม่ฉันต้องได้กินกุ้ง” หรือ “พิมรี่พาย” แม่ค้าออนไลน์ชื่อดังฝีปากแซ่บ อย่างไร?

ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา และนักวิชาการประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ล่าสุด วันนี้ (14 ต.ค.68) ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา และนักวิชาการประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้วิเคราะห์เทศกาลเจนนี่ ให้ ‘อีจัน’ ฟังว่า ประเด็นที่เป็นกระแสเกี่ยวกับ “เจนนี่” ในมุมของการสื่อสาร ไม่ได้มองในเชิงเทคนิคของอัลกอริทึม การไลฟ์ขายของโดยมีประเด็นดราม่าครอบครัวมาก่อน ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่ในสังคมทั่วๆ ไป ในอดีตเคยมีการขายสินค้าด้วยการสร้างเหตุการณ์เพื่อดึงคนมารวมกัน เช่น โชว์งู โชว์พังพอนกัดกัน หรือฉายหนังกลางแปลง แล้วค่อยขายของ

ซึ่งลักษณะของเจนนี่ก็ใกล้เคียงกัน คือ เรื่องของการมีเหตุการณ์บางอย่างที่เป็นดราม่าในสังคม เพียงแต่แพลตฟอร์มของสื่อใหม่โดยเฉพาะในส่วนของ tiktok ดึงคนมาอยู่รวมกันแล้วก็มีการไลฟ์ขายของนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้คนเข้ามาสนใจติดตาม อาจจะเริ่มต้นด้วยสนใจติดตามความเคลื่อนไหวของดราม่าของเจนนี่ โดยเฉพาะก่อนที่จะมีการขายของต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้น ส่วนความสงสารก็มีส่วนที่ทำให้คนคอยติดตาม

แต่อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดมาช่วงหนึ่ง เข้าใจว่าอาจจะมีระยะเวลา ถ้ามันมีเรื่องดราม่าเรื่องใหม่ คนก็หันไปสนใจเรื่องใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมาอีก มันก็เป็นช่วงที่เรียกว่า “ช่วงน้ำขึ้นของคุณเจนนี่” แต่ต้องดูต่อไปว่าสามารถดึงให้คนมาอยู่ในแพลตฟอร์มนี้ได้ยาวนานแค่ไหน

โดยโมเดลธุรกิจของเจนนี่เหมือนกับการเปลี่ยนช่องทางจากที่ขายของอย่างเดียวหรือเป็นร้านอย่างเดียว เป็นเหมือนตลาดที่มีหลายๆ ร้านมาอยู่ในแพลตฟอร์ม โดยที่เป็นตัวกลางในการนำเสนอสินค้าจากหลายๆ ร้านที่เกิดขึ้นมา กลายเป็นแพลตฟอร์มที่หลายๆ ร้าน ดารา ศิลปิน หรืออินฟลูฯ คนอื่นมาเป็นเหมือนกับซูเปอร์มอลล์ขึ้นมา หากคนอื่นจะทำตามก็ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสถานการณ์ตรงนั้นหรือประเด็นนั้นๆ ว่าน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน

ส่วนปรากฏการณ์คนจนอุดหนุนคนรวยนั้น เป็นเรื่องที่ผู้บริโภคอาจจะต้องตระหนักรู้ว่าเข้ามาแพลตฟอร์มนี้เพื่ออะไรหรือเข้ามาแพลตฟอร์มที่กำลังไลฟ์อยู่เพื่อซื้อสินค้าและการบริการหรือเปล่า ซึ่งเรื่องของเจนนี่ที่พลิกวิกฤติแล้วมาไลฟ์ขายของนั้น เป็นส่วนหนึ่งที่ใช้วิกฤติของเขาให้เป็นประโยชน์

ส่วนหนึ่งต้องเข้าใจว่าเป็นประเด็นที่คนสนใจเยอะ พอคนสนใจเยอะก็เป็นช่องทางหนึ่งที่จะสื่อสารหรือสามารถขายได้ โดยรากฐานยังเหมือนเดิมคือ ดึงเอาความสนใจของมนุษย์มารวมในจุดใดจุดนึง

สำหรับกรณี “บังขายกุ้ง” หรือ “พิมรี่พาย” นั้นมีความแตกต่าง เพราะใช้คาแรกเตอร์ของอินฟลูเอนเซอร์เป็นหลัก โดยมีความโดดเด่นในเทคนิคการขาย การพูดโดยเฉพาะ นั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีคนติดตามขายสินค้าไลฟ์สด แต่ส่วนของ “เจนนี่” อาจจะเรียกว่าเป็นการดึงเอาประเด็นวิกฤติดราม่า หรือเรื่องที่คนสนใจเพื่อดึงคนเข้ามา แต่ต้องดูระยะยาวว่าเขาสามารถที่จะมีโอกาสมั้ยที่แปลจากแพลตฟอร์มที่เกิดขึ้นเป็นเหมือนกับพิมรี่พายหรือที่จะสามารถที่จะสื่อสารกับลูกค้าได้ในระยะยาวว่าสามารถพัฒนา โดยไม่จำเป็นต้องดึงเอาประเด็นดราม่า

แล้วลูกเพจล่ะคะ คิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...