โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กทท. ลุยศึกษาท่าเรือบก เปิดทางเอกชนร่วมลงทุน

ไทยโพสต์

อัพเดต 13 ส.ค. 2568 เวลา 12.29 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2568 เวลา 05.29 น.

'กทท.' กางแผนศึกษาท่าเรือบก 3 จังหวัด ลุยถกภาคธุรกิจนำร่องโปรเจ็กต์ 'ขอนแก่น-นครราชสีมา-อยุธยา' ดันร่างพ.ร.บ.การท่าเรือฯฉบับใหม่ เปิดทางเอกชนร่วมทุนลงทุน คาดได้ข้อสรุปแผนลงทุนภายในปี 69 หวังกระตุ้นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเชื่อมทางรถไฟ

13 ส.ค. 2568 - นายเกรียงไกร ไชย์ศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการท่าเรือบก (Dry Port) ทั้ง 3 จังหวัด ประกอบด้วย ขอนแก่น นครราชสีมา และพระนครศรีอยุธยา วงเงินรวม 15,000 ล้านบาท ที่ผ่านมากทท.ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการฯแล้วเสร็จ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการทบทวนข้อมูลรูปแบบการลงทุนทั้งด้านความคุ้มค่าของการลงทุนและปริมาณสินค้ากับภาคธุรกิจ ตามแผนจะดำเนินการจัดทำรูปแบบการลงทุนภายในปีนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปรูปแบบการลงทุนภายในปี 2569

สำหรับแนวโน้มรูปแบบการลงทุนอาจจะเป็นการเปิดประมูลให้เอกชนร่วมลงทุนกับภาครัฐ (PPP) แต่กระบวนการนี้จะใช้เวลาดำเนินการนาน ซึ่งกทท.อาจจะต้องมาหารูปแบบการลงทุนอื่นๆเพิ่มเติมที่ทำให้โครงการสามารถขับเคลื่อนได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันจากการศึกษาความเป็นไปได้พบว่าการพัฒนาท่าเรือบกในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดนคราชสีมา ถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศูนย์กระจายสินค้า ซึ่งกทท.อยู่ระหว่างการหารือกับภาคธุรกิจถึงการเชื่อมต่อท่าเรือบกทั้ง 2 จังหวัดขอนแก่นไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระดับภูมิภาค นอกเหนือจากการเชื่อมต่อที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี

นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันโครงการท่าเรือบกสำเร็จ คือ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ท่าเรือ ฉบับใหม่ ซึ่งจะทำหน้าที่ปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายที่กำหนดให้ท่าเรือต้องดำเนินการเฉพาะกิจกรรมทางทะเลเท่านั้น โดยร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ กทท. สามารถตั้งบริษัทลูกหรือร่วมลงทุนกับหน่วยงานต่างๆ ได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมต่อกับการขนส่งสินค้าทางรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการขนส่งสินค้าจากท่าเรือบกไปยังท่าเรือหลัก คาดว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 2 ภายใน 1-2 เดือน

ที่ผ่านมากทท. เคยศึกษาศึกษาและพัฒนาท่าเรือบกในหลายพื้นที่ ปัจจุบันกทท.ยังเล็งเห็นศักยภาพการพัฒนาท่าเรือบกอีก 1 จังหวัด คือ ชุมชนบ้านภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คาดว่าจะใช้งบประมาณราว 1,000 ล้านบาท ที่ผ่านมา จากการสำรวจพบว่ามีพื้นที่ดังกล่าวภาคเอกชนมีความต้องการสูงและมีความพร้อมที่จะร่วมลงทุน เพราะเป็นพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่มองเห็นถึงความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์

ทั้งนี้ ยังพบอีกว่าพื้นที่ดังกล่าวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีกลุ่มภาคนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จำนวนมากที่มีทางรถไฟอยู่แล้ว ทำให้เห็นถึงปริมาณสินค้าและความต้องการใช้งานท่าเรือบก สามารถเชื่อมโยงการขนส่งได้หลากหลาย ทั้งทางรถไฟและทางน้ำผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกและประสิทธิภาพในการขนส่ง ส่วนโครงการท่าเรือบกที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ยังเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือและทบทวนเรื่องพื้นที่ เนื่องจากยังมีข้อจำกัดและความกังวลจากชุมชนในประเด็นการเวนคืนที่ดิน

สำหรับโครงการพัฒนาท่าเรือบก อีก 3 จังหวัด ที่กทท.เคยศึกษานั้น ประกอบด้วย โครงการพัฒนาท่าเรือบก (Dry Port) จังหวัดขอนแก่น พื้นที่ 1,500-2,000 ไร่ วงเงินลงทุน 7,000 ล้านบาท ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านโนนพยอม ต.ม่วงหวาน อ.นํ้าพอง จ.ขอนแก่น โดยพบว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเป็นไปได้ในเชิงโลจิสติกส์ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่อยู่ตรงกลางระหว่างท่าเรือแหลมฉบังกับท่าเรือของสปป.ลาว โดยกทท.มีแผนให้แนวเส้นทางโครงการฯ สามารถเชื่อมต่อประเทศจีนตอนใต้ ผ่านประเทศสปป.ลาว แต่ปัจจุบันภาคเอกชนยังลังเลเรื่องความคุ้มค่าในการลงทุน ทำให้กทท.ต้องพิจารณาปริมาณสินค้าจะคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่

ขณะที่โครงการพัฒนาท่าเรือบก (Dry Port) จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่ 2,000 ไร่ วงเงินลงทุน 7,000 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่บริเวณสถานีรถไฟบ้านกระโดน ต.หนองไข่น้ำ อ.เมืองนครราชสีมา ที่ผ่านมากทท.เคยศึกษาแผนก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งโครงการฯมีความเป็นไปได้ เนื่องจากเอกชนให้ความสนใจลงทุนในพื้นที่นี้ เพราะมีปริมาณสินค้าเยอะสามารถลดการกระจุกตัวของสินค้าเข้าสู่ในเมืองได้ ส่วนโครงการพัฒนาท่าเรือบก (Dry Port) จังหวัดฉะเชิงเทรา บนพื้นที่ราว 1,000 ไร่ จากการศึกษาในช่วงที่ผ่านมาพบว่ายังติดปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ดินและการประท้วงของชาวบ้านในพื้นที่ ทำให้ยังไม่พร้อมที่จะศึกษาโครงการฯ

อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตโครงการนี้ยังมีความสำคัญ อาจจะมีการพิจารณาทบทวนอีกครั้ง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตพื้นที่ของอีอีซีใกล้กับท่าเรือแหลมฉบังแล้ว ถือเป็นทางเลือกช่วยลดการกระจุกตัวของสินค้านอกเหนือจากสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ICD) ย่านลาดกระบังได้ ดังนั้นการพัฒนาท่าเรือบกจะเพิ่มความสะดวกในการนำสินค้าผ่านด่านศุลกากรและบริหารจัดการตู้สินค้าหลังท่าของท่าเรือหลักให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดในระยะยาวและลดการกระจุกตัวของสินค้า ไม่จำเป็นต้องเข้ามาที่ศูนย์กลางกระจายสินค้าเพียงจุดเดียว (ICD) สามารถรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ในประเทศได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...